ร่องรอยพิธีกรรมโบราณ: หญ้าไหม้ในถ้ำออสเตรเลีย เผยการใช้พืชในพิธีศักดิ์สิทธิ์เมื่อ 25,000 ปีก่อน
ถ้ำ Cloggs ในประเทศออสเตรเลีย ไม่เพียงแต่เป็นพยานแห่งกาลเวลา แต่ยังเก็บงำเรื่องราวอันน่าทึ่งเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของชนเผ่า GunaiKurnai ชนพื้นเมืองออสเตรเลีย ที่ใช้ชีวิตและประกอบพิธีกรรมในถ้ำแห่งนี้มานานกว่า 25,000 ปี ล่าสุด การค้นพบชั้นของผลึกพืชโบราณที่ไหม้เกรียมภายในถ้ำ ได้นำพานักวิจัยไปสู่ข้อสรุปอันน่าประหลาดใจว่า หญ้าเหล่านี้ถูกนำเข้ามาอย่างตั้งใจเพื่อใช้ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
การค้นพบที่เปลี่ยนมุมมองทางโบราณคดี
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Environmental Archaeology ได้เปิดเผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ผู้คนในอดีต โดยเฉพาะชนเผ่า GunaiKurnai มีการคัดเลือกและนำหญ้าเข้าไปใช้ในถ้ำ Cloggs เพื่อประกอบพิธีกรรม สิ่งนี้ไม่ใช่เพียงการคาดเดา แต่เป็นการยืนยันจากหลักฐานทางกายภาพที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจถึงการใช้ประโยชน์จากพืชในชีวิตประจำวันและพิธีกรรมของสังคมโบราณได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ถอดรหัสอดีตด้วย "ไฟโตลิท"
ทีมวิจัยได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ "ไฟโตลิท" (Phytoliths) ซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กของซิลิกาที่พบในเนื้อเยื่อพืช ร่วมกับการวิเคราะห์ละอองเรณูและชั้นตะกอนทางธรณีวิทยา ผลการวิเคราะห์พบว่า มีไฟโตลิทจากหญ้าที่ถูกเผาไหม้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงกิจกรรมของมนุษย์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และให้ข้อมูลเชิงลึกอันมีค่าเกี่ยวกับวิธีการใช้พืชของมนุษย์ยุคแรก
"นี่เป็นงานวิจัยที่ยอดเยี่ยมมาก การผสมผสานการวิเคราะห์ไฟโตลิททางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดเข้ากับความรู้ทางวัฒนธรรมของชนเผ่า GunaiKurnai เพื่อแสดงให้เห็นว่า หญ้าถูกเก็บรวบรวมและเผาไหม้เป็นพิเศษที่ถ้ำ Cloggs เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติพิธีกรรมมานานหลายสหัสวรรษ" Anna Florin นักโบราณคดีจาก Australian National University ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้กล่าว
ถ้ำ Cloggs: สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกค้นพบซ้ำ
ถ้ำ Cloggs ถูกค้นพบและขุดค้นโดยนักโบราณคดีในยุคปัจจุบันเมื่อทศวรรษ 1970 แต่หลักฐานบ่งชี้ว่า ชนเผ่า GunaiKurnai ได้อาศัยและใช้พื้นที่นี้มาตั้งแต่ยุคน้ำแข็งสุดท้าย การที่องค์กร GunaiKurnai Land and Waters Aboriginal Corporation ซึ่งเป็นตัวแทนของชนเผ่า ได้เข้าเยี่ยมชมถ้ำในปี 2019 และต่อมาได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจากออสเตรเลียและฝรั่งเศสในการทำวิจัย ทำให้การศึกษาครั้งล่าสุดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเจาะลึกบันทึกทางโบราณพฤกษศาสตร์ (Archaeobotanical records) ที่พบในพื้นที่
หลักฐานที่น่าสนใจ
ในการศึกษานี้ ทีมวิจัยได้เก็บตัวอย่างไฟโตลิทหลายพันชิ้นจากหลุมที่เชื่อว่าเป็นการสะสมของชั้นขี้เถ้ากว่า 73 ชั้น ซึ่งมีอายุราว 4,000 ถึง 1,600 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังพบแท่งหินตั้งสูงประมาณ 11 นิ้ว (28 เซนติเมตร) ซึ่งคาดว่าชนเผ่า GunaiKurnai อาจใช้ประกอบพิธีกรรมเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว
ตัวอย่างในถ้ำประกอบด้วยไฟโตลิทถึง 29 ชนิดจากหญ้า สมุนไพร และพืชมีเนื้อไม้ โดยประมาณ 18% ของทั้งหมดพบร่องรอยการถูกเผาไหม้หรือหลอมละลาย
Elle Grono ผู้เขียนหลักของงานวิจัยและนักโบราณคดีจาก Australian National University กล่าวว่า "แตกต่างจากละอองเรณูที่กระจายไปตามลมหรือแมลง ไฟโตลิทส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ที่จุดที่พืชผุพัง ไม่มีพืชชนิดใดเติบโตภายในถ้ำเนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ ดังนั้น ไฟโตลิทจะต้องถูกนำเข้ามาโดยมนุษย์หรือสัตว์ เช่นพอสซัม ผ่านขนหรือมูลของพวกมัน"
การตีความและการยอมรับ
การกระจายตัวของซากพืชที่ถูกเผาไหม้นี้ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติแบบดั้งเดิมของชนเผ่า GunaiKurnai ในการใช้เถ้าเพื่อประกอบพิธีกรรมและเวทมนตร์ รวมถึงการใช้เพื่อติดตามร่องรอยของผู้ที่เข้ามาในพื้นที่ แม้แต่วิญญาณ นอกจากนี้ยังพบไม้ที่มีด้ามจับเปื้อนไขมัน ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังคงเน้นย้ำว่า การค้นพบนี้เป็นเพียงการตีความที่เป็นไปได้ แม้จะมีความน่าเชื่อถือสูงก็ตาม แต่บันทึกไฟโตลิทและละอองเรณูทำให้เห็นได้ชัดว่า พืชเหล่านี้ถูกเก็บรวบรวมจากภายนอกและนำเข้ามาในถ้ำ
ความสำคัญของโบราณพฤกษศาสตร์
การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นหน้าต่างอันน่าทึ่งสู่ประวัติศาสตร์กิจกรรมของมนุษย์ที่ถ้ำ Cloggs ซึ่งการวิจัยในอดีตชี้ว่า ชนเผ่า GunaiKurnai ได้อาศัยอยู่ที่นี่มานานถึง 25,000 ปี Anna Florin เสริมว่า โบราณพฤกษศาสตร์มักถูกมองข้ามในงานโบราณคดีของออสเตรเลีย ทำให้งานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ
"พืชเป็นพื้นฐานของอาหาร ยารักษาโรค เทคโนโลยี งานฝีมือ และโครงสร้างต่างๆ รวมถึงการผสมผสานกับแนวปฏิบัติทางศาสนา พิธีกรรม และวัฒนธรรม เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นงานวิจัยทางโบราณพฤกษศาสตร์ ผสมผสานกับความรู้ทางวัฒนธรรมของชนเผ่า GunaiKurnai มาช่วยเสริมเรื่องราวการใช้ถ้ำ Cloggs ในพิธีกรรมอันยาวนานของพวกเขา"
#โบราณคดี #ชนพื้นเมืองออสเตรเลีย #พิธีกรรมโบราณ #โบราณพฤกษศาสตร์
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://gizmodo.com/burnt-grass-in-australian-cave-hints-at-prehistoric-magic-rituals-2000788669