Meta Glasses: แว่นตาอัจฉริยะที่มาพร้อมแบรนด์เต็มตัว แต่ยังคงข้อดีและข้อกังวลเดิม

Meta ได้ก้าวเข้าสู่โลกของแว่นตาอัจฉริยะมาได้สักพักใหญ่แล้ว โดยเริ่มแรกนั้น พวกเขาเลือกที่จะใช้แบรนด์ Ray-Ban และ Oakley เพื่อลดความรู้สึกว่าเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีจ๋าเกินไป แต่ในที่สุด Meta ก็ตัดสินใจนำแบรนด์ของตัวเองมาไว้ข้างหน้าอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว "Meta Glasses" รุ่นใหม่ ที่ยังคงฟังก์ชันการใช้งานเหมือนเดิม แต่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น

แบรนด์ใหม่ ดีไซน์ที่หลากหลายขึ้น

Meta Glasses รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับตัวเลือกดีไซน์และสีสันที่หลากหลายกว่าเดิม มีให้เลือก 3 สไตล์ ได้แก่ Adventurer ที่มีดีไซน์คล้าย Wayfarer, Starfire ทรง Cat Eye ที่เคยร่วมงานกับ Kylie Jenner และ Fury สไตล์โอเวอร์ไซส์สุดเก๋ แต่ละสไตล์ก็มีสีและเลนส์ให้เลือกหลายแบบ

แม้ว่าดีไซน์โดยรวมจะยังคงความคล้ายคลึงกับแว่น Ray-Ban ที่เคยมีมาก่อน แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างออกไป เช่น โลโก้ Meta ∞ ที่แทนที่โลโก้ Ray-Ban เดิม รวมถึงดีไซน์กล่องชาร์จที่พับแบนได้ ซึ่งอาจจะดูไม่หรูหราเท่ากล่อง Ray-Ban แบบคลาสสิก แต่ก็สะดวกในการพกพาใส่กระเป๋าใบเล็กได้ดีกว่า

ความสบายในการสวมใส่: มีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องปรับปรุง

รุ่น Fury ที่ได้ทดลองมานั้นค่อนข้างหนาและใหญ่กว่าแว่นรุ่นอื่นๆ ที่เคยลองจาก Meta น้ำหนักอยู่ที่ 60 กรัม ทำให้รู้สึกหนักกว่าแว่น Ray-Ban Optics ที่เคยรีวิวไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าประทับใจคือ แว่นไม่ค่อยลื่นหลุดจากใบหน้า แม้จะมีน้ำหนักมากกว่าก็ตาม

ทั้งรุ่น Fury และ Adventurer มาพร้อมแป้นจมูกที่ปรับได้ง่ายกว่ารุ่นก่อนๆ ส่วนปลายขาแว่นก็สามารถปรับได้เล็กน้อยเพื่อความกระชับ แต่ก็ยังไม่สามารถปรับให้พอดีเป๊ะเหมือนกับการเข้าร้านแว่นได้

แม้ว่าการสวมใส่จะค่อนข้างพอดี แต่รุ่น Fury ก็ยังไม่สบายเท่าที่ควร บริเวณขาทั้งสองข้างมีสันที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้รู้สึกกดทับข้างศีรษะหลังจากใส่ไปสักพัก และน้ำหนักของแว่นก็กดทับสันจมูกจนเกิดรอยได้เช่นกัน

ฟังก์ชันการใช้งาน: เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ Meta AI

ในแง่ของฟังก์ชันการใช้งาน Meta Glasses รุ่นใหม่นี้แทบไม่ต่างจากรุ่น Gen 2 อื่นๆ เลย ยังคงมาพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล และไมโครโฟนเช่นเดิม Meta ระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ "มากกว่า 8 ชั่วโมง" แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากเปิดเพลงตลอดเวลาก็จะอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง

จุดเด่นอีกอย่างคือ ปุ่ม Action Button ที่สามารถตั้งค่าเป็นปุ่มลัดสำหรับคำสั่งต่างๆ ของผู้ช่วย Meta AI ได้ เช่น อ่านข้อความล่าสุด หรือเข้าถึงฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การแปลภาษา หรือการบันทึกวิดีโอในรูปแบบต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ "Dynamic Capture" ที่คล้ายกับ Live Photo ของ Apple ทำให้สามารถถ่ายภาพเป็นชุดแล้วเลือกเฟรมที่ดีที่สุด หรือจะดูแบบเคลื่อนไหวก็ได้ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการจับภาพช่วงเวลาสำคัญกับเด็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา

Meta ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์นำทางคนเดินเท้าด้วยเสียง ซึ่งน่าสนใจว่าจะทำงานได้ดีแค่ไหนในรูปแบบเสียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังไม่พร้อมใช้งาน จึงยังไม่ได้ทดลอง

แม้ว่าหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยได้ใช้งานฟีเจอร์ AI ของแว่น Meta เท่าที่ควร แต่ Meta AI ก็ได้รับการอัปเกรดให้ใช้โมเดล Muse Spark ล่าสุด ทำให้ผู้ช่วยมีความไหลลื่นและสามารถทำงานได้ดีขึ้น

ข้อควรพิจารณา: ค่าบริการ AI และประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว

สิ่งที่น่าสังเกตคือ Meta เริ่มผูกฟีเจอร์ AI บางอย่างเข้ากับบริการแบบสมัครสมาชิก โดยฟีเจอร์แรกที่ถูกจำกัดคือ "Conversation Focus" ซึ่งช่วยเพิ่มความดังของเสียงสนทนาในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หากต้องการใช้งานเกิน 3 ชั่วโมงต่อเดือน จะต้องสมัครแผน Meta One ในราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน คาดว่าในอนาคตจะมีฟีเจอร์แบบเสียเงินเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของแว่นตาอัจฉริยะก็ยังคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก Meta ได้ออกอัปเดตเฟิร์มแวร์ที่บังคับให้ปิดกล้องหากมีใครพยายามยุ่งกับไฟ LED แจ้งเตือน เพื่อป้องกันการบันทึกภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขข้อกังวลที่ใหญ่กว่าเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น หรือการที่ Meta หมกมุ่นกับการจดจำใบหน้าได้

แม้ว่าการถกเถียงส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่ก็เริ่มมีการแบนแว่น Meta ในบางพื้นที่ เช่น ห้องพิจารณาคดี และเริ่มมีแนวโน้มที่จะตีตราผู้ที่สวมใส่แว่นตาอัจฉริยะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการใช้งานจริง Meta Glasses ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแว่นตาอัจฉริยะในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น Ray-Ban หรือ Oakley โดยยังคงได้รับฟีเจอร์และเทคโนโลยีล่าสุด

Meta Glasses หรือ Ray-Ban Meta: ควรเลือกแบบไหน?

การเลือกระหว่าง Meta Glasses และแว่น Ray-Ban Meta หรือ Oakley นั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก

  • Ray-Ban Optics: หากต้องการเลนส์สายตา รุ่นนี้ยังคงเป็นตัวเลือกที่แนะนำ แม้จะมีราคาสูงกว่า
  • Oakley: หากต้องการแว่นกันแดดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง รุ่น Oakley น่าจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย
  • Meta Glasses: สำหรับผู้ที่ต้องการแว่นตาอัจฉริยะในราคาที่คุ้มค่า รุ่น Adventurer และ Fury เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เพราะให้สเปกและฟีเจอร์ล่าสุดในราคาที่ถูกกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างน้อย 80 ดอลลาร์ แม้ว่าอาจจะรู้สึกว่าเก็บรายละเอียดน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้เพื่อแลกกับราคาที่เอื้อมถึงง่ายกว่า

#แว่นตาอัจฉริยะ #MetaGlasses #RayBanMeta

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.engadget.com/2217722/meta-glasses-review/

Meta Glasses: แว่นตาอัจฉริยะที่มาพร้อมแบรนด์เต็มตัว แต่ยังคงข้อดีและข้อกังวลเดิมMeta ได้ก้าวเข้าสู่โลกของแว่นตาอัจฉริยะมาได้สักพักใหญ่แล้ว โดยเริ่มแรกนั้น พวกเขาเลือกที่จะใช้แบรนด์ Ray-Ban และ Oakley เพื่อลดความรู้สึกว่าเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีจ๋าเกินไป แต่ในที่สุด Meta ก็ตัดสินใจนำแบรนด์ของตัวเองมาไว้ข้างหน้าอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว "Meta Glasses" รุ่นใหม่ ที่ยังคงฟังก์ชันการใช้งานเหมือนเดิม แต่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นแบรนด์ใหม่ ดีไซน์ที่หลากหลายขึ้นMeta Glasses รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับตัวเลือกดีไซน์และสีสันที่หลากหลายกว่าเดิม มีให้เลือก 3 สไตล์ ได้แก่ Adventurer ที่มีดีไซน์คล้าย Wayfarer, Starfire ทรง Cat Eye ที่เคยร่วมงานกับ Kylie Jenner และ Fury สไตล์โอเวอร์ไซส์สุดเก๋ แต่ละสไตล์ก็มีสีและเลนส์ให้เลือกหลายแบบแม้ว่าดีไซน์โดยรวมจะยังคงความคล้ายคลึงกับแว่น Ray-Ban ที่เคยมีมาก่อน แต่ก็มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แตกต่างออกไป เช่น โลโก้ Meta ∞ ที่แทนที่โลโก้ Ray-Ban เดิม รวมถึงดีไซน์กล่องชาร์จที่พับแบนได้ ซึ่งอาจจะดูไม่หรูหราเท่ากล่อง Ray-Ban แบบคลาสสิก แต่ก็สะดวกในการพกพาใส่กระเป๋าใบเล็กได้ดีกว่าความสบายในการสวมใส่: มีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องปรับปรุงรุ่น Fury ที่ได้ทดลองมานั้นค่อนข้างหนาและใหญ่กว่าแว่นรุ่นอื่นๆ ที่เคยลองจาก Meta น้ำหนักอยู่ที่ 60 กรัม ทำให้รู้สึกหนักกว่าแว่น Ray-Ban Optics ที่เคยรีวิวไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าประทับใจคือ แว่นไม่ค่อยลื่นหลุดจากใบหน้า แม้จะมีน้ำหนักมากกว่าก็ตามทั้งรุ่น Fury และ Adventurer มาพร้อมแป้นจมูกที่ปรับได้ง่ายกว่ารุ่นก่อนๆ ส่วนปลายขาแว่นก็สามารถปรับได้เล็กน้อยเพื่อความกระชับ แต่ก็ยังไม่สามารถปรับให้พอดีเป๊ะเหมือนกับการเข้าร้านแว่นได้แม้ว่าการสวมใส่จะค่อนข้างพอดี แต่รุ่น Fury ก็ยังไม่สบายเท่าที่ควร บริเวณขาทั้งสองข้างมีสันที่ค่อนข้างชัดเจน ทำให้รู้สึกกดทับข้างศีรษะหลังจากใส่ไปสักพัก และน้ำหนักของแว่นก็กดทับสันจมูกจนเกิดรอยได้เช่นกันฟังก์ชันการใช้งาน: เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ Meta AIในแง่ของฟังก์ชันการใช้งาน Meta Glasses รุ่นใหม่นี้แทบไม่ต่างจากรุ่น Gen 2 อื่นๆ เลย ยังคงมาพร้อมกล้อง 12 ล้านพิกเซล และไมโครโฟนเช่นเดิม Meta ระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ "มากกว่า 8 ชั่วโมง" แต่ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับการใช้งาน หากเปิดเพลงตลอดเวลาก็จะอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่งจุดเด่นอีกอย่างคือ ปุ่ม Action Button ที่สามารถตั้งค่าเป็นปุ่มลัดสำหรับคำสั่งต่างๆ ของผู้ช่วย Meta AI ได้ เช่น อ่านข้อความล่าสุด หรือเข้าถึงฟีเจอร์อื่นๆ เช่น การแปลภาษา หรือการบันทึกวิดีโอในรูปแบบต่างๆนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ "Dynamic Capture" ที่คล้ายกับ Live Photo ของ Apple ทำให้สามารถถ่ายภาพเป็นชุดแล้วเลือกเฟรมที่ดีที่สุด หรือจะดูแบบเคลื่อนไหวก็ได้ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ในการจับภาพช่วงเวลาสำคัญกับเด็กๆ หรือสัตว์เลี้ยงที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาMeta ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์นำทางคนเดินเท้าด้วยเสียง ซึ่งน่าสนใจว่าจะทำงานได้ดีแค่ไหนในรูปแบบเสียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้ยังไม่พร้อมใช้งาน จึงยังไม่ได้ทดลองแม้ว่าหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยได้ใช้งานฟีเจอร์ AI ของแว่น Meta เท่าที่ควร แต่ Meta AI ก็ได้รับการอัปเกรดให้ใช้โมเดล Muse Spark ล่าสุด ทำให้ผู้ช่วยมีความไหลลื่นและสามารถทำงานได้ดีขึ้นข้อควรพิจารณา: ค่าบริการ AI และประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวสิ่งที่น่าสังเกตคือ Meta เริ่มผูกฟีเจอร์ AI บางอย่างเข้ากับบริการแบบสมัครสมาชิก โดยฟีเจอร์แรกที่ถูกจำกัดคือ "Conversation Focus" ซึ่งช่วยเพิ่มความดังของเสียงสนทนาในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง หากต้องการใช้งานเกิน 3 ชั่วโมงต่อเดือน จะต้องสมัครแผน Meta One ในราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน คาดว่าในอนาคตจะมีฟีเจอร์แบบเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกนอกจากนี้ ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของแว่นตาอัจฉริยะก็ยังคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก Meta ได้ออกอัปเดตเฟิร์มแวร์ที่บังคับให้ปิดกล้องหากมีใครพยายามยุ่งกับไฟ LED แจ้งเตือน เพื่อป้องกันการบันทึกภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขข้อกังวลที่ใหญ่กว่าเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น หรือการที่ Meta หมกมุ่นกับการจดจำใบหน้าได้แม้ว่าการถกเถียงส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่แค่ในโลกออนไลน์ แต่ก็เริ่มมีการแบนแว่น Meta ในบางพื้นที่ เช่น ห้องพิจารณาคดี และเริ่มมีแนวโน้มที่จะตีตราผู้ที่สวมใส่แว่นตาอัจฉริยะอย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงการใช้งานจริง Meta Glasses ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการแว่นตาอัจฉริยะในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น Ray-Ban หรือ Oakley โดยยังคงได้รับฟีเจอร์และเทคโนโลยีล่าสุดMeta Glasses หรือ Ray-Ban Meta: ควรเลือกแบบไหน?การเลือกระหว่าง Meta Glasses และแว่น Ray-Ban Meta หรือ Oakley นั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลักRay-Ban Optics: หากต้องการเลนส์สายตา รุ่นนี้ยังคงเป็นตัวเลือกที่แนะนำ แม้จะมีราคาสูงกว่าOakley: หากต้องการแว่นกันแดดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง รุ่น Oakley น่าจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยMeta Glasses: สำหรับผู้ที่ต้องการแว่นตาอัจฉริยะในราคาที่คุ้มค่า รุ่น Adventurer และ Fury เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เพราะให้สเปกและฟีเจอร์ล่าสุดในราคาที่ถูกกว่ารุ่นอื่นๆ อย่างน้อย 80 ดอลลาร์ แม้ว่าอาจจะรู้สึกว่าเก็บรายละเอียดน้อยกว่าเล็กน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้เพื่อแลกกับราคาที่เอื้อมถึงง่ายกว่า#แว่นตาอัจฉริยะ #MetaGlasses #RayBanMetahttps://www.engadget.com/2217722/meta-glasses-review/
Shared content
WWW.ENGADGET.COM
Meta Glasses review: A bit less polish, a lot more baggage - Engadget
Meta's glasses deliver the same functionality as its Ray-Ban models but don't quite feel as premium.
5 Commenti 0 condivisioni 670 Views 0 Anteprima