Meta ชะลอแผนเก็บค่าสมาชิกฟีเจอร์แว่นตาอัจฉริยะ หลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก

Meta บริษัทแม่ของ Facebook กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านจากผู้ใช้งาน หลังจากมีแผนจะเก็บค่าบริการรายเดือนสำหรับฟีเจอร์บางอย่างบนแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Stories อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Meta ได้ออกมาประกาศชะลอแผนการดังกล่าวออกไปก่อน แต่ยังคงยืนยันว่าจะมีฟีเจอร์บางส่วนที่ต้องสมัครสมาชิกในอนาคต

ฟีเจอร์ "Conversation Focus" จะยังคงฟรี

ฟีเจอร์ที่ Meta วางแผนจะเก็บค่าบริการในตอนแรกคือ "Conversation Focus" ซึ่งเป็นฟีเจอร์ช่วยในการลดเสียงรบกวนและทำให้การสนทนาชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ฟีเจอร์นี้ทำงานบนตัวแว่นตาเอง ไม่ได้ใช้การประมวลผลบนคลาวด์

Tyler Yee โฆษกของ Meta กล่าวว่า "เราได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และจะชะลอการทดสอบการเก็บค่าสมาชิกสำหรับ Conversation Focus ในขณะนี้" ฟีเจอร์นี้จะยังคงเปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access Program เพื่อทดสอบและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะหาวิธีการที่ดีที่สุดในการนำเสนอฟีเจอร์นี้ในอนาคต

ความสับสนเกี่ยวกับ "Rate Limits"

ประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้งานมากที่สุดคือเรื่องของ "Rate Limits" ที่ Meta อ้างว่าจะนำมาใช้กับฟีเจอร์ Conversation Focus ซึ่งหมายความว่าแม้แต่ผู้ที่สมัครสมาชิกแล้ว ก็อาจจะใช้งานฟีเจอร์นี้ได้เพียง 15 ชั่วโมงต่อเดือนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานหลายคนได้ทดลองแล้วพบว่าฟีเจอร์ Conversation Focus ยังคงทำงานได้แม้จะปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใด Meta จึงต้องเก็บค่าบริการสำหรับฟีเจอร์ที่ประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรง

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ Meta ระบุเพียงว่า "เรายังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่การทดสอบการเก็บค่าสมาชิกในขณะนี้ได้ถูกระงับไว้ และเรากำลังสำรวจทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแนวทางของเรา" Meta ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะยกเลิก "Rate Limits" อย่างเป็นทางการ

เหตุผลเบื้องหลังการเก็บค่าสมาชิก

Yee ยังเสริมว่า การเก็บค่าสมาชิกสำหรับฟีเจอร์ระดับพรีเมียมบางอย่างนั้น เป็นไปเพื่อให้สามารถ "สนับสนุนกลยุทธ์การขายฮาร์ดแวร์ในราคาที่เข้าถึงได้" และทำให้สามารถลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่อไปได้

"เราขายฮาร์ดแวร์ในราคาที่เข้าถึงได้เพื่อให้แว่นตา AI เข้าถึงมือผู้คนให้ได้มากที่สุด และแว่นตาเหล่านี้ก็มีฟีเจอร์มากมายที่ฟรีอยู่แล้ว ดังนั้น ฟีเจอร์ระดับพรีเมียมบางส่วนจะมีการคิดค่าบริการเป็นรายเดือนในอนาคต การเก็บค่าบริการจากผู้ใช้งานที่ต้องการใช้ฟีเจอร์ระดับพรีเมียมมากเป็นพิเศษ คือวิธีที่เราจะสามารถรักษาโมเดลธุรกิจนี้ไว้ได้ และลงทุนในการพัฒนาความสามารถที่ก้าวล้ำต่อไป"

ความเสี่ยงที่ Meta ต้องเผชิญ

แม้ว่า Meta จะมีเหตุผลในการตั้งราคาและรูปแบบการให้บริการ แต่การตัดสินใจเก็บค่าบริการสำหรับฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานมองว่าควรจะเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ใช้งานที่ชื่นชอบแว่นตาอัจฉริยะของ Meta อยู่แล้วได้

มีความเป็นไปได้ว่า Meta อาจตัดสินใจให้ฟีเจอร์ Conversation Focus ยังคงฟรีต่อไป เพื่อลดแรงต้านที่เกิดขึ้น และจะประกาศเปิดตัวฟีเจอร์อื่นๆ ที่ต้องเสียค่าบริการในอนาคต เพื่อสร้างสมดุลให้กับกลยุทธ์การตลาดของบริษัท

#Meta #แว่นตาอัจฉริยะ #RayBanStories #เทคโนโลยี

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.theverge.com/tech/970970/after-backlash-meta-pauses-plan-to-rate-limit-its-smart-glasses

Meta ชะลอแผนเก็บค่าสมาชิกฟีเจอร์แว่นตาอัจฉริยะ หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักMeta บริษัทแม่ของ Facebook กำลังเผชิญกับกระแสต่อต้านจากผู้ใช้งาน หลังจากมีแผนจะเก็บค่าบริการรายเดือนสำหรับฟีเจอร์บางอย่างบนแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Stories อย่างไรก็ตาม ล่าสุด Meta ได้ออกมาประกาศชะลอแผนการดังกล่าวออกไปก่อน แต่ยังคงยืนยันว่าจะมีฟีเจอร์บางส่วนที่ต้องสมัครสมาชิกในอนาคตฟีเจอร์ "Conversation Focus" จะยังคงฟรีฟีเจอร์ที่ Meta วางแผนจะเก็บค่าบริการในตอนแรกคือ "Conversation Focus" ซึ่งเป็นฟีเจอร์ช่วยในการลดเสียงรบกวนและทำให้การสนทนาชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ฟีเจอร์นี้ทำงานบนตัวแว่นตาเอง ไม่ได้ใช้การประมวลผลบนคลาวด์Tyler Yee โฆษกของ Meta กล่าวว่า "เราได้รับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และจะชะลอการทดสอบการเก็บค่าสมาชิกสำหรับ Conversation Focus ในขณะนี้" ฟีเจอร์นี้จะยังคงเปิดให้ใช้งานฟรีสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรม Early Access Program เพื่อทดสอบและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะหาวิธีการที่ดีที่สุดในการนำเสนอฟีเจอร์นี้ในอนาคตความสับสนเกี่ยวกับ "Rate Limits"ประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้งานมากที่สุดคือเรื่องของ "Rate Limits" ที่ Meta อ้างว่าจะนำมาใช้กับฟีเจอร์ Conversation Focus ซึ่งหมายความว่าแม้แต่ผู้ที่สมัครสมาชิกแล้ว ก็อาจจะใช้งานฟีเจอร์นี้ได้เพียง 15 ชั่วโมงต่อเดือนเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานหลายคนได้ทดลองแล้วพบว่าฟีเจอร์ Conversation Focus ยังคงทำงานได้แม้จะปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใด Meta จึงต้องเก็บค่าบริการสำหรับฟีเจอร์ที่ประมวลผลบนอุปกรณ์โดยตรงเมื่อถูกถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ Meta ระบุเพียงว่า "เรายังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่การทดสอบการเก็บค่าสมาชิกในขณะนี้ได้ถูกระงับไว้ และเรากำลังสำรวจทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแนวทางของเรา" Meta ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะยกเลิก "Rate Limits" อย่างเป็นทางการเหตุผลเบื้องหลังการเก็บค่าสมาชิกYee ยังเสริมว่า การเก็บค่าสมาชิกสำหรับฟีเจอร์ระดับพรีเมียมบางอย่างนั้น เป็นไปเพื่อให้สามารถ "สนับสนุนกลยุทธ์การขายฮาร์ดแวร์ในราคาที่เข้าถึงได้" และทำให้สามารถลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ต่อไปได้"เราขายฮาร์ดแวร์ในราคาที่เข้าถึงได้เพื่อให้แว่นตา AI เข้าถึงมือผู้คนให้ได้มากที่สุด และแว่นตาเหล่านี้ก็มีฟีเจอร์มากมายที่ฟรีอยู่แล้ว ดังนั้น ฟีเจอร์ระดับพรีเมียมบางส่วนจะมีการคิดค่าบริการเป็นรายเดือนในอนาคต การเก็บค่าบริการจากผู้ใช้งานที่ต้องการใช้ฟีเจอร์ระดับพรีเมียมมากเป็นพิเศษ คือวิธีที่เราจะสามารถรักษาโมเดลธุรกิจนี้ไว้ได้ และลงทุนในการพัฒนาความสามารถที่ก้าวล้ำต่อไป"ความเสี่ยงที่ Meta ต้องเผชิญแม้ว่า Meta จะมีเหตุผลในการตั้งราคาและรูปแบบการให้บริการ แต่การตัดสินใจเก็บค่าบริการสำหรับฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานมองว่าควรจะเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ใช้งานที่ชื่นชอบแว่นตาอัจฉริยะของ Meta อยู่แล้วได้มีความเป็นไปได้ว่า Meta อาจตัดสินใจให้ฟีเจอร์ Conversation Focus ยังคงฟรีต่อไป เพื่อลดแรงต้านที่เกิดขึ้น และจะประกาศเปิดตัวฟีเจอร์อื่นๆ ที่ต้องเสียค่าบริการในอนาคต เพื่อสร้างสมดุลให้กับกลยุทธ์การตลาดของบริษัท#Meta #แว่นตาอัจฉริยะ #RayBanStories #เทคโนโลยีhttps://www.theverge.com/tech/970970/after-backlash-meta-pauses-plan-to-rate-limit-its-smart-glasses
2 Yorumlar 0 hisse senetleri 651 Views 0 önizleme