สหรัฐฯ เปิดทางบริษัทเอกชน "เจาะระบบ" แฮกเกอร์ต่างชาติ: นโยบายใหม่ด้านความมั่นคงไซเบอร์

ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยจะเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนที่ผ่านการตรวจสอบ สามารถดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ (Offensive Cyber Operations) ต่อกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ต่างชาติได้ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล

การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ 🇺🇸

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ มีแนวทางที่เน้นให้บริษัทเอกชนทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์เป็นหลัก แต่ล่าสุดได้มีบันทึกข้อตกลงจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้บริษัทเอกชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถดำเนินการทั้งการสอดแนมและปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อขัดขวางกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการก่ออาชญากรรมต่างๆ เช่น แรนซัมแวร์ การฉ้อโกง และอาชญากรรมไซเบอร์อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกัน

การดำเนินการภายใต้การควบคุม 🔍

บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะไม่ได้มีอำนาจดำเนินการตามอำเภอใจ แต่ทุกปฏิบัติการจะต้องได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรมยุติธรรม (Justice Department) และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security)

นอกจากนี้ บริษัทที่เข้าร่วมอาจต้องวางเงินประกันอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปแบบบัญชีเอสโครว์ (escrow) หรือหลักประกัน ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจถูกริบได้หากบริษัทละเมิดกฎระเบียบที่กำหนดไว้

ขอบเขตอำนาจและข้อจำกัด ⚖️

บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้อำนาจที่ค่อนข้างมากในการดำเนินการที่สามารถ จัดการ, ขัดขวาง, ทำให้เสื่อมประสิทธิภาพ หรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล รวมถึงการสอดแนมที่อาจเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อรวบรวมข่าวกรอง

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มี ข้อจำกัดที่ชัดเจน คือ:

  • เป้าหมาย: เน้นที่กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ต่างชาติ ไม่ใช่รัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่ง
  • การป้องกันความผิดพลาด: บริษัทต้องหยุดและรายงานทันทีหากปฏิบัติการส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือระบบที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาโดยไม่ตั้งใจ
  • กฎระเบียบ: ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดของขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการภายใน 60 วัน

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ 🗣️

การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากจุดยืนดั้งเดิมของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้เอกชนเน้นการป้องกันมากกว่าการโจมตี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์บางส่วนมองว่าแผนการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและอาจมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ความเสี่ยงทางกฎหมาย หรือข้อกล่าวหาที่อาจเกิดขึ้นกับชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

บทสรุป

การที่สหรัฐฯ เปิดทางให้บริษัทเอกชนมีส่วนร่วมในการโจมตีทางไซเบอร์ต่ออาชญากรต่างชาติ ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำกับดูแลโดยรัฐบาล เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เหมาะสม

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.androidauthority.com/us-cybersecurity-companies-to-conduct-cyberattacks-3699039/

สหรัฐฯ เปิดทางบริษัทเอกชน "เจาะระบบ" แฮกเกอร์ต่างชาติ: นโยบายใหม่ด้านความมั่นคงไซเบอร์ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐอเมริกาได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยจะเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนที่ผ่านการตรวจสอบ สามารถดำเนินการโจมตีทางไซเบอร์ (Offensive Cyber Operations) ต่อกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ต่างชาติได้ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ 🇺🇸ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ มีแนวทางที่เน้นให้บริษัทเอกชนทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์เป็นหลัก แต่ล่าสุดได้มีบันทึกข้อตกลงจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อนุญาตให้บริษัทเอกชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถดำเนินการทั้งการสอดแนมและปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อขัดขวางกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ในการก่ออาชญากรรมต่างๆ เช่น แรนซัมแวร์ การฉ้อโกง และอาชญากรรมไซเบอร์อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันการดำเนินการภายใต้การควบคุม 🔍บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้จะไม่ได้มีอำนาจดำเนินการตามอำเภอใจ แต่ทุกปฏิบัติการจะต้องได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากหน่วยงานรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกรมยุติธรรม (Justice Department) และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security)นอกจากนี้ บริษัทที่เข้าร่วมอาจต้องวางเงินประกันอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรูปแบบบัญชีเอสโครว์ (escrow) หรือหลักประกัน ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจถูกริบได้หากบริษัทละเมิดกฎระเบียบที่กำหนดไว้ขอบเขตอำนาจและข้อจำกัด ⚖️บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ให้อำนาจที่ค่อนข้างมากในการดำเนินการที่สามารถ จัดการ, ขัดขวาง, ทำให้เสื่อมประสิทธิภาพ หรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล รวมถึงการสอดแนมที่อาจเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อรวบรวมข่าวกรองอย่างไรก็ตาม โครงการนี้มี ข้อจำกัดที่ชัดเจน คือ:เป้าหมาย: เน้นที่กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ต่างชาติ ไม่ใช่รัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่งการป้องกันความผิดพลาด: บริษัทต้องหยุดและรายงานทันทีหากปฏิบัติการส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือระบบที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาโดยไม่ตั้งใจกฎระเบียบ: ยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดของขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการภายใน 60 วันมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ 🗣️การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากจุดยืนดั้งเดิมของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้เอกชนเน้นการป้องกันมากกว่าการโจมตี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์บางส่วนมองว่าแผนการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและอาจมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ความเสี่ยงทางกฎหมาย หรือข้อกล่าวหาที่อาจเกิดขึ้นกับชาวอเมริกันที่เกี่ยวข้องเมื่อเดินทางไปต่างประเทศบทสรุปการที่สหรัฐฯ เปิดทางให้บริษัทเอกชนมีส่วนร่วมในการโจมตีทางไซเบอร์ต่ออาชญากรต่างชาติ ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำกับดูแลโดยรัฐบาล เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่เหมาะสมhttps://www.androidauthority.com/us-cybersecurity-companies-to-conduct-cyberattacks-3699039/
Shared content
WWW.ANDROIDAUTHORITY.COM
The US government wants private companies to start hacking the hackers
A new US program will allow private cybersecurity firms to conduct approved cyberattacks and surveillance against foreign criminal groups.
5 Reacties 0 aandelen 247 Views 0 voorbeeld