AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ: แก้ปัญหา "หาอะไรดูดี" บน Google TV ได้จริงหรือ?

เคยไหม? นั่งอยู่หน้าทีวี เปิดแอปสตรีมมิ่งที่มีหนังและซีรีส์ให้เลือกเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง แต่สุดท้ายกลับใช้เวลาหมดไปกับการเลื่อนหาจนเหนื่อยใจ ไม่รู้จะเริ่มดูอะไรดี ปัญหานี้เรียกว่า "Paradox of Choice" หรือภาวะที่การมีตัวเลือกมากเกินไปกลับทำให้ตัดสินใจได้ยากขึ้น จนบางครั้งก็ทำให้การชมความบันเทิงกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ

ล่าสุด มีนวัตกรรมที่น่าสนใจจากบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอินเดียชื่อ Lumio ที่มาพร้อมกับ "Project Neo" ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างอุปกรณ์ที่เราใช้ค้นหาคอนเทนต์ กับหน้าจอทีวีที่เราใช้รับชม โดยใช้แอปพลิเคชันที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวันอย่าง WhatsApp และ Instagram มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน

Project Neo คืออะไร? ทำไมถึงน่าสนใจ

Project Neo เป็นระบบที่เชื่อมต่อ AI เข้ากับ Google TV ผ่าน WhatsApp และ Instagram โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความยุ่งยากในการค้นหาและเลือกชมคอนเทนต์บนทีวีอัจฉริยะ หลังจากการทดลองใช้ AI ตัวนี้เป็นผู้ช่วยแนะนำการดูหนังและซีรีส์ตลอดหนึ่งสัปดาห์ ผู้เขียนพบว่านี่คือสิ่งที่วงการสมาร์ททีวีขาดหายไป และเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งาน AI ที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยพบเจอ

ปัญหาของการค้นหาคอนเทนต์บนสมาร์ททีวี

ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีในปัจจุบัน คือ การค้นหาคอนเทนต์ที่ยังไม่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ ยังคงยึดติดกับแนว (Genre) เป็นหลัก ขาดความละเอียดอ่อนในการทำความเข้าใจว่าภาพยนตร์สยองขวัญชั้นเยี่ยมอย่าง Midsommar อาจมีอะไรที่คล้ายคลึงกับ The Wicker Man มากกว่าจะไปเทียบกับหนังสยองขวัญทั่วไป

อินเทอร์เฟซของบริการสตรีมมิ่งส่วนใหญ่มักออกแบบมาเพื่อ ดึงดูดให้เราใช้เวลาอยู่กับแอปนานที่สุด ผู้ใช้ต้องเผชิญกับการเลื่อนดูหน้าจอที่มีภาพโปรโมตมากมาย ดูตัวอย่างหนังที่ไม่ได้ร้องขอ หรือเลื่อนเมนูผ่านรีโมตที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงมานานหลายทศวรรษ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการค้นหาคอนเทนต์ที่แท้จริงของผู้คน ซึ่งมักเกิดขึ้นบนสมาร์ทโฟน ผ่านฟอรัมอย่าง Reddit หรือโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram

เมื่อพฤติกรรมการค้นหาของเราย้ายไปอยู่บนมือถือ การแปลผลการค้นหานั้นมาสู่จอใหญ่จึงเป็นเรื่องท้าทาย หากเพื่อนส่งข้อความแนะนำหนังมาให้ เราต้องจำชื่อเรื่องให้ได้ หาว่ามีในแอปสตรีมมิ่งไหนบ้าง หยิบรีโมตมาเปิดแอป พิมพ์ชื่อหนัง หรือลองใช้ระบบค้นหาด้วยเสียงที่มักมีปัญหา Google Assistant อาจช่วยลดความยุ่งยากได้บ้าง แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน มักจะพบข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง

คำแนะนำที่ "ตรงใจ" ด้วยพลัง AI

Project Neo พลิกแนวคิดนี้โดยการ ย้ายกระบวนการค้นหาทั้งหมดกลับไปที่สมาร์ทโฟน โดยใช้หน้าตาอินเทอร์เฟซที่ทุกคนคุ้นเคย ระบบนี้ทำงานร่วมกับแอปคู่หูที่ชื่อว่า TLDR ซึ่งติดตั้งอยู่บนทีวี จากนั้นทำการจับคู่ผ่าน QR Code เพื่อเชื่อมต่อ WhatsApp chatbot เข้ากับบัญชีของคุณ เท่านี้ก็พร้อมใช้งาน! คุณสามารถ แชทกับบอทได้โดยตรง ทั้งแบบข้อความและเสียง และมันจะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลแบบสนทนาสำหรับทีวีของคุณ

ความยอดเยี่ยมของการเชื่อมต่อนี้อยู่ที่ความเรียบง่าย ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปใหม่บนโทรศัพท์ Project Neo นำการป้อนคำสั่งไปสู่จุดที่คุณอยู่แล้ว ไม่ต้องมีการแคสต์หน้าจอหรือสลับแอปไปมา เพียงแค่พิมพ์ชื่อคอนเทนต์ที่ต้องการ ระบบ TLDR จะทำการค้นหาและแสดงผลบนหน้าจอของคุณ จากนั้นเพียงแตะที่ภาพขนาดย่อ หากคุณลงชื่อเข้าใช้บริการนั้นๆ อยู่แล้ว หนังหรือซีรีส์ก็จะเปิดขึ้นมาทันที หากยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ระบบก็จะแจ้งให้ทราบว่าคอนเทนต์นั้นมีให้บริการในแอปใด พร้อมข้อมูลเมตาที่สวยงาม เช่น โปสเตอร์ ภาพแบนเนอร์ และเรื่องย่อสั้นๆ รวมถึงข้อมูลนักแสดง

ฟังก์ชันที่มากกว่าแค่การเปิดแอป

ความสามารถของ Project Neo ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นตัวเปิดแอปผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังมี ฟีเจอร์แนะนำคอนเทนต์ที่ชาญฉลาด ด้วย AI ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เริ่มแสดงศักยภาพเมื่อผู้เขียนลองขอคำแนะนำหนังที่คล้ายกับ Lawrence of Arabia บอทก็สามารถแนะนำเรื่องที่ตรงเป้าอย่าง Ben-Hur และ The Last Emperor ได้อย่างแม่นยำ

ประสบการณ์การใช้งาน Project Neo นั้นไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ แทนที่จะต้องค้นหาชื่อเรื่องเฉพาะ คุณสามารถ พูดคุยกับ WhatsApp bot ได้เหมือนคุยกับเพื่อน เนื่องจากรองรับการใช้ภาษาพูดทั่วไปและคำย่อต่างๆ คุณสามารถขอให้บอทแสดงหนังที่กำลังเป็นที่นิยม หรือแม้แต่การค้นหาที่ซับซ้อน เช่น หนังแนว neo-noir crime thriller ยุค 90 ที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง แต่มีเรตติ้งสูงและมีนักแสดงที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ซึ่งบอทก็สามารถให้คำแนะนำที่ดีบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ของคุณได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มคำสั่งอย่างการกรองหนังที่มีความยาวไม่เกิน 90 นาทีได้อีกด้วย

หากไม่สะดวกพิมพ์ ก็สามารถ ส่งข้อความเสียง ไปยังบอทได้เช่นกัน และบอทก็จะจัดการตามคำขอได้เป็นอย่างดี ความสามารถในการค้นหายังครอบคลุมไปถึงมิวสิควิดีโอ และคะแนนกีฬา ซึ่งทีวีจะแสดงการ์ดข้อมูลพร้อมไฮไลท์เกม แต่ยังไม่สามารถพาคุณเข้าสู่การแข่งขันแบบสดๆ ได้

นำการแนะนำคอนเทนต์แบบโซเชียลมาสู่จอใหญ่

Project Neo ยังให้คุณ เชื่อมต่อบัญชี Instagram เข้ากับแพลตฟอร์มได้ เมื่อคุณส่งต่อรูปภาพหรือ Reels ไปยังบอท ระบบจะประมวลผลคำขอและดึงคอนเทนต์นั้นมาแสดงบนทีวีของคุณโดยตรง ผู้เขียนได้ทดลองส่งตัวอย่างหนัง Godzilla Minus Zero ไปให้บอท จากนั้นหนังก็เริ่มเล่นบนทีวี พร้อมกับแสดงการ์ดข้อมูลของหนังเรื่องนั้น ทำให้สามารถเพิ่มลงใน Watchlist ได้

ความสามารถในการแสดง Instagram Reels บนจอใหญ่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมาก บ่อยครั้งที่ดูคลิปตลกๆ บนโซเชียลมีเดียแล้วอยากแชร์ให้เพื่อนดูบนจอใหญ่ ปกติจะต้องไปค้นหาใน YouTube หรือใช้วิธี Mirror หน้าจอโทรศัพท์ แต่ด้วย Project Neo เพียงแค่ส่งต่อ Instagram Reel นั้นๆ วิดีโอก็จะเริ่มเล่นผ่านโปรเจกเตอร์ Lumio ของคุณได้ทันที ซึ่งดีกว่าการส่งต่อโทรศัพท์ไปมา หรือการแจ้งเตือนต่างๆ ปรากฏขึ้นมารบกวนขณะกำลัง Mirror หน้าจอ

ความทะเยอทะยานที่มองเห็นอนาคต

แม้ Project Neo จะมีประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ แต่ก็ยังเป็น เวอร์ชันเบต้าในช่วงเริ่มต้น และมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ระบบสามารถเปิดวิดีโอผ่านแอปยอดนิยมได้หลายแอป แต่ก็ยังไม่ใช่ทุกแอป ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อจำกัดของ Google TV เอง แต่ก็ยังถือเป็นข้อจำกัดที่ควรทราบ บางครั้งคุณอาจยังต้องเปิดภาพยนตร์หรือรายการที่แนะนำด้วยตนเอง

นอกจากนี้ AI อาจมี อาการหน่วงบ้างเป็นบางครั้ง ทำให้สงสัยว่าระบบกำลังทำงานอยู่หรือไม่ แม้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ก็เคยเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น แอปคู่หู TLDR ยัง จำกัดการใช้งานเฉพาะทีวีและโปรเจกเตอร์ Lumio เท่านั้น แม้จะเข้าใจว่าบริษัทต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับฮาร์ดแวร์ของตนเอง แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่พลาดไป หากนำแอปนี้ไปลงใน Play Store จะเป็นเหตุผลที่น่าสนใจให้ผู้ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นหันมาสนใจระบบนิเวศของ Lumio

และสุดท้าย ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ Gemini for TV ที่กำลังจะนำเสนอประสบการณ์ AI ที่คล้ายคลึงกันมาสู่ทีวีทุกเครื่อง แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดให้ใช้งานในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เฟซการแชทผ่าน WhatsApp และ Instagram ของ Project Neo ถือเป็นนวัตกรรมที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่ Gemini for TV ยังไม่มี และเป็นสิ่งที่ Google ควรนำไปปรับใช้เพื่อประโยชน์ของระบบนิเวศโดยรวม

Google ควรเรียนรู้จากแนวทางนี้

ปรัชญาเบื้องหลังสิ่งที่ Lumio สร้างขึ้น คือ วิวัฒนาการที่ Google TV จำเป็นต้องก้าวไป Google มีองค์ประกอบทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างประสบการณ์แบบนี้ได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถทำในระดับที่สตาร์ทอัพเล็กๆ ไม่สามารถเทียบได้ จากสิ่งที่ได้เห็นของ Gemini for TV ดูเหมือนว่า Google กำลังทำสิ่งคล้ายคลึงกัน

แต่หาก Google สามารถผสานการทำงานของ AI ที่เน้นการสนทนาและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเข้ากับการค้นหาคอนเทนต์โดยตรง พร้อมกับการเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์นั้นคงจะ "เปลี่ยนเกม" ได้อย่างแท้จริง

โซลูชันแบบ Native จะช่วย ขจัดอุปสรรคด้านการเชื่อมโยงแอป ที่เป็นปัญหาของ Project Neo หรือแอปอื่นๆ ได้ ทำให้ AI ไม่เพียงแต่ค้นหาหนัง แต่ยังสามารถเริ่มเล่นได้ทันทีในทุกบริการ และทำให้รีโมตหรือการสั่งงานด้วยเสียงที่ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องในอดีต Project Neo พิสูจน์ให้เห็นว่า ภาษาธรรมชาติและคีย์บอร์ดสมาร์ทโฟนคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการค้นหาคอนเทนต์ และ Google ควรต่อยอดอนาคตนี้อย่างแน่นอน เมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Google TV

#GoogleTV #AI #ProjectNeo #SmartTV #ContentDiscovery

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.androidauthority.com/ai-took-over-google-tv-fixed-streaming-problem-3686072/

AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ: แก้ปัญหา "หาอะไรดูดี" บน Google TV ได้จริงหรือ?เคยไหม? นั่งอยู่หน้าทีวี เปิดแอปสตรีมมิ่งที่มีหนังและซีรีส์ให้เลือกเป็นร้อยเป็นพันเรื่อง แต่สุดท้ายกลับใช้เวลาหมดไปกับการเลื่อนหาจนเหนื่อยใจ ไม่รู้จะเริ่มดูอะไรดี ปัญหานี้เรียกว่า "Paradox of Choice" หรือภาวะที่การมีตัวเลือกมากเกินไปกลับทำให้ตัดสินใจได้ยากขึ้น จนบางครั้งก็ทำให้การชมความบันเทิงกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อล่าสุด มีนวัตกรรมที่น่าสนใจจากบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติอินเดียชื่อ Lumio ที่มาพร้อมกับ "Project Neo" ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมช่องว่างระหว่างอุปกรณ์ที่เราใช้ค้นหาคอนเทนต์ กับหน้าจอทีวีที่เราใช้รับชม โดยใช้แอปพลิเคชันที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวันอย่าง WhatsApp และ Instagram มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานProject Neo คืออะไร? ทำไมถึงน่าสนใจProject Neo เป็นระบบที่เชื่อมต่อ AI เข้ากับ Google TV ผ่าน WhatsApp และ Instagram โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความยุ่งยากในการค้นหาและเลือกชมคอนเทนต์บนทีวีอัจฉริยะ หลังจากการทดลองใช้ AI ตัวนี้เป็นผู้ช่วยแนะนำการดูหนังและซีรีส์ตลอดหนึ่งสัปดาห์ ผู้เขียนพบว่านี่คือสิ่งที่วงการสมาร์ททีวีขาดหายไป และเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งาน AI ที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยพบเจอปัญหาของการค้นหาคอนเทนต์บนสมาร์ททีวีข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีในปัจจุบัน คือ การค้นหาคอนเทนต์ที่ยังไม่ตอบโจทย์ นอกจากนี้ ยังคงยึดติดกับแนว (Genre) เป็นหลัก ขาดความละเอียดอ่อนในการทำความเข้าใจว่าภาพยนตร์สยองขวัญชั้นเยี่ยมอย่าง Midsommar อาจมีอะไรที่คล้ายคลึงกับ The Wicker Man มากกว่าจะไปเทียบกับหนังสยองขวัญทั่วไปอินเทอร์เฟซของบริการสตรีมมิ่งส่วนใหญ่มักออกแบบมาเพื่อ ดึงดูดให้เราใช้เวลาอยู่กับแอปนานที่สุด ผู้ใช้ต้องเผชิญกับการเลื่อนดูหน้าจอที่มีภาพโปรโมตมากมาย ดูตัวอย่างหนังที่ไม่ได้ร้องขอ หรือเลื่อนเมนูผ่านรีโมตที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงมานานหลายทศวรรษ ซึ่งไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการค้นหาคอนเทนต์ที่แท้จริงของผู้คน ซึ่งมักเกิดขึ้นบนสมาร์ทโฟน ผ่านฟอรัมอย่าง Reddit หรือโซเชียลมีเดียอย่าง Instagramเมื่อพฤติกรรมการค้นหาของเราย้ายไปอยู่บนมือถือ การแปลผลการค้นหานั้นมาสู่จอใหญ่จึงเป็นเรื่องท้าทาย หากเพื่อนส่งข้อความแนะนำหนังมาให้ เราต้องจำชื่อเรื่องให้ได้ หาว่ามีในแอปสตรีมมิ่งไหนบ้าง หยิบรีโมตมาเปิดแอป พิมพ์ชื่อหนัง หรือลองใช้ระบบค้นหาด้วยเสียงที่มักมีปัญหา Google Assistant อาจช่วยลดความยุ่งยากได้บ้าง แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน มักจะพบข้อผิดพลาดบ่อยครั้งคำแนะนำที่ "ตรงใจ" ด้วยพลัง AIProject Neo พลิกแนวคิดนี้โดยการ ย้ายกระบวนการค้นหาทั้งหมดกลับไปที่สมาร์ทโฟน โดยใช้หน้าตาอินเทอร์เฟซที่ทุกคนคุ้นเคย ระบบนี้ทำงานร่วมกับแอปคู่หูที่ชื่อว่า TLDR ซึ่งติดตั้งอยู่บนทีวี จากนั้นทำการจับคู่ผ่าน QR Code เพื่อเชื่อมต่อ WhatsApp chatbot เข้ากับบัญชีของคุณ เท่านี้ก็พร้อมใช้งาน! คุณสามารถ แชทกับบอทได้โดยตรง ทั้งแบบข้อความและเสียง และมันจะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลแบบสนทนาสำหรับทีวีของคุณความยอดเยี่ยมของการเชื่อมต่อนี้อยู่ที่ความเรียบง่าย ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอปใหม่บนโทรศัพท์ Project Neo นำการป้อนคำสั่งไปสู่จุดที่คุณอยู่แล้ว ไม่ต้องมีการแคสต์หน้าจอหรือสลับแอปไปมา เพียงแค่พิมพ์ชื่อคอนเทนต์ที่ต้องการ ระบบ TLDR จะทำการค้นหาและแสดงผลบนหน้าจอของคุณ จากนั้นเพียงแตะที่ภาพขนาดย่อ หากคุณลงชื่อเข้าใช้บริการนั้นๆ อยู่แล้ว หนังหรือซีรีส์ก็จะเปิดขึ้นมาทันที หากยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ ระบบก็จะแจ้งให้ทราบว่าคอนเทนต์นั้นมีให้บริการในแอปใด พร้อมข้อมูลเมตาที่สวยงาม เช่น โปสเตอร์ ภาพแบนเนอร์ และเรื่องย่อสั้นๆ รวมถึงข้อมูลนักแสดงฟังก์ชันที่มากกว่าแค่การเปิดแอปความสามารถของ Project Neo ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นตัวเปิดแอปผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังมี ฟีเจอร์แนะนำคอนเทนต์ที่ชาญฉลาด ด้วย AI ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เริ่มแสดงศักยภาพเมื่อผู้เขียนลองขอคำแนะนำหนังที่คล้ายกับ Lawrence of Arabia บอทก็สามารถแนะนำเรื่องที่ตรงเป้าอย่าง Ben-Hur และ The Last Emperor ได้อย่างแม่นยำประสบการณ์การใช้งาน Project Neo นั้นไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ แทนที่จะต้องค้นหาชื่อเรื่องเฉพาะ คุณสามารถ พูดคุยกับ WhatsApp bot ได้เหมือนคุยกับเพื่อน เนื่องจากรองรับการใช้ภาษาพูดทั่วไปและคำย่อต่างๆ คุณสามารถขอให้บอทแสดงหนังที่กำลังเป็นที่นิยม หรือแม้แต่การค้นหาที่ซับซ้อน เช่น หนังแนว neo-noir crime thriller ยุค 90 ที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง แต่มีเรตติ้งสูงและมีนักแสดงที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ ซึ่งบอทก็สามารถให้คำแนะนำที่ดีบนหน้าจอโปรเจกเตอร์ของคุณได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มคำสั่งอย่างการกรองหนังที่มีความยาวไม่เกิน 90 นาทีได้อีกด้วยหากไม่สะดวกพิมพ์ ก็สามารถ ส่งข้อความเสียง ไปยังบอทได้เช่นกัน และบอทก็จะจัดการตามคำขอได้เป็นอย่างดี ความสามารถในการค้นหายังครอบคลุมไปถึงมิวสิควิดีโอ และคะแนนกีฬา ซึ่งทีวีจะแสดงการ์ดข้อมูลพร้อมไฮไลท์เกม แต่ยังไม่สามารถพาคุณเข้าสู่การแข่งขันแบบสดๆ ได้นำการแนะนำคอนเทนต์แบบโซเชียลมาสู่จอใหญ่Project Neo ยังให้คุณ เชื่อมต่อบัญชี Instagram เข้ากับแพลตฟอร์มได้ เมื่อคุณส่งต่อรูปภาพหรือ Reels ไปยังบอท ระบบจะประมวลผลคำขอและดึงคอนเทนต์นั้นมาแสดงบนทีวีของคุณโดยตรง ผู้เขียนได้ทดลองส่งตัวอย่างหนัง Godzilla Minus Zero ไปให้บอท จากนั้นหนังก็เริ่มเล่นบนทีวี พร้อมกับแสดงการ์ดข้อมูลของหนังเรื่องนั้น ทำให้สามารถเพิ่มลงใน Watchlist ได้ความสามารถในการแสดง Instagram Reels บนจอใหญ่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมาก บ่อยครั้งที่ดูคลิปตลกๆ บนโซเชียลมีเดียแล้วอยากแชร์ให้เพื่อนดูบนจอใหญ่ ปกติจะต้องไปค้นหาใน YouTube หรือใช้วิธี Mirror หน้าจอโทรศัพท์ แต่ด้วย Project Neo เพียงแค่ส่งต่อ Instagram Reel นั้นๆ วิดีโอก็จะเริ่มเล่นผ่านโปรเจกเตอร์ Lumio ของคุณได้ทันที ซึ่งดีกว่าการส่งต่อโทรศัพท์ไปมา หรือการแจ้งเตือนต่างๆ ปรากฏขึ้นมารบกวนขณะกำลัง Mirror หน้าจอความทะเยอทะยานที่มองเห็นอนาคตแม้ Project Neo จะมีประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ แต่ก็ยังเป็น เวอร์ชันเบต้าในช่วงเริ่มต้น และมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ระบบสามารถเปิดวิดีโอผ่านแอปยอดนิยมได้หลายแอป แต่ก็ยังไม่ใช่ทุกแอป ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อจำกัดของ Google TV เอง แต่ก็ยังถือเป็นข้อจำกัดที่ควรทราบ บางครั้งคุณอาจยังต้องเปิดภาพยนตร์หรือรายการที่แนะนำด้วยตนเองนอกจากนี้ AI อาจมี อาการหน่วงบ้างเป็นบางครั้ง ทำให้สงสัยว่าระบบกำลังทำงานอยู่หรือไม่ แม้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ก็เคยเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งยิ่งไปกว่านั้น แอปคู่หู TLDR ยัง จำกัดการใช้งานเฉพาะทีวีและโปรเจกเตอร์ Lumio เท่านั้น แม้จะเข้าใจว่าบริษัทต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับฮาร์ดแวร์ของตนเอง แต่ก็ถือเป็นโอกาสที่พลาดไป หากนำแอปนี้ไปลงใน Play Store จะเป็นเหตุผลที่น่าสนใจให้ผู้ที่ใช้ฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นหันมาสนใจระบบนิเวศของ Lumioและสุดท้าย ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ Gemini for TV ที่กำลังจะนำเสนอประสบการณ์ AI ที่คล้ายคลึงกันมาสู่ทีวีทุกเครื่อง แต่ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนสำหรับการเปิดให้ใช้งานในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เฟซการแชทผ่าน WhatsApp และ Instagram ของ Project Neo ถือเป็นนวัตกรรมที่แท้จริง และเป็นสิ่งที่ Gemini for TV ยังไม่มี และเป็นสิ่งที่ Google ควรนำไปปรับใช้เพื่อประโยชน์ของระบบนิเวศโดยรวมGoogle ควรเรียนรู้จากแนวทางนี้ปรัชญาเบื้องหลังสิ่งที่ Lumio สร้างขึ้น คือ วิวัฒนาการที่ Google TV จำเป็นต้องก้าวไป Google มีองค์ประกอบทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างประสบการณ์แบบนี้ได้เองอย่างเป็นธรรมชาติ และสามารถทำในระดับที่สตาร์ทอัพเล็กๆ ไม่สามารถเทียบได้ จากสิ่งที่ได้เห็นของ Gemini for TV ดูเหมือนว่า Google กำลังทำสิ่งคล้ายคลึงกันแต่หาก Google สามารถผสานการทำงานของ AI ที่เน้นการสนทนาและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเข้ากับการค้นหาคอนเทนต์โดยตรง พร้อมกับการเชื่อมโยงกับโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์นั้นคงจะ "เปลี่ยนเกม" ได้อย่างแท้จริงโซลูชันแบบ Native จะช่วย ขจัดอุปสรรคด้านการเชื่อมโยงแอป ที่เป็นปัญหาของ Project Neo หรือแอปอื่นๆ ได้ ทำให้ AI ไม่เพียงแต่ค้นหาหนัง แต่ยังสามารถเริ่มเล่นได้ทันทีในทุกบริการ และทำให้รีโมตหรือการสั่งงานด้วยเสียงที่ยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องในอดีต Project Neo พิสูจน์ให้เห็นว่า ภาษาธรรมชาติและคีย์บอร์ดสมาร์ทโฟนคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการค้นหาคอนเทนต์ และ Google ควรต่อยอดอนาคตนี้อย่างแน่นอน เมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Google TV#GoogleTV #AI #ProjectNeo #SmartTV #ContentDiscoveryhttps://www.androidauthority.com/ai-took-over-google-tv-fixed-streaming-problem-3686072/
Shared content
WWW.ANDROIDAUTHORITY.COM
I let an AI take over my Google TV for a week — and it solved streaming's biggest problem
Streaming has a discovery problem. Could an AI chatbot fix it? I let one take over my Google TV for a week, and it was a game-changer.
4 Comments 0 Shares 741 Views 0 Reviews