แชร์ตำแหน่งปัจจุบัน ทำได้ง่ายๆ บนมือถือทั้ง Android และ iOS 📍
ในยุคดิจิทัลที่การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ การรู้ว่าคนที่เรารักอยู่ที่ไหน หรือการแจ้งตำแหน่งของตัวเองให้คนอื่นทราบ เพื่อความปลอดภัย หรือเพื่อการนัดหมายที่ง่ายขึ้น ถือเป็นเรื่องที่สะดวกสบายอย่างมาก ปัจจุบันสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ มีฟังก์ชันการแชร์ตำแหน่งที่หลากหลาย สามารถทำได้ง่ายๆ บนทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ซึ่งมีหลายวิธีที่น่าสนใจ ดังนี้
1. แชร์ตำแหน่งผ่าน Google Maps 🗺️
Google Maps เป็นแอปแผนที่ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และมีฟังก์ชันการแชร์ตำแหน่งที่ใช้งานง่ายบนทั้งสองระบบปฏิบัติการ
วิธีทำ:
- เปิดแอป Google Maps บนมือถือของคุณ (ทั้ง Android และ iOS)
- แตะที่รูปโปรไฟล์หรือตัวอักษรย่อของคุณที่มุมขวาบน
- หากยังไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้ ให้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ
- เลือก "ตำแหน่งที่แชร์" (Location sharing) จากนั้นแตะ "แชร์ตำแหน่ง" (Share location) หรือ "แชร์ตำแหน่งใหม่" (New share)
- เลือกระยะเวลาที่คุณต้องการแชร์ตำแหน่ง
- เลือกผู้ติดต่อที่คุณต้องการแชร์ตำแหน่งด้วย (อาจต้องให้สิทธิ์ Google Maps เข้าถึงรายชื่อติดต่อของคุณ)
- คุณสามารถแชร์ตำแหน่งกับใครก็ได้ในรายชื่อติดต่อของคุณ หากคุณได้เพิ่มที่อยู่อีเมล Gmail ของพวกเขาไว้แล้ว หรือจะแชร์โดยตรงกับแอปอื่นๆ ก็ได้
- หากต้องการแชร์กับผู้ที่ไม่มีบัญชี Google ให้เลื่อนไปทางขวาในแถบแอปด้านล่าง แล้วแตะ "คัดลอก" (Copy to) จากนั้นแตะ "แชร์" (Share) เพื่อรับลิงก์ที่จะนำไปวางในอีเมลหรือข้อความได้
- สำหรับ iPhone คุณสามารถแตะ "ตัวเลือกเพิ่มเติม" (More options) เพื่อส่งลิงก์ผ่าน iMessage หรือแอปอื่น หรือเลือก "คัดลอก" (Copy) เพื่อรับลิงก์
- คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อคนที่คุณกำลังแชร์ตำแหน่งด้วยได้ในแท็บ "ตำแหน่งที่แชร์" เดียวกัน และจะเห็นรูปโปรไฟล์ของพวกเขาบนแผนที่ หากพวกเขากำลังแชร์ตำแหน่งกับคุณด้วย
- หากต้องการหยุดแชร์ หรือต้องการดูเส้นทางไปยังตำแหน่งของพวกเขา ให้แตะที่รูปโปรไฟล์หรือชื่อของพวกเขาที่แสดงอยู่ด้านล่าง
2. แชร์ตำแหน่งผ่านแอป Find My (สำหรับ iPhone/iPad) 🍎
สำหรับผู้ใช้งาน iPhone, iPad หรือ iPod Touch แอป Find My จะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการแชร์ตำแหน่ง
วิธีทำ:
- เปิดแอป Find My
- เลือกแท็บ "บุคคล" (People)
- แตะที่ชื่อบุคคลที่คุณต้องการแชร์ตำแหน่งด้วย แล้วเลื่อนลงไปเลือก "แชร์ตำแหน่งของฉัน" (Share My Location)
- หากต้องการเพิ่มบุคคล ให้แตะไอคอนเครื่องหมายบวก (+) แล้วป้อนชื่อหรือหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่คุณต้องการแชร์ด้วย จากนั้นแตะเครื่องหมายถูก (✓) ที่มุมขวาบน
- เลือกช่วงเวลาที่คุณต้องการแชร์ตำแหน่ง: "หนึ่งชั่วโมง" (One Hour), "จนถึงสิ้นวัน" (Until End of Day), หรือ "ตลอดไป" (Indefinitely)
- คุณสามารถหยุดแชร์ตำแหน่งได้ที่แท็บ "บุคคล" (People) เช่นกัน โดยแตะที่ชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง แล้วเลือก "หยุดแชร์ตำแหน่งของฉัน" (Stop Sharing My Location)
- หากต้องการหยุดแชร์กับทุกคนอย่างรวดเร็ว ให้เลือกแท็บ "ฉัน" (Me) แล้วปิด "แชร์ตำแหน่งของฉัน" (Share My Location)
3. แชร์ตำแหน่งผ่าน Facebook Messenger 💬
หากคุณกำลังแชทกับบุคคลหรือกลุ่มที่คุณต้องการส่งตำแหน่งให้ในแอป Messenger คุณสามารถแชร์ตำแหน่งได้โดยตรงโดยไม่ต้องออกจากแอป วิธีนี้ใช้ได้ทั้งบน Android และ iOS
วิธีทำ:
- เปิดแอป Messenger แล้วเลือกการสนทนาที่ต้องการ
- แตะไอคอน "ตัวเลือก" (Options) หรือเครื่องหมายบวก (+) ที่มุมซ้ายล่าง
- แตะไอคอน "ตำแหน่ง" (Location) ที่เป็นรูปหัวลูกศร
- คุณอาจถูกขอให้ให้สิทธิ์แอป Messenger ในการเข้าถึงตำแหน่งของคุณ
- หากต้องการแชร์ตำแหน่งสด ให้แตะ "เริ่มแชร์ตำแหน่งสด" (Start sharing live location) ซึ่งจะแชร์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง และคุณจะเห็นตัวเลือก "หยุดแชร์" (Stop Sharing) พร้อมนาฬิกานับถอยหลัง
- หากต้องการแชร์ตำแหน่งแบบคงที่ (Static Point) ให้ค้นหาตำแหน่งที่ต้องการ หรือแตะที่หมุดตำแหน่งที่มุมขวาล่าง ลากแผนที่ไปยังจุดที่ต้องการ แล้วแตะ "ส่งตำแหน่ง" (Send location)
4. แชร์ตำแหน่งผ่าน WhatsApp 📲
หากบุคคลที่คุณต้องการแชร์ตำแหน่งด้วยใช้ WhatsApp ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ทั้งบน Android และ iOS
วิธีทำ:
- เปิดแอป WhatsApp แล้วเลือกแท็บ "แชท" (Chats)
- เลือกบุคคลหรือกลุ่มที่คุณต้องการแชร์ด้วย
- สำหรับ iPhone แตะไอคอนเครื่องหมายบวก (+) ที่มุมซ้ายล่าง สำหรับ Android แตะไอคอนคลิปหนีบกระดาษที่มุมขวาล่าง
- เลือก "ตำแหน่ง" (Location)
- คุณอาจต้องแตะ "ดำเนินการต่อ" (Continue) และ "อนุญาต" (Allow) เพื่อให้ WhatsApp เข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของคุณ
- แตะ "ส่งตำแหน่งปัจจุบันของคุณ" (Send Your Current Location) เพื่อส่งภาพรวมของตำแหน่งที่คุณอยู่ตอนนี้ หรือเลือก "แชร์ตำแหน่งสด" (Share Live Location) เพื่อแชร์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ขณะที่คุณเคลื่อนที่ โดยสามารถเลือกระยะเวลาได้ตั้งแต่ 15 นาที ถึง 8 ชั่วโมง
5. แชร์ตำแหน่งผ่าน Emergency SOS (สำหรับ iPhone) 🆘
ฟีเจอร์ Emergency SOS บน iPhone เมื่อถูกเรียกใช้งาน จะส่งข้อความพร้อมแชร์ตำแหน่งของคุณไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉิน
วิธีตั้งค่าและใช้งาน:
- เปิดแอป Health แล้วแตะรูปโปรไฟล์ของคุณ จากนั้นเลือก "Medical ID"
- เลื่อนลงไปที่ "ผู้ติดต่อฉุกเฉิน" (Emergency Contacts) แล้วแตะ "เพิ่ม" (Add) หรือ "แก้ไข" (Edit) จากนั้น "เพิ่มผู้ติดต่อฉุกเฉิน" (Add Emergency Contact)
- หากต้องการเปิดใช้งาน Emergency SOS ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้พร้อมกับปุ่มเพิ่มระดับเสียง (สำหรับ iPhone รุ่นใหม่) หรือหากใช้ iPhone 7 หรือรุ่นเก่ากว่า ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องอย่างรวดเร็ว 5 ครั้ง
- ลากแถบเลื่อน Emergency SOS เพื่อโทรหาบริการฉุกเฉิน การดำเนินการนี้จะส่งข้อความและแชร์ตำแหน่งไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินของคุณด้วย
- แนะนำให้ลองทดสอบฟีเจอร์นี้เมื่อตั้งค่าเสร็จ (และแจ้งให้ผู้ติดต่อฉุกเฉินทราบล่วงหน้า) เพื่อให้ทราบวิธีการทำงานที่แน่นอน
6. การแชร์ตำแหน่งสำหรับกรณีฉุกเฉินบน Android 🚨
ตัวเลือกฉุกเฉินสำหรับการแชร์ตำแหน่งบนโทรศัพท์ Android อาจแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ผลิต แต่โดยทั่วไปแล้ว คุณสามารถกดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้เพื่อเข้าถึงข้อมูลฉุกเฉินหรือโหมดฉุกเฉินได้
วิธีตั้งค่า (สำหรับโทรศัพท์ Android ส่วนใหญ่ รวมถึง Google Pixel):
- ไปที่ "การตั้งค่า" (Settings) > "ตำแหน่ง" (Location) > "บริการตำแหน่ง" (Location Services) และตรวจสอบให้แน่ใจว่า "บริการตำแหน่งฉุกเฉิน" (Emergency Location Service) เปิดอยู่
- เมื่อรองรับ ฟีเจอร์นี้จะแชร์ตำแหน่งของคุณกับบริการฉุกเฉินเมื่อคุณโทรหรือส่งข้อความไปยังหมายเลขฉุกเฉิน
- ไปที่ "การตั้งค่า" (Settings) > "ความปลอดภัยและเหตุฉุกเฉิน" (Safety & Emergency)
- คุณสามารถเพิ่มผู้ติดต่อฉุกเฉินและกำหนดค่า Emergency SOS ได้ที่นี่
- เปิดใช้งานตัวเลือก "แชร์ข้อมูลกับผู้ติดต่อฉุกเฉิน" (Share info with emergency contacts) เพื่อแชร์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของคุณเมื่อคุณเรียกใช้ Emergency SOS
ข้อควรจำ:
- ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่คุณกำลังแชร์ตำแหน่งด้วยเป็นประจำ
- หากคุณแชร์ตำแหน่งเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย อาจพิจารณาอุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลเพิ่มเติม
การแชร์ตำแหน่งเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างความอุ่นใจและเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ลองเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความสะดวกของคุณดูนะคะ
#แชร์ตำแหน่ง #GoogleMaps #FindMy #Messenger #WhatsApp #EmergencySOS #Android #iOS
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/how-to-share-your-location-android-ios/