7 เครื่องมือ AI ฟรี ทดแทน Microsoft Copilot Deep Research เมื่อถูกยกเลิก

ข่าวที่ทำให้ผู้ใช้งาน Microsoft ต้องใจหายคือ การที่ Microsoft เตรียมยกเลิกฟีเจอร์ Deep Research ของ Microsoft Copilot ซึ่งเคยให้บริการฟรี และจะเปลี่ยนไปเป็นบริการแบบเสียเงินภายใต้ชื่อ Researcher AI ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป แม้ว่าข้อมูลที่เคยสร้างไว้จะยังเข้าถึงได้ แต่ก็ต้องแลกมากับการสมัครสมาชิก Microsoft 365 Premium

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องมือ AI ทรงประสิทธิภาพสำหรับการค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกเพื่อทดแทนฟีเจอร์นี้ ไม่ต้องกังวล! วันนี้เราได้รวบรวม 7 เครื่องมือ AI ฟรี ที่ยอดเยี่ยมและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ มาดูกันเลย

1. Perplexity: ข้อมูลอ้างอิงแม่นยำ เชื่อถือได้

Perplexity โดดเด่นด้วยจุดขายสำคัญคือ การแสดงแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ ทำให้คุณมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับจากการค้นหาแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับการทำวิจัยทั่วไป ข่าวสาร สินค้า หรือแม้แต่งานวิชาการในระดับฟรีเทียร์

2. Claude: นักวิเคราะห์ AI ที่ทรงพลัง

Claude เป็นอีกหนึ่ง AI Analyst ที่มีความสามารถสูง สามารถสร้างคำอธิบายขนาดยาว พร้อมแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และมี "Connectors" ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลงานวิจัยโดยเฉพาะ เช่น PubMed, bioRxiv และ Consensus ทำให้การค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกเป็นเรื่องง่ายขึ้น

3. Google Gemini: วิเคราะห์ข้อมูลจาก Google Search

Google Gemini ใช้ประโยชน์จากข้อมูลล่าสุดที่ถูกรวบรวมใน Google Search เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่คุณต้องการจากหลายหน้าเว็บ เป็นเครื่องมือฟรีที่คุ้มค่าสำหรับการวิจัยหัวข้อที่หลากหลาย นอกจากนี้ การผสานรวมกับ Google Workspace ยังช่วยให้คุณส่งออกรายงานหรือดาวน์โหลดเป็น PDF ได้อย่างสะดวก

4. Gemini Notebook (เดิมคือ NotebookLM): สร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ส่วนตัว

Gemini Notebook เป็นเครื่องมือ AI ที่น่าทึ่งมาก เพราะช่วยให้คุณสามารถอัปโหลดแหล่งข้อมูลของตัวเองเพื่อสร้างสื่อการเรียนรู้ส่วนตัวได้ เพียงแค่ใส่ไฟล์ PDF, งานวิจัย, โน้ต หรือ Google Docs เข้าไป Gemini Notebook ก็จะดึงข้อมูลมาตอบคำถามที่คุณสงสัยเกี่ยวกับหัวข้อวิจัยนั้นๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถแปลงเนื้อหาในโน้ตบุ๊กของคุณให้เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น Audio & Video Overviews, Slide Decks, Quizzes, Flashcards ซึ่งเป็นวิธีจัดการเซสชันการวิจัยที่ยอดเยี่ยม

5. ChatGPT: แชทบอท AI ยอดนิยม

ChatGPT เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ AI Chatbot ที่คนทั่วไปนิยมใช้ การป้อน Prompt ที่มีรายละเอียดชัดเจน เช่น "วิจัยภาพรวมของ AI ในปี 2026 เปรียบเทียบ OpenAI, Google, Anthropic, Microsoft และ Meta พร้อมระบุการพัฒนาล่าสุด จุดแข็ง จุดอ่อน ตำแหน่งทางการตลาด และอ้างอิงแหล่งที่มา" จะช่วยให้ ChatGPT จัดการงานวิจัยเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเรียนรู้หัวข้อใหม่ๆ การทำความเข้าใจเรื่องซับซ้อนให้ง่ายขึ้น หรือการสร้างรายงานข้อมูลงานวิจัย

6. Elicit: ค้นพบวรรณกรรมวิชาการเชิงลึก

Elicit เป็นหนึ่งในเครื่องมือ AI วิจัยที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจการค้นพบวรรณกรรมวิชาการเชิงลึกและการดึงข้อมูลที่มีโครงสร้าง นักศึกษาและนักวิจัยมืออาชีพสามารถไว้วางใจเครื่องมือนี้ได้ เนื่องจากมีการอ้างอิงจากบทความวิชาการกว่า 138 ล้านฉบับ และการทดลองทางคลินิกกว่า 545,000 รายการ (และมีแหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเข้ามาอีกเรื่อยๆ)

7. Google AI Mode: ค้นหาข้อมูลบนเว็บที่คุ้นเคย

Google AI Mode เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการค้นหาข้อมูลบนเว็บ ซึ่งสามารถทำงานต่างๆ ที่คุณเคยใช้กับ Copilot's Deep Research ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีให้ใช้งานโดยตรงภายในแถบ Google Search จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปรียบเทียบสินค้า การทำความเข้าใจหัวข้อที่ซับซ้อน การเปรียบเทียบมุมมองต่างๆ และการค้นหาข้อมูลที่อัปเดตอยู่เสมอ

แม้ข่าวการยกเลิกฟีเจอร์ Deep Research ของ Microsoft Copilot จะน่าเสียดาย แต่การมีเครื่องมือ AI ฟรีที่ยอดเยี่ยมมากมายให้เลือกใช้ ก็ช่วยบรรเทาความผิดหวังไปได้มาก สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ แชทบอท AI อาจมีอาการ "หลอน" (Hallucination) ได้ ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจาก AI ทุกครั้ง แต่โดยรวมแล้ว เครื่องมือ AI สำหรับการค้นคว้าเชิงลึกทั้ง 7 รายการนี้มีความน่าเชื่อถือและคุ้มค่าแก่การลองใช้

#AI #เครื่องมือAI #MicrosoftCopilot #Perplexity #Claude #GoogleGemini #ChatGPT #Elicit

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.tomsguide.com/ai/microsoft-copilots-free-deep-research-ai-tool-is-going-away-these-are-the-7-best-free-alternatives

7 เครื่องมือ AI ฟรี ทดแทน Microsoft Copilot Deep Research เมื่อถูกยกเลิกข่าวที่ทำให้ผู้ใช้งาน Microsoft ต้องใจหายคือ การที่ Microsoft เตรียมยกเลิกฟีเจอร์ Deep Research ของ Microsoft Copilot ซึ่งเคยให้บริการฟรี และจะเปลี่ยนไปเป็นบริการแบบเสียเงินภายใต้ชื่อ Researcher AI ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป แม้ว่าข้อมูลที่เคยสร้างไว้จะยังเข้าถึงได้ แต่ก็ต้องแลกมากับการสมัครสมาชิก Microsoft 365 Premiumสำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องมือ AI ทรงประสิทธิภาพสำหรับการค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกเพื่อทดแทนฟีเจอร์นี้ ไม่ต้องกังวล! วันนี้เราได้รวบรวม 7 เครื่องมือ AI ฟรี ที่ยอดเยี่ยมและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ มาดูกันเลย1. Perplexity: ข้อมูลอ้างอิงแม่นยำ เชื่อถือได้Perplexity โดดเด่นด้วยจุดขายสำคัญคือ การแสดงแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ ทำให้คุณมั่นใจในข้อมูลที่ได้รับจากการค้นหาแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับการทำวิจัยทั่วไป ข่าวสาร สินค้า หรือแม้แต่งานวิชาการในระดับฟรีเทียร์2. Claude: นักวิเคราะห์ AI ที่ทรงพลังClaude เป็นอีกหนึ่ง AI Analyst ที่มีความสามารถสูง สามารถสร้างคำอธิบายขนาดยาว พร้อมแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และมี "Connectors" ที่เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลงานวิจัยโดยเฉพาะ เช่น PubMed, bioRxiv และ Consensus ทำให้การค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกเป็นเรื่องง่ายขึ้น3. Google Gemini: วิเคราะห์ข้อมูลจาก Google SearchGoogle Gemini ใช้ประโยชน์จากข้อมูลล่าสุดที่ถูกรวบรวมใน Google Search เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลที่คุณต้องการจากหลายหน้าเว็บ เป็นเครื่องมือฟรีที่คุ้มค่าสำหรับการวิจัยหัวข้อที่หลากหลาย นอกจากนี้ การผสานรวมกับ Google Workspace ยังช่วยให้คุณส่งออกรายงานหรือดาวน์โหลดเป็น PDF ได้อย่างสะดวก4. Gemini Notebook (เดิมคือ NotebookLM): สร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ส่วนตัวGemini Notebook เป็นเครื่องมือ AI ที่น่าทึ่งมาก เพราะช่วยให้คุณสามารถอัปโหลดแหล่งข้อมูลของตัวเองเพื่อสร้างสื่อการเรียนรู้ส่วนตัวได้ เพียงแค่ใส่ไฟล์ PDF, งานวิจัย, โน้ต หรือ Google Docs เข้าไป Gemini Notebook ก็จะดึงข้อมูลมาตอบคำถามที่คุณสงสัยเกี่ยวกับหัวข้อวิจัยนั้นๆ ได้ทันที อีกทั้งยังสามารถแปลงเนื้อหาในโน้ตบุ๊กของคุณให้เป็นรูปแบบต่างๆ เช่น Audio & Video Overviews, Slide Decks, Quizzes, Flashcards ซึ่งเป็นวิธีจัดการเซสชันการวิจัยที่ยอดเยี่ยม5. ChatGPT: แชทบอท AI ยอดนิยมChatGPT เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ AI Chatbot ที่คนทั่วไปนิยมใช้ การป้อน Prompt ที่มีรายละเอียดชัดเจน เช่น "วิจัยภาพรวมของ AI ในปี 2026 เปรียบเทียบ OpenAI, Google, Anthropic, Microsoft และ Meta พร้อมระบุการพัฒนาล่าสุด จุดแข็ง จุดอ่อน ตำแหน่งทางการตลาด และอ้างอิงแหล่งที่มา" จะช่วยให้ ChatGPT จัดการงานวิจัยเชิงลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเรียนรู้หัวข้อใหม่ๆ การทำความเข้าใจเรื่องซับซ้อนให้ง่ายขึ้น หรือการสร้างรายงานข้อมูลงานวิจัย6. Elicit: ค้นพบวรรณกรรมวิชาการเชิงลึกElicit เป็นหนึ่งในเครื่องมือ AI วิจัยที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจการค้นพบวรรณกรรมวิชาการเชิงลึกและการดึงข้อมูลที่มีโครงสร้าง นักศึกษาและนักวิจัยมืออาชีพสามารถไว้วางใจเครื่องมือนี้ได้ เนื่องจากมีการอ้างอิงจากบทความวิชาการกว่า 138 ล้านฉบับ และการทดลองทางคลินิกกว่า 545,000 รายการ (และมีแหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเข้ามาอีกเรื่อยๆ)7. Google AI Mode: ค้นหาข้อมูลบนเว็บที่คุ้นเคยGoogle AI Mode เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการค้นหาข้อมูลบนเว็บ ซึ่งสามารถทำงานต่างๆ ที่คุณเคยใช้กับ Copilot's Deep Research ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีให้ใช้งานโดยตรงภายในแถบ Google Search จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปรียบเทียบสินค้า การทำความเข้าใจหัวข้อที่ซับซ้อน การเปรียบเทียบมุมมองต่างๆ และการค้นหาข้อมูลที่อัปเดตอยู่เสมอแม้ข่าวการยกเลิกฟีเจอร์ Deep Research ของ Microsoft Copilot จะน่าเสียดาย แต่การมีเครื่องมือ AI ฟรีที่ยอดเยี่ยมมากมายให้เลือกใช้ ก็ช่วยบรรเทาความผิดหวังไปได้มาก สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ แชทบอท AI อาจมีอาการ "หลอน" (Hallucination) ได้ ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับจาก AI ทุกครั้ง แต่โดยรวมแล้ว เครื่องมือ AI สำหรับการค้นคว้าเชิงลึกทั้ง 7 รายการนี้มีความน่าเชื่อถือและคุ้มค่าแก่การลองใช้#AI #เครื่องมือAI #MicrosoftCopilot #Perplexity #Claude #GoogleGemini #ChatGPT #Elicithttps://www.tomsguide.com/ai/microsoft-copilots-free-deep-research-ai-tool-is-going-away-these-are-the-7-best-free-alternatives
3 Comments 0 Shares 518 Views 0 Reviews