Pippa: AI สร้างสรรค์งานภาพ พร้อมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ศิลปินจริงหรือ?

วงการ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการสร้างสรรค์งานภาพและวิดีโอ แต่เบื้องหลังความก้าวหน้านี้ ยังคงมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์และการจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปินที่เป็นเจ้าของผลงานต้นฉบับ ซึ่งหลายครั้งถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Pippa สตาร์ทอัพ AI ที่พยายามสร้างโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง โดยเน้นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับศิลปินโดยตรง

Pippa คืออะไร และทำไมถึงแตกต่าง?

Pippa เป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีผลิตภัณฑ์หลักคือการสร้างวิดีโอสั้นจากข้อความ (Text-to-Video) แต่สิ่งที่ทำให้ Pippa โดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด AI สร้างวิดีโอ คือ โมเดลธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปินโดยตรง

ทุกครั้งที่ผู้ใช้งาน Pippa สร้างสรรค์ภาพหรือวิดีโอคลิปที่มีสไตล์ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปินที่เป็นมนุษย์ ศิลปินผู้นั้นจะได้รับค่าตอบแทนจากแพลตฟอร์ม

แนวคิดเบื้องหลังโมเดลการจ่ายค่าตอบแทน

Hogan Shrum และ Sean Wright ผู้ร่วมก่อตั้ง Pippa เชื่อว่าการให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับศิลปิน จะเป็นปัจจัยดึงดูดผู้ใช้งาน และพิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัท AI สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีจริยธรรม

พวกเขาเปรียบเทียบโมเดลของ Pippa กับช่วงเวลาที่ Napster กำลังเฟื่องฟู ซึ่งผู้คนต่างก็ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่ง Apple เปิดตัวการขายเพลงในราคา 99 เซนต์ และ Napster ถูกปิดตัวลง วงการเพลงก็ค้นพบวิธีใหม่ในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปิน

รายได้ของศิลปินจาก Pippa

แม้ว่า Pippa จะพยายามสร้างโมเดลที่ "มีจริยธรรม" แต่ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการโน้มน้าวใจศิลปินให้ยอมรับ

  • ค่าตอบแทนต่อหน่วย: ในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้สร้างภาพ ศิลปินจะได้รับ 0.005 ดอลลาร์สหรัฐ และสำหรับวิดีโอจะได้รับ 0.003 ดอลลาร์สหรัฐต่อวินาที
  • ส่วนแบ่งจากรายได้: นอกจากนี้ Pippa ยังจัดสรร 5% ของรายได้ค่าสมัครสมาชิกทั้งหมด เป็นกองทุนค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Pool) เพื่อแบ่งปันให้กับศิลปิน

Pippa เปรียบเทียบโครงสร้างการจ่ายค่าลิขสิทธิ์นี้กับ Spotify ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะศิลปินหลายคนก็ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อโมเดลรายได้ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงนี้เช่นกัน

กระบวนการทำงานร่วมกับศิลปิน

Pippa มีกระบวนการคัดเลือกศิลปินที่เข้มงวด:

  1. การตรวจสอบสิทธิ์: ศิลปินต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน เพื่อยืนยันว่าผลงานที่ส่งเข้ามาเป็นของตนเองจริง
  2. โมเดลที่ฝึกฝนจากผลงาน: เมื่อศิลปินได้รับการอนุมัติ โมเดล AI ที่ได้รับการฝึกฝนจากผลงานของศิลปิน จะพร้อมให้ผู้ใช้ Pippa เลือกใช้งาน
  3. โปรไฟล์ศิลปิน: Pippa ยังมีหน้าโปรไฟล์สำหรับศิลปิน เพื่อให้สามารถโปรโมตผลงานของตนเองนอกแพลตฟอร์มได้
  4. การใช้นามแฝง: สำหรับศิลปินที่กังวลว่าจะถูกมองว่า "ทรยศ" ชุมชนศิลปิน Pippa ก็มีทางเลือกให้สามารถส่งผลงานภายใต้นามแฝงได้

ความท้าทายและข้อจำกัด

แม้ Pippa จะมีเจตนาที่ดี แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา:

  • การใช้โมเดลพื้นฐาน: ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของ Pippa ยังคงใช้โมเดลแบบเปิด (open models) ที่ได้รับการฝึกฝนเบื้องต้นจากข้อมูลจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจรวมถึงงานศิลปะที่ถูกรวบรวมมาโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจน
  • ความคล้ายคลึงกับบริการอื่น: ผลงานที่สร้างจาก Pippa ในปัจจุบัน ยังมีความคล้ายคลึงกับที่พบได้ในบริการ Text-to-Video อื่นๆ ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเนื้อหาที่เน้นสำหรับเด็ก ซึ่งยังห่างไกลจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปินอิสระ
  • การพึ่งพาโมเดลภายนอก: Pippa วางแผนที่จะผสานรวมโมเดล Seedance 2.5 ของ ByteDance เข้ามาในบริการ ซึ่งอาจดึงดูดผู้ใช้บางกลุ่ม แต่เพื่อให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง Pippa จำเป็นต้องเซ็นสัญญากับศิลปินภายในเพิ่มขึ้น

อนาคตของ Pippa และ AI ที่มีจริยธรรม

Pippa กำลังพยายามสร้างเส้นทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรม AI โดยแสดงให้เห็นว่าบริษัท AI ไม่จำเป็นต้อง "ขโมย" เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้โมเดลที่ฝึกฝนจากชุดข้อมูลภายในของศิลปินเองจะยังต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาล แต่ความพยายามของ Pippa ในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและการเคารพสิทธิ์ของศิลปิน ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามอง

สำหรับผู้ที่สนใจสร้างสรรค์งานภาพและวิดีโอด้วย AI พร้อมกับต้องการสนับสนุนศิลปิน Pippa อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าพิจารณา แต่ก็ควรตระหนักถึงข้อจำกัดและกระบวนการทำงานของแพลตฟอร์มควบคู่กันไปด้วย

คำถามที่พบบ่อย

Pippa จ่ายค่าตอบแทนให้ศิลปินอย่างไร?

Pippa จ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนเล็กน้อยต่อการสร้างภาพหรือวิดีโอแต่ละครั้ง และแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้ค่าสมัครสมาชิกทั้งหมดให้กับศิลปินในรูปแบบของค่าลิขสิทธิ์

ศิลปินทุกคนสามารถเข้าร่วมกับ Pippa ได้หรือไม่?

ไม่ ศิลปินต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์อย่างเข้มงวดเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของผลงานก่อน

Pippa ใช้ผลงานศิลปินที่ถูกขโมยมาฝึกฝนโมเดลหรือไม่?

ในปัจจุบัน Pippa ยังคงใช้โมเดลพื้นฐานที่ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจรวมถึงงานศิลปะที่ไม่ได้ขออนุญาต แต่มีแผนที่จะพัฒนาไปสู่การใช้โมเดลที่ฝึกฝนจากผลงานของศิลปินที่ร่วมงานด้วยโดยเฉพาะในอนาคต

ผลงานที่สร้างจาก Pippa มีคุณภาพเทียบเท่าศิลปินหรือไม่?

ปัจจุบันผลงานส่วนใหญ่ยังมีความคล้ายคลึงกับบริการ AI สร้างวิดีโออื่นๆ และยังห่างไกลจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปินอิสระ แต่ Pippa กำลังพัฒนาเพื่อเพิ่มสไตล์งานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น

Pippa เหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นด้วย AI และต้องการสนับสนุนศิลปินที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ AI ในอุตสาหกรรมนี้

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.theverge.com/ai-artificial-intelligence/974018/pippa-seedance-artist-royalties

Pippa: AI สร้างสรรค์งานภาพ พร้อมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ศิลปินจริงหรือ?วงการ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการสร้างสรรค์งานภาพและวิดีโอ แต่เบื้องหลังความก้าวหน้านี้ ยังคงมีคำถามสำคัญเกี่ยวกับสิทธิ์และการจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปินที่เป็นเจ้าของผลงานต้นฉบับ ซึ่งหลายครั้งถูกนำไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Pippa สตาร์ทอัพ AI ที่พยายามสร้างโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง โดยเน้นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับศิลปินโดยตรงPippa คืออะไร และทำไมถึงแตกต่าง?Pippa เป็นสตาร์ทอัพด้าน AI ที่มีผลิตภัณฑ์หลักคือการสร้างวิดีโอสั้นจากข้อความ (Text-to-Video) แต่สิ่งที่ทำให้ Pippa โดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาด AI สร้างวิดีโอ คือ โมเดลธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปินโดยตรงทุกครั้งที่ผู้ใช้งาน Pippa สร้างสรรค์ภาพหรือวิดีโอคลิปที่มีสไตล์ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของศิลปินที่เป็นมนุษย์ ศิลปินผู้นั้นจะได้รับค่าตอบแทนจากแพลตฟอร์มแนวคิดเบื้องหลังโมเดลการจ่ายค่าตอบแทนHogan Shrum และ Sean Wright ผู้ร่วมก่อตั้ง Pippa เชื่อว่าการให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับศิลปิน จะเป็นปัจจัยดึงดูดผู้ใช้งาน และพิสูจน์ให้เห็นว่าบริษัท AI สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีจริยธรรมพวกเขาเปรียบเทียบโมเดลของ Pippa กับช่วงเวลาที่ Napster กำลังเฟื่องฟู ซึ่งผู้คนต่างก็ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่ง Apple เปิดตัวการขายเพลงในราคา 99 เซนต์ และ Napster ถูกปิดตัวลง วงการเพลงก็ค้นพบวิธีใหม่ในการจ่ายค่าตอบแทนให้กับศิลปินรายได้ของศิลปินจาก Pippaแม้ว่า Pippa จะพยายามสร้างโมเดลที่ "มีจริยธรรม" แต่ก็ยังคงเผชิญกับความท้าทายในการโน้มน้าวใจศิลปินให้ยอมรับค่าตอบแทนต่อหน่วย: ในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้สร้างภาพ ศิลปินจะได้รับ 0.005 ดอลลาร์สหรัฐ และสำหรับวิดีโอจะได้รับ 0.003 ดอลลาร์สหรัฐต่อวินาทีส่วนแบ่งจากรายได้: นอกจากนี้ Pippa ยังจัดสรร 5% ของรายได้ค่าสมัครสมาชิกทั้งหมด เป็นกองทุนค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Pool) เพื่อแบ่งปันให้กับศิลปินPippa เปรียบเทียบโครงสร้างการจ่ายค่าลิขสิทธิ์นี้กับ Spotify ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะศิลปินหลายคนก็ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อโมเดลรายได้ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงนี้เช่นกันกระบวนการทำงานร่วมกับศิลปินPippa มีกระบวนการคัดเลือกศิลปินที่เข้มงวด:การตรวจสอบสิทธิ์: ศิลปินต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบหลายขั้นตอน เพื่อยืนยันว่าผลงานที่ส่งเข้ามาเป็นของตนเองจริงโมเดลที่ฝึกฝนจากผลงาน: เมื่อศิลปินได้รับการอนุมัติ โมเดล AI ที่ได้รับการฝึกฝนจากผลงานของศิลปิน จะพร้อมให้ผู้ใช้ Pippa เลือกใช้งานโปรไฟล์ศิลปิน: Pippa ยังมีหน้าโปรไฟล์สำหรับศิลปิน เพื่อให้สามารถโปรโมตผลงานของตนเองนอกแพลตฟอร์มได้การใช้นามแฝง: สำหรับศิลปินที่กังวลว่าจะถูกมองว่า "ทรยศ" ชุมชนศิลปิน Pippa ก็มีทางเลือกให้สามารถส่งผลงานภายใต้นามแฝงได้ความท้าทายและข้อจำกัดแม้ Pippa จะมีเจตนาที่ดี แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา:การใช้โมเดลพื้นฐาน: ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของ Pippa ยังคงใช้โมเดลแบบเปิด (open models) ที่ได้รับการฝึกฝนเบื้องต้นจากข้อมูลจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจรวมถึงงานศิลปะที่ถูกรวบรวมมาโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนความคล้ายคลึงกับบริการอื่น: ผลงานที่สร้างจาก Pippa ในปัจจุบัน ยังมีความคล้ายคลึงกับที่พบได้ในบริการ Text-to-Video อื่นๆ ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเนื้อหาที่เน้นสำหรับเด็ก ซึ่งยังห่างไกลจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปินอิสระการพึ่งพาโมเดลภายนอก: Pippa วางแผนที่จะผสานรวมโมเดล Seedance 2.5 ของ ByteDance เข้ามาในบริการ ซึ่งอาจดึงดูดผู้ใช้บางกลุ่ม แต่เพื่อให้โดดเด่นเหนือคู่แข่ง Pippa จำเป็นต้องเซ็นสัญญากับศิลปินภายในเพิ่มขึ้นอนาคตของ Pippa และ AI ที่มีจริยธรรมPippa กำลังพยายามสร้างเส้นทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรม AI โดยแสดงให้เห็นว่าบริษัท AI ไม่จำเป็นต้อง "ขโมย" เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้โมเดลที่ฝึกฝนจากชุดข้อมูลภายในของศิลปินเองจะยังต้องใช้เวลาและเงินลงทุนมหาศาล แต่ความพยายามของ Pippa ในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและการเคารพสิทธิ์ของศิลปิน ถือเป็นก้าวที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่สนใจสร้างสรรค์งานภาพและวิดีโอด้วย AI พร้อมกับต้องการสนับสนุนศิลปิน Pippa อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าพิจารณา แต่ก็ควรตระหนักถึงข้อจำกัดและกระบวนการทำงานของแพลตฟอร์มควบคู่กันไปด้วยคำถามที่พบบ่อยPippa จ่ายค่าตอบแทนให้ศิลปินอย่างไร?Pippa จ่ายค่าตอบแทนเป็นจำนวนเล็กน้อยต่อการสร้างภาพหรือวิดีโอแต่ละครั้ง และแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้ค่าสมัครสมาชิกทั้งหมดให้กับศิลปินในรูปแบบของค่าลิขสิทธิ์ศิลปินทุกคนสามารถเข้าร่วมกับ Pippa ได้หรือไม่?ไม่ ศิลปินต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิ์อย่างเข้มงวดเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของผลงานก่อนPippa ใช้ผลงานศิลปินที่ถูกขโมยมาฝึกฝนโมเดลหรือไม่?ในปัจจุบัน Pippa ยังคงใช้โมเดลพื้นฐานที่ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจรวมถึงงานศิลปะที่ไม่ได้ขออนุญาต แต่มีแผนที่จะพัฒนาไปสู่การใช้โมเดลที่ฝึกฝนจากผลงานของศิลปินที่ร่วมงานด้วยโดยเฉพาะในอนาคตผลงานที่สร้างจาก Pippa มีคุณภาพเทียบเท่าศิลปินหรือไม่?ปัจจุบันผลงานส่วนใหญ่ยังมีความคล้ายคลึงกับบริการ AI สร้างวิดีโออื่นๆ และยังห่างไกลจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปินอิสระ แต่ Pippa กำลังพัฒนาเพื่อเพิ่มสไตล์งานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้นPippa เหมาะกับใคร?เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นด้วย AI และต้องการสนับสนุนศิลปินที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ AI ในอุตสาหกรรมนี้https://www.theverge.com/ai-artificial-intelligence/974018/pippa-seedance-artist-royalties
Shared content
WWW.THEVERGE.COM
Is paying artists enough to convince them to embrace AI?
AI startup Pippa is trying to entice artists with a revenue share system.
7 Комментарии 0 Поделились 516 Просмотры 0 предпросмотр