ฟีเจอร์ "Find people" บน Wear OS: ไม่ใช่แค่หาคน แต่คือการแชร์โลเคชั่นที่เหนือกว่า 📍

Google กำลังทยอยปล่อยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ "Find people" บนแอป Find Hub สำหรับนาฬิกาที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่านี่คือแอปสำหรับค้นหาตำแหน่งของผู้อื่น แต่แท้จริงแล้วฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทวอทช์ LTE ที่ต้องการแชร์โลเคชั่นของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วยก็ตาม

"Find people" บน Wear OS ทำงานอย่างไร? 🤔

แม้ว่าในแวบแรก ฟีเจอร์ "Find people" บน Wear OS อาจดูเหมือนมีความสามารถจำกัด เพราะคุณไม่สามารถเริ่มแชร์โลเคชั่นจากนาฬิกาโดยตรง หรือเรียกดูแผนที่ตำแหน่งของผู้อื่นได้ทันที แต่จุดประสงค์หลักของมันคือการช่วยให้ผู้อื่นสามารถติดตามตำแหน่งของคุณได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คุณไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์

เมื่อฟีเจอร์นี้ปรากฏบน Wear OS ในฐานะส่วนหนึ่งของ Find Hub การตั้งค่าส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากโทรศัพท์ของคุณ หากคุณยังไม่ได้เปิดใช้งานการแชร์โลเคชั่น นาฬิกาจะแสดงปุ่ม "Open on phone" เพื่อให้คุณไปดำเนินการบนโทรศัพท์ก่อน

เมื่อคุณเริ่มแชร์โลเคชั่นกับใครบางคนผ่าน Find Hub บนโทรศัพท์แล้ว ชื่อของบุคคลนั้นจะปรากฏบนนาฬิกาของคุณภายใต้หัวข้อ "Can see your location" พร้อมระบุระยะเวลาการแชร์ ฟีเจอร์นี้ทำงานบนระบบการแชร์โลเคชั่นที่มีอยู่แล้วของ Google ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในฟีเจอร์ Find My Device

สะดวกสุดๆ เมื่อมีนาฬิกา LTE 🚀

ประโยชน์ที่โดดเด่นที่สุดของฟีเจอร์นี้คือ เมื่อคุณมีสมาร์ทวอทช์ที่รองรับ LTE และตัดสินใจที่จะออกไปทำกิจกรรมโดยไม่พกโทรศัพท์ไปด้วย นาฬิกาของคุณจะยังคงสามารถแชร์โลเคชั่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ GPS ของนาฬิกาเอง ทำให้คนที่คุณได้แชร์โลเคชั่นไว้ยังคงเห็นตำแหน่งของคุณได้

สถานการณ์ที่เห็นได้ชัดคือ การออกไปวิ่งโดยไม่ต้องการพกโทรศัพท์ไปด้วย ทำให้คุณยังคงเชื่อมต่อและให้คนที่คุณรักอุ่นใจได้ว่าคุณอยู่ที่ไหน

เหตุผลที่ฟีเจอร์ดูเรียบง่ายบนนาฬิกา 💡

สิ่งที่อธิบายได้ว่าทำไม "Find people" จึงดูเรียบง่ายบนนาฬิกา ก็เพราะว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นแอปค้นหาที่สมบูรณ์แบบบนข้อมือของคุณ ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถติดตามกันและกันได้

หากคุณต้องการดูตำแหน่งของบุคคลอื่น นาฬิกาจะแนะนำให้คุณกลับไปใช้งานบนโทรศัพท์แทน บน Wear OS จุดเน้นจะอยู่ที่การทำให้ตำแหน่งของคุณพร้อมใช้งานสำหรับผู้ที่คุณเลือกที่จะแชร์ด้วยอยู่เสมอ

การควบคุมการแชร์โลเคชั่น ⚙️

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกการควบคุมการแชร์โลเคชั่นบนนาฬิกาด้วย การเปิดใช้งานครั้งแรกจะมีการแสดงหน้าจอคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบ ส่วนการปิดใช้งานจะหยุดการแชร์โลเคชั่นของคุณจากนาฬิกาผ่านแอปต่างๆ ของ Google

Google ชี้แจงให้ชัดเจนว่า การเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่งของแอป "Find people" เพียงอย่างเดียว จะไม่ทำให้การแชร์โลเคชั่นจากอุปกรณ์นั้นหยุดลง

ฟีเจอร์ "Find people" นี้จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมความสะดวกในการแชร์โลเคชั่นส่วนตัวของคุณให้ผู้อื่นรับทราบ โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการอิสระในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องผูกติดกับโทรศัพท์ตลอดเวลา

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.androidauthority.com/find-hub-people-wear-os-rollout-3699562/

ฟีเจอร์ "Find people" บน Wear OS: ไม่ใช่แค่หาคน แต่คือการแชร์โลเคชั่นที่เหนือกว่า 📍Google กำลังทยอยปล่อยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ "Find people" บนแอป Find Hub สำหรับนาฬิกาที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่านี่คือแอปสำหรับค้นหาตำแหน่งของผู้อื่น แต่แท้จริงแล้วฟีเจอร์นี้มีประโยชน์มากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทวอทช์ LTE ที่ต้องการแชร์โลเคชั่นของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วยก็ตาม"Find people" บน Wear OS ทำงานอย่างไร? 🤔แม้ว่าในแวบแรก ฟีเจอร์ "Find people" บน Wear OS อาจดูเหมือนมีความสามารถจำกัด เพราะคุณไม่สามารถเริ่มแชร์โลเคชั่นจากนาฬิกาโดยตรง หรือเรียกดูแผนที่ตำแหน่งของผู้อื่นได้ทันที แต่จุดประสงค์หลักของมันคือการช่วยให้ผู้อื่นสามารถติดตามตำแหน่งของคุณได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คุณไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์เมื่อฟีเจอร์นี้ปรากฏบน Wear OS ในฐานะส่วนหนึ่งของ Find Hub การตั้งค่าส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากโทรศัพท์ของคุณ หากคุณยังไม่ได้เปิดใช้งานการแชร์โลเคชั่น นาฬิกาจะแสดงปุ่ม "Open on phone" เพื่อให้คุณไปดำเนินการบนโทรศัพท์ก่อนเมื่อคุณเริ่มแชร์โลเคชั่นกับใครบางคนผ่าน Find Hub บนโทรศัพท์แล้ว ชื่อของบุคคลนั้นจะปรากฏบนนาฬิกาของคุณภายใต้หัวข้อ "Can see your location" พร้อมระบุระยะเวลาการแชร์ ฟีเจอร์นี้ทำงานบนระบบการแชร์โลเคชั่นที่มีอยู่แล้วของ Google ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในฟีเจอร์ Find My Deviceสะดวกสุดๆ เมื่อมีนาฬิกา LTE 🚀ประโยชน์ที่โดดเด่นที่สุดของฟีเจอร์นี้คือ เมื่อคุณมีสมาร์ทวอทช์ที่รองรับ LTE และตัดสินใจที่จะออกไปทำกิจกรรมโดยไม่พกโทรศัพท์ไปด้วย นาฬิกาของคุณจะยังคงสามารถแชร์โลเคชั่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ GPS ของนาฬิกาเอง ทำให้คนที่คุณได้แชร์โลเคชั่นไว้ยังคงเห็นตำแหน่งของคุณได้สถานการณ์ที่เห็นได้ชัดคือ การออกไปวิ่งโดยไม่ต้องการพกโทรศัพท์ไปด้วย ทำให้คุณยังคงเชื่อมต่อและให้คนที่คุณรักอุ่นใจได้ว่าคุณอยู่ที่ไหนเหตุผลที่ฟีเจอร์ดูเรียบง่ายบนนาฬิกา 💡สิ่งที่อธิบายได้ว่าทำไม "Find people" จึงดูเรียบง่ายบนนาฬิกา ก็เพราะว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่เป็นแอปค้นหาที่สมบูรณ์แบบบนข้อมือของคุณ ที่ทั้งสองฝ่ายสามารถติดตามกันและกันได้หากคุณต้องการดูตำแหน่งของบุคคลอื่น นาฬิกาจะแนะนำให้คุณกลับไปใช้งานบนโทรศัพท์แทน บน Wear OS จุดเน้นจะอยู่ที่การทำให้ตำแหน่งของคุณพร้อมใช้งานสำหรับผู้ที่คุณเลือกที่จะแชร์ด้วยอยู่เสมอการควบคุมการแชร์โลเคชั่น ⚙️นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกการควบคุมการแชร์โลเคชั่นบนนาฬิกาด้วย การเปิดใช้งานครั้งแรกจะมีการแสดงหน้าจอคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบ ส่วนการปิดใช้งานจะหยุดการแชร์โลเคชั่นของคุณจากนาฬิกาผ่านแอปต่างๆ ของ GoogleGoogle ชี้แจงให้ชัดเจนว่า การเพิกถอนสิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่งของแอป "Find people" เพียงอย่างเดียว จะไม่ทำให้การแชร์โลเคชั่นจากอุปกรณ์นั้นหยุดลงฟีเจอร์ "Find people" นี้จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมความสะดวกในการแชร์โลเคชั่นส่วนตัวของคุณให้ผู้อื่นรับทราบ โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการอิสระในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องผูกติดกับโทรศัพท์ตลอดเวลาhttps://www.androidauthority.com/find-hub-people-wear-os-rollout-3699562/
Shared content
WWW.ANDROIDAUTHORITY.COM
Find people is rolling out on Wear OS, but it’s not for finding people
Find people is rolling out on Wear OS, letting LTE watches keep sharing your location even when your phone stays behind.
7 Comments 0 Shares 614 Views 0 Reviews