Samsung Galaxy Watch 9 vs. Galaxy Watch 8: อัปเกรดคุ้มค่าจริงหรือ? ⌚️

ซัมซุงได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Galaxy Watch 9 แล้ว เรียกว่าภายนอกแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนอย่าง Galaxy Watch 8 แต่ภายในมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชิปประมวลผล เพิ่มขนาดแบตเตอรี่ และอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ ทำให้เกิดคำถามว่า การอัปเกรดครั้งนี้คุ้มค่ากับราคาที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือ Galaxy Watch 8 ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่ากันแน่? วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ครับ

ดีไซน์: เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่

หากคุณคุ้นเคยกับดีไซน์ "สี่เหลี่ยมขอบโค้ง" (Squircle) ของ Galaxy Watch 8 คุณจะมอง Galaxy Watch 9 ออกได้ทันทีครับ เพราะทั้งสองรุ่นยังคงดีไซน์เดิมไว้ทุกประการ ทั้งตัวเรือนอลูมิเนียมทรงสี่เหลี่ยม หน้าจอทรงกลม และมีให้เลือก 2 ขนาดเท่าเดิม คือ 40 มม. และ 44 มม.

  • ขนาดตัวเรือน:
  • Galaxy Watch 9 (40 มม.): 42.7 x 40.4 x 8.6 มม.
  • Galaxy Watch 9 (44 มม.): 46.0 x 43.7 x 8.6 มม.
  • ขนาดเท่ากับ Galaxy Watch 8 ทุกประการ
  • น้ำหนัก: มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง
  • Galaxy Watch 9 (40 มม.): 31.5 กรัม (Watch 8: 30.0 กรัม)
  • Galaxy Watch 9 (44 มม.): 34.0 กรัม (Watch 8: 33.7 กรัม)
  • หน้าจอ: ยังคงใช้ Super AMOLED ที่สว่างสดใส ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3000 nits อ่านกลางแจ้งได้สบายตา
  • รุ่น 40 มม.: หน้าจอ 1.34 นิ้ว
  • รุ่น 44 มม.: หน้าจอ 1.47 นิ้ว
  • ความทนทาน: ยังคงมาตรฐานเดิม ด้วยการกันน้ำระดับ IP68 และกันน้ำลึก 5ATM สามารถลุยเหงื่อ ฝน หรือดำน้ำตื้นได้อย่างสบายใจ
  • สี: Galaxy Watch 9 (40 มม.) มีสี Cream และ Graphite ส่วนรุ่น 44 มม. มีสี Graphite และ Silver สี Cream เป็นสีใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

ประสิทธิภาพ: เปลี่ยนชิปใหม่ แต่ RAM และ Storage เท่าเดิม

จุดเปลี่ยนสำคัญที่อยู่ภายใต้ตัวเรือน คือการที่ซัมซุงตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ชิป Qualcomm Snapdragon Wear Elite แทนชิป Exynos ที่เคยใช้เอง ชิปรุ่นใหม่นี้ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร ซึ่งเคลมว่าให้ประสิทธิภาพโดยรวมที่เร็วขึ้น และรองรับการประมวลผลด้าน AI ที่ดีขึ้น

  • RAM และ Storage: ยังคงให้มาเท่ากับรุ่นก่อน คือ RAM 2GB และ Storage 32GB
  • ระบบปฏิบัติการ: Galaxy Watch 9 มาพร้อม Wear OS 7 และ One UI Watch 9 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่
  • AI: ยังคงมี Google Gemini ในตัว ช่วยให้สั่งงานด้วยเสียง ถามคำถาม หรือตั้งค่าต่างๆ ได้เหมือนรุ่นก่อน

แบตเตอรี่และการชาร์จ: อัปเกรดเล็กน้อย ยังคงต้องชาร์จทุกวัน

แบตเตอรี่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดของรุ่นที่เลือก

  • ขนาดแบตเตอรี่:
  • รุ่น 40 มม.: 390mAh (รุ่นก่อน 325mAh)
  • รุ่น 44 มม.: 449mAh (รุ่นก่อน 435mAh)
  • อายุการใช้งาน: เมื่อเปิด Always-On Display ตลอดเวลา คาดว่าจะใช้งานได้ประมาณ 30 ชั่วโมง ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานเต็มวันและต่อเนื่องไปถึงเช้า แต่หากมีการใช้งานฟีเจอร์หนัก ๆ เช่น ติดตามการออกกำลังกาย หรือใช้งาน Gemini บ่อย ๆ ก็ยังคงต้องชาร์จทุกวันอยู่ดี ถือเป็นการอัปเกรดที่ไม่ถึงกับพลิกโฉม
  • ความเร็วในการชาร์จ: ยังคงความเร็วเท่าเดิม
  • รุ่น 40 มม.: เต็ม 100% ในประมาณ 80 นาที / ชาร์จ 30 นาที ได้ 50%
  • รุ่น 44 มม.: เต็ม 100% ในประมาณ 90 นาที / ชาร์จ 30 นาที ได้ 45%
  • ความเร็วในการชาร์จยังคงสะดวกสำหรับการใช้งานเร่งด่วน

ฟีเจอร์: เซ็นเซอร์ชุดเดิม เพิ่มเติมคือประสบการณ์ซอฟต์แวร์

ในส่วนของเซ็นเซอร์ Galaxy Watch 9 ยังคงยกชุดมาจาก Galaxy Watch 8 ทั้งหมด ประกอบด้วย Samsung BioActive Sensor (วัดสัญญาณชีวภาพ, สัญญาณหัวใจ, วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย), เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ, Accelerometer, Barometer, Gyro sensor, Geomagnetic sensor, และ Light sensor

ทำให้ความสามารถในการวัดค่าต่าง ๆ เช่น การวัดความดันโลหิต, การตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, หรือการแนะนำการนอนหลับ ยังคงทำได้เหมือนเดิม สิ่งที่แตกต่างคือประสบการณ์การใช้งานที่อาจจะลื่นไหลขึ้นจากซอฟต์แวร์ที่อัปเดต

ราคา: ขยับขึ้นเล็กน้อย

Galaxy Watch 9 เปิดตัวมาในราคาที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อย

  • รุ่น Bluetooth: เริ่มต้นที่ $380 (รุ่นก่อน $349)
  • รุ่น LTE: เริ่มต้นที่ $430 (รุ่นก่อน $399)

สรุป: Galaxy Watch 9 vs. Galaxy Watch 8 เลือกอย่างไรดี? 🤔

การตัดสินใจว่า Galaxy Watch 9 คุ้มค่ากับการเพิ่มเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากครับ เพราะทั้งสองรุ่นมีดีไซน์ หน้าจอ และความสามารถในการใช้งานที่ใกล้เคียงกันมาก การอัปเกรดที่เด่นชัดที่สุดคือชิปประมวลผลใหม่และระบบปฏิบัติการที่อัปเดต ซึ่งอาจทำให้การใช้งานโดยรวมรู้สึกราบรื่นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีเซ็นเซอร์ใหม่หรือฟีเจอร์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ

ปัจจัยที่ควรพิจารณา:

  • ประสิทธิภาพ: หากคุณให้ความสำคัญกับความเร็วและความลื่นไหลในการใช้งานเป็นหลัก ชิป Snapdragon Wear Elite อาจเป็นจุดที่ทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรลองหาข้อมูลรีวิวการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ
  • ความคุ้มค่า: เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา ราคาของรุ่นเก่ามักจะลดลง ซึ่ง Galaxy Watch 8 ในปัจจุบันอาจมีราคาที่น่าสนใจกว่ามาก (บางช่วงราคาลดลงไปถึง $220) หากคุณมองหาความคุ้มค่าในราคาที่ย่อมเยากว่า Galaxy Watch 8 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี
  • ความต้องการ: หากคุณไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด หรือการเปลี่ยนแปลงที่หวือหวา การใช้งาน Galaxy Watch 8 ก็ยังตอบโจทย์การเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

สุดท้าย การเลือกขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของคุณ หาก Galaxy Watch 8 ยังอยู่ในสภาพดีและตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ การใช้งานต่อไปอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า แต่หากคุณต้องการเทคโนโลยีล่าสุด และยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ Galaxy Watch 9 ก็เป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจเช่นกันครับ

#GalaxyWatch9 #GalaxyWatch8 #เปรียบเทียบสมาร์ทวอทช์ #Samsung

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.engadget.com/2220592/samsung-galaxy-watch-9-vs-galaxy-watch-8-comparison/

Samsung Galaxy Watch 9 vs. Galaxy Watch 8: อัปเกรดคุ้มค่าจริงหรือ? ⌚️ซัมซุงได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ Galaxy Watch 9 แล้ว เรียกว่าภายนอกแทบไม่ต่างจากรุ่นก่อนอย่าง Galaxy Watch 8 แต่ภายในมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชิปประมวลผล เพิ่มขนาดแบตเตอรี่ และอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ ทำให้เกิดคำถามว่า การอัปเกรดครั้งนี้คุ้มค่ากับราคาที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือ Galaxy Watch 8 ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่ากันแน่? วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ครับดีไซน์: เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสีใหม่หากคุณคุ้นเคยกับดีไซน์ "สี่เหลี่ยมขอบโค้ง" (Squircle) ของ Galaxy Watch 8 คุณจะมอง Galaxy Watch 9 ออกได้ทันทีครับ เพราะทั้งสองรุ่นยังคงดีไซน์เดิมไว้ทุกประการ ทั้งตัวเรือนอลูมิเนียมทรงสี่เหลี่ยม หน้าจอทรงกลม และมีให้เลือก 2 ขนาดเท่าเดิม คือ 40 มม. และ 44 มม.ขนาดตัวเรือน:Galaxy Watch 9 (40 มม.): 42.7 x 40.4 x 8.6 มม.Galaxy Watch 9 (44 มม.): 46.0 x 43.7 x 8.6 มม.ขนาดเท่ากับ Galaxy Watch 8 ทุกประการน้ำหนัก: มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่แทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างGalaxy Watch 9 (40 มม.): 31.5 กรัม (Watch 8: 30.0 กรัม)Galaxy Watch 9 (44 มม.): 34.0 กรัม (Watch 8: 33.7 กรัม)หน้าจอ: ยังคงใช้ Super AMOLED ที่สว่างสดใส ให้ความสว่างสูงสุดถึง 3000 nits อ่านกลางแจ้งได้สบายตารุ่น 40 มม.: หน้าจอ 1.34 นิ้วรุ่น 44 มม.: หน้าจอ 1.47 นิ้วความทนทาน: ยังคงมาตรฐานเดิม ด้วยการกันน้ำระดับ IP68 และกันน้ำลึก 5ATM สามารถลุยเหงื่อ ฝน หรือดำน้ำตื้นได้อย่างสบายใจสี: Galaxy Watch 9 (40 มม.) มีสี Cream และ Graphite ส่วนรุ่น 44 มม. มีสี Graphite และ Silver สี Cream เป็นสีใหม่ที่เพิ่มเข้ามาประสิทธิภาพ: เปลี่ยนชิปใหม่ แต่ RAM และ Storage เท่าเดิมจุดเปลี่ยนสำคัญที่อยู่ภายใต้ตัวเรือน คือการที่ซัมซุงตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ชิป Qualcomm Snapdragon Wear Elite แทนชิป Exynos ที่เคยใช้เอง ชิปรุ่นใหม่นี้ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร ซึ่งเคลมว่าให้ประสิทธิภาพโดยรวมที่เร็วขึ้น และรองรับการประมวลผลด้าน AI ที่ดีขึ้นRAM และ Storage: ยังคงให้มาเท่ากับรุ่นก่อน คือ RAM 2GB และ Storage 32GBระบบปฏิบัติการ: Galaxy Watch 9 มาพร้อม Wear OS 7 และ One UI Watch 9 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่AI: ยังคงมี Google Gemini ในตัว ช่วยให้สั่งงานด้วยเสียง ถามคำถาม หรือตั้งค่าต่างๆ ได้เหมือนรุ่นก่อนแบตเตอรี่และการชาร์จ: อัปเกรดเล็กน้อย ยังคงต้องชาร์จทุกวันแบตเตอรี่มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดของรุ่นที่เลือกขนาดแบตเตอรี่:รุ่น 40 มม.: 390mAh (รุ่นก่อน 325mAh)รุ่น 44 มม.: 449mAh (รุ่นก่อน 435mAh)อายุการใช้งาน: เมื่อเปิด Always-On Display ตลอดเวลา คาดว่าจะใช้งานได้ประมาณ 30 ชั่วโมง ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานเต็มวันและต่อเนื่องไปถึงเช้า แต่หากมีการใช้งานฟีเจอร์หนัก ๆ เช่น ติดตามการออกกำลังกาย หรือใช้งาน Gemini บ่อย ๆ ก็ยังคงต้องชาร์จทุกวันอยู่ดี ถือเป็นการอัปเกรดที่ไม่ถึงกับพลิกโฉมความเร็วในการชาร์จ: ยังคงความเร็วเท่าเดิมรุ่น 40 มม.: เต็ม 100% ในประมาณ 80 นาที / ชาร์จ 30 นาที ได้ 50%รุ่น 44 มม.: เต็ม 100% ในประมาณ 90 นาที / ชาร์จ 30 นาที ได้ 45%ความเร็วในการชาร์จยังคงสะดวกสำหรับการใช้งานเร่งด่วนฟีเจอร์: เซ็นเซอร์ชุดเดิม เพิ่มเติมคือประสบการณ์ซอฟต์แวร์ในส่วนของเซ็นเซอร์ Galaxy Watch 9 ยังคงยกชุดมาจาก Galaxy Watch 8 ทั้งหมด ประกอบด้วย Samsung BioActive Sensor (วัดสัญญาณชีวภาพ, สัญญาณหัวใจ, วิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย), เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ, Accelerometer, Barometer, Gyro sensor, Geomagnetic sensor, และ Light sensorทำให้ความสามารถในการวัดค่าต่าง ๆ เช่น การวัดความดันโลหิต, การตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, หรือการแนะนำการนอนหลับ ยังคงทำได้เหมือนเดิม สิ่งที่แตกต่างคือประสบการณ์การใช้งานที่อาจจะลื่นไหลขึ้นจากซอฟต์แวร์ที่อัปเดตราคา: ขยับขึ้นเล็กน้อยGalaxy Watch 9 เปิดตัวมาในราคาที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนเล็กน้อยรุ่น Bluetooth: เริ่มต้นที่ $380 (รุ่นก่อน $349)รุ่น LTE: เริ่มต้นที่ $430 (รุ่นก่อน $399)สรุป: Galaxy Watch 9 vs. Galaxy Watch 8 เลือกอย่างไรดี? 🤔การตัดสินใจว่า Galaxy Watch 9 คุ้มค่ากับการเพิ่มเงินหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากครับ เพราะทั้งสองรุ่นมีดีไซน์ หน้าจอ และความสามารถในการใช้งานที่ใกล้เคียงกันมาก การอัปเกรดที่เด่นชัดที่สุดคือชิปประมวลผลใหม่และระบบปฏิบัติการที่อัปเดต ซึ่งอาจทำให้การใช้งานโดยรวมรู้สึกราบรื่นขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีเซ็นเซอร์ใหม่หรือฟีเจอร์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษปัจจัยที่ควรพิจารณา:ประสิทธิภาพ: หากคุณให้ความสำคัญกับความเร็วและความลื่นไหลในการใช้งานเป็นหลัก ชิป Snapdragon Wear Elite อาจเป็นจุดที่ทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรลองหาข้อมูลรีวิวการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจความคุ้มค่า: เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อมีรุ่นใหม่ออกมา ราคาของรุ่นเก่ามักจะลดลง ซึ่ง Galaxy Watch 8 ในปัจจุบันอาจมีราคาที่น่าสนใจกว่ามาก (บางช่วงราคาลดลงไปถึง $220) หากคุณมองหาความคุ้มค่าในราคาที่ย่อมเยากว่า Galaxy Watch 8 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีความต้องการ: หากคุณไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด หรือการเปลี่ยนแปลงที่หวือหวา การใช้งาน Galaxy Watch 8 ก็ยังตอบโจทย์การเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดีสุดท้าย การเลือกขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของคุณ หาก Galaxy Watch 8 ยังอยู่ในสภาพดีและตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ การใช้งานต่อไปอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า แต่หากคุณต้องการเทคโนโลยีล่าสุด และยอมรับราคาที่สูงขึ้นได้ Galaxy Watch 9 ก็เป็นการอัปเกรดที่น่าสนใจเช่นกันครับ#GalaxyWatch9 #GalaxyWatch8 #เปรียบเทียบสมาร์ทวอทช์ #Samsunghttps://www.engadget.com/2220592/samsung-galaxy-watch-9-vs-galaxy-watch-8-comparison/
Shared content
WWW.ENGADGET.COM
Samsung Galaxy Watch 9 vs Galaxy Watch 8: What are the differences? - Engadget
The Galaxy Watch 9 is a relatively modest update over last year's model.
2 Comments 0 Shares 717 Views 0 Reviews