-
Public Group
-
54 Posts
-
0 Photos
-
0 Videos
-
Reviews
-
Other
-
Google Maps อัปเดตฟีเจอร์ใหม่! นำทางแบบ Immersive และมาตรวัดความเร็วใน Android Auto เริ่มทยอยปล่อยให้ใช้แล้ว
ข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Google Maps เมื่อล่าสุดมีรายงานว่าฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนรอคอยอย่าง Immersive Navigation หรือโหมดนำทางแบบสมจริง และ มาตรวัดความเร็ว (Speedometer) ใน Android Auto กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น
Immersive Navigation: ประสบการณ์นำทางที่สมจริงยิ่งขึ้น
Immersive Navigation ได้รับการประกาศว่าเป็น "การอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี" ของ Google Maps โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบทิศทางการนำทางที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่มีรายละเอียดมากขึ้นขณะเดินทาง ฟีเจอร์นี้เริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้บางส่วนได้สัมผัสตั้งแต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
จากการสำรวจ พบว่าผู้ใช้จำนวนไม่มากนักที่ได้รับ Immersive Navigation บนอุปกรณ์ของตน แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดย Google กำลังค่อยๆ เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้หลายคนพบว่า Immersive Navigation นี้ใช้งานได้บน Google Maps เวอร์ชันปกติ ไม่ใช่เฉพาะเวอร์ชัน Beta เท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดบนอุปกรณ์ Android เมื่อไอคอน Gemini เข้ามาแทนที่ไอคอน Assistant ที่มุมขวาบน
มาตรวัดความเร็วใน Android Auto: รู้ความเร็วได้ทันที
นอกเหนือจาก Immersive Navigation แล้ว Google Maps ยังได้ทยอยปล่อยมาตรวัดความเร็ว (Speedometer) สำหรับ Android Auto ให้ใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นแล้วเช่นกัน ฟีเจอร์ที่รอคอยมานานนี้เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน และตอนนี้ก็มีรายงานว่าสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่ไม่ใช่เวอร์ชัน Beta ของ Maps หรือ Android Auto
ยังไม่ชัดเจนว่าการปล่อยทั้งสองฟีเจอร์นี้มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือเป็นการอัปเดตฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (Server-side update) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอัปเดตแอปเวอร์ชัน Beta เพื่อใช้งาน
คุณเห็นฟีเจอร์ใหม่นี้แล้วหรือยัง?
หากคุณเป็นผู้ใช้ Google Maps และ Android Auto ลองตรวจสอบบนอุปกรณ์ของคุณดูว่าได้รับ Immersive Navigation หรือมาตรวัดความเร็วแล้วหรือยัง สามารถแสดงความคิดเห็นแบ่งปันประสบการณ์ของคุณได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง:
- Android Auto ปรับปรุงการแจ้งเตือน Google Maps ให้ลดการรบกวน
- Google Maps บน Android Auto แสดงป้ายชื่อถนนใหญ่ขึ้น
- Google แนะนำการใช้งาน ‘Ask Maps’ ฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังทยอยเปิดตัว
#GoogleMaps #AndroidAuto #ImmersiveNavigation #Speedometer
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/25/google-maps-immersive-navigation-android-auto-speedometer-rollout-more/Google Maps อัปเดตฟีเจอร์ใหม่! นำทางแบบ Immersive และมาตรวัดความเร็วใน Android Auto เริ่มทยอยปล่อยให้ใช้แล้วข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Google Maps เมื่อล่าสุดมีรายงานว่าฟีเจอร์ใหม่ที่หลายคนรอคอยอย่าง Immersive Navigation หรือโหมดนำทางแบบสมจริง และ มาตรวัดความเร็ว (Speedometer) ใน Android Auto กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้นImmersive Navigation: ประสบการณ์นำทางที่สมจริงยิ่งขึ้นImmersive Navigation ได้รับการประกาศว่าเป็น "การอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี" ของ Google Maps โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบทิศทางการนำทางที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่มีรายละเอียดมากขึ้นขณะเดินทาง ฟีเจอร์นี้เริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้บางส่วนได้สัมผัสตั้งแต่ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาจากการสำรวจ พบว่าผู้ใช้จำนวนไม่มากนักที่ได้รับ Immersive Navigation บนอุปกรณ์ของตน แต่สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดย Google กำลังค่อยๆ เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างเป็นระบบมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้หลายคนพบว่า Immersive Navigation นี้ใช้งานได้บน Google Maps เวอร์ชันปกติ ไม่ใช่เฉพาะเวอร์ชัน Beta เท่านั้นการเปลี่ยนแปลงนี้จะสังเกตเห็นได้ชัดบนอุปกรณ์ Android เมื่อไอคอน Gemini เข้ามาแทนที่ไอคอน Assistant ที่มุมขวาบนมาตรวัดความเร็วใน Android Auto: รู้ความเร็วได้ทันทีนอกเหนือจาก Immersive Navigation แล้ว Google Maps ยังได้ทยอยปล่อยมาตรวัดความเร็ว (Speedometer) สำหรับ Android Auto ให้ใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นแล้วเช่นกัน ฟีเจอร์ที่รอคอยมานานนี้เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงต้นเดือน และตอนนี้ก็มีรายงานว่าสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่ไม่ใช่เวอร์ชัน Beta ของ Maps หรือ Android Autoยังไม่ชัดเจนว่าการปล่อยทั้งสองฟีเจอร์นี้มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือเป็นการอัปเดตฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (Server-side update) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องอัปเดตแอปเวอร์ชัน Beta เพื่อใช้งานคุณเห็นฟีเจอร์ใหม่นี้แล้วหรือยัง?หากคุณเป็นผู้ใช้ Google Maps และ Android Auto ลองตรวจสอบบนอุปกรณ์ของคุณดูว่าได้รับ Immersive Navigation หรือมาตรวัดความเร็วแล้วหรือยัง สามารถแสดงความคิดเห็นแบ่งปันประสบการณ์ของคุณได้เลยบทความที่เกี่ยวข้อง:Android Auto ปรับปรุงการแจ้งเตือน Google Maps ให้ลดการรบกวนGoogle Maps บน Android Auto แสดงป้ายชื่อถนนใหญ่ขึ้นGoogle แนะนำการใช้งาน ‘Ask Maps’ ฟีเจอร์ใหม่ที่กำลังทยอยเปิดตัว#GoogleMaps #AndroidAuto #ImmersiveNavigation #Speedometerhttps://9to5google.com/2026/07/25/google-maps-immersive-navigation-android-auto-speedometer-rollout-more/
9TO5GOOGLE.COMGoogle Maps rolling out Immersive Navigation, speedometer in Android Auto to more usersGoogle Maps appears to be opening the floodgates on the rollout of Immersive Navigation and support for a speedometer in...6 Comments 0 Shares 24 Views 0 Reviews-
ธีรพล รักษ์ไทยการปรับปรุง Google Maps บน Android Auto ทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นการปรับปรุง Google Maps บน Android Auto ทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-25 20:02:10
-
-
จารุวัฒน์ มีทองหวังว่าจะได้ใช้ Immersive Navigation เร็วๆ นี้บ้างหวังว่าจะได้ใช้ Immersive Navigation เร็วๆ นี้บ้าง
-
React
- Reply
- 2026-07-25 20:02:10
-
-
จินตนา รักมั่นคงดีใจที่ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ แบบนี้มาให้ใช้กันดีใจที่ได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ แบบนี้มาให้ใช้กัน
-
React
- Reply
- 2026-07-25 20:02:10
-
-
ศักดิ์สิทธิ์ บุญมีspeedometer ใน Android Auto นี่รอมานานมากแล้วนะspeedometer ใน Android Auto นี่รอมานานมากแล้วนะ
-
React
- Reply
- 2026-07-25 20:02:10
-
-
สุรพล ยอดเยี่ยมไม่เคยเห็น Gemini แทนที่ Assistant มาก่อนเลย น่าสนใจมากไม่เคยเห็น Gemini แทนที่ Assistant มาก่อนเลย น่าสนใจมาก
-
React
- Reply
- 2026-07-25 20:02:10
-
Please log in to like, share and comment! -
Pebblebee เปิดตัวสินค้าใหม่: ป้ายแท็กติดกระเป๋าและปลอกคอสัตว์เลี้ยง เสริมการติดตามด้วยระบบ QR Code
Pebblebee แบรนด์ที่รู้จักกันดีในเรื่องอุปกรณ์ติดตามที่รองรับทั้งระบบ Android Find Hub และ Apple Find My ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สองรายการที่น่าสนใจ นั่นคือ "Link Bag Tag" และ "Collar ID" ซึ่งเป็นป้ายระบุตัวตนแบบไร้แบตเตอรี่ ที่จะเข้ามาช่วยให้การค้นหากระเป๋าเดินทางที่สูญหาย หรือระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณทำได้ง่ายขึ้น
Link Bag Tag: เพื่อนคู่ใจกระเป๋าเดินทาง
สำหรับใครที่กังวลเรื่องกระเป๋าเดินทางสูญหาย "Link Bag Tag" คือคำตอบที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์ที่เป็นมิตรต่อการใช้งานกับสายการบิน (TSA-friendly) และมีคุณสมบัติป้องกันการแกะหรือดัดแปลง (tamper-evident) ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัย
หลักการทำงานของ Link Bag Tag คือการใช้ระบบ QR Code ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Pebblebee เมื่อมีคนพบกระเป๋าของคุณ เพียงแค่สแกน QR Code ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่คุณตั้งค่าไว้ได้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลติดต่อที่จำเป็น และยังสามารถสื่อสารกับผู้ที่พบเจอได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องเปิดเผยเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลจริง
สิ่งที่พิเศษคือ คุณสามารถปรับแต่งหน้า Landing Page ที่ผู้พบเห็นจะเข้ามาได้ เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็น หรือข้อความพิเศษต่างๆ สำหรับผู้ที่พบกระเป๋าของคุณ โดย Link Bag Tag นี้มาในรูปแบบแพ็ค 5 ชิ้น ในราคา $13
Collar ID: อุ่นใจทุกครั้งที่พาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน
นอกจากกระเป๋าแล้ว Pebblebee ยังให้ความสำคัญกับสมาชิกในครอบครัวสี่ขา ด้วย "Collar ID" ป้ายระบุตัวตนสำหรับติดกับปลอกคอสัตว์เลี้ยง
Collar ID ทำงานบนหลักการเดียวกันกับ Bag Tag แต่ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงขึ้น โดย Pebblebee ระบุว่าสามารถทนทานต่อการกัดแทะ (chew-resistant) และกันน้ำได้ (waterproof) มีขนาดอยู่ที่ 1.26 x 1.73 นิ้ว
เมื่อติด Collar ID ให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ คุณสามารถตั้งค่าข้อมูลในแอปพลิเคชัน Pebblebee ได้ เมื่อมีคนพบสัตว์เลี้ยงของคุณที่พลัดหลง เพียงแค่สแกน QR Code บน Collar ID ระบบจะแสดงข้อมูลที่จำเป็น และสามารถสร้างการสื่อสารระหว่างคุณกับผู้ที่พบสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัว
นอกจากนี้ แอป Pebblebee ยังสามารถตั้งค่า Collar ID เป็น "สูญหาย" พร้อมระบุวันเวลาที่พบเห็นครั้งสุดท้าย และคำแนะนำสำหรับผู้ที่พบสัตว์เลี้ยงของคุณได้อีกด้วย ระบบยังสามารถส่งข้อมูลสัตว์เลี้ยงของคุณไปยังฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงรูปภาพและชื่อที่คุณตั้งไว้ในแอป Pebblebee
Pebblebee Collar ID ราคาอยู่ที่ $14.95 ต่อชิ้น
ตัวเลือกเสริมที่ยอดเยี่ยม
ทั้ง Link Bag Tag และ Collar ID ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนอุปกรณ์ติดตามแบบ Active Tracker เช่น Pebblebee Clip หรือ Card ที่มีแบตเตอรี่และใช้ระบบระบุตำแหน่งโดยตรง แต่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยอดเยี่ยม หรือเป็นตัวเลือกสำรองที่สำคัญ
เปรียบเสมือนการติด Clip ไว้ในกระเป๋า และมี Link Bag Tag เป็นตัวสำรอง หากแบตเตอรี่ของ Clip หมด หรือในกรณีที่ผู้ที่พบกระเป๋าของคุณไม่ได้ใช้ระบบติดตามแบบ Active Tracker ก็ยังสามารถติดต่อคุณผ่าน QR Code ได้
Pebblebee ยังคงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ ทั้งอุปกรณ์ติดตามสีสันสดใส และฟังก์ชันเสริมต่างๆ เพื่อให้ชีวิตประจำวันของคุณง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
#Pebblebee #LinkBagTag #CollarID #QRcode #PetTracker #BagTracker
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/24/pebblebee-launches-bag-tags-and-pet-collar-ids-to-go-with-your-find-hub-trackers/Pebblebee เปิดตัวสินค้าใหม่: ป้ายแท็กติดกระเป๋าและปลอกคอสัตว์เลี้ยง เสริมการติดตามด้วยระบบ QR CodePebblebee แบรนด์ที่รู้จักกันดีในเรื่องอุปกรณ์ติดตามที่รองรับทั้งระบบ Android Find Hub และ Apple Find My ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สองรายการที่น่าสนใจ นั่นคือ "Link Bag Tag" และ "Collar ID" ซึ่งเป็นป้ายระบุตัวตนแบบไร้แบตเตอรี่ ที่จะเข้ามาช่วยให้การค้นหากระเป๋าเดินทางที่สูญหาย หรือระบุตัวตนของสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณทำได้ง่ายขึ้นLink Bag Tag: เพื่อนคู่ใจกระเป๋าเดินทางสำหรับใครที่กังวลเรื่องกระเป๋าเดินทางสูญหาย "Link Bag Tag" คือคำตอบที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์ที่เป็นมิตรต่อการใช้งานกับสายการบิน (TSA-friendly) และมีคุณสมบัติป้องกันการแกะหรือดัดแปลง (tamper-evident) ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัยหลักการทำงานของ Link Bag Tag คือการใช้ระบบ QR Code ที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายของ Pebblebee เมื่อมีคนพบกระเป๋าของคุณ เพียงแค่สแกน QR Code ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่คุณตั้งค่าไว้ได้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลติดต่อที่จำเป็น และยังสามารถสื่อสารกับผู้ที่พบเจอได้อย่างเป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องเปิดเผยเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลจริงสิ่งที่พิเศษคือ คุณสามารถปรับแต่งหน้า Landing Page ที่ผู้พบเห็นจะเข้ามาได้ เพื่อให้ข้อมูลที่จำเป็น หรือข้อความพิเศษต่างๆ สำหรับผู้ที่พบกระเป๋าของคุณ โดย Link Bag Tag นี้มาในรูปแบบแพ็ค 5 ชิ้น ในราคา $13Collar ID: อุ่นใจทุกครั้งที่พาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านนอกจากกระเป๋าแล้ว Pebblebee ยังให้ความสำคัญกับสมาชิกในครอบครัวสี่ขา ด้วย "Collar ID" ป้ายระบุตัวตนสำหรับติดกับปลอกคอสัตว์เลี้ยงCollar ID ทำงานบนหลักการเดียวกันกับ Bag Tag แต่ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานสูงขึ้น โดย Pebblebee ระบุว่าสามารถทนทานต่อการกัดแทะ (chew-resistant) และกันน้ำได้ (waterproof) มีขนาดอยู่ที่ 1.26 x 1.73 นิ้วเมื่อติด Collar ID ให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ คุณสามารถตั้งค่าข้อมูลในแอปพลิเคชัน Pebblebee ได้ เมื่อมีคนพบสัตว์เลี้ยงของคุณที่พลัดหลง เพียงแค่สแกน QR Code บน Collar ID ระบบจะแสดงข้อมูลที่จำเป็น และสามารถสร้างการสื่อสารระหว่างคุณกับผู้ที่พบสัตว์เลี้ยงได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวนอกจากนี้ แอป Pebblebee ยังสามารถตั้งค่า Collar ID เป็น "สูญหาย" พร้อมระบุวันเวลาที่พบเห็นครั้งสุดท้าย และคำแนะนำสำหรับผู้ที่พบสัตว์เลี้ยงของคุณได้อีกด้วย ระบบยังสามารถส่งข้อมูลสัตว์เลี้ยงของคุณไปยังฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยงในท้องถิ่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงรูปภาพและชื่อที่คุณตั้งไว้ในแอป PebblebeePebblebee Collar ID ราคาอยู่ที่ $14.95 ต่อชิ้นตัวเลือกเสริมที่ยอดเยี่ยมทั้ง Link Bag Tag และ Collar ID ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนอุปกรณ์ติดตามแบบ Active Tracker เช่น Pebblebee Clip หรือ Card ที่มีแบตเตอรี่และใช้ระบบระบุตำแหน่งโดยตรง แต่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ยอดเยี่ยม หรือเป็นตัวเลือกสำรองที่สำคัญเปรียบเสมือนการติด Clip ไว้ในกระเป๋า และมี Link Bag Tag เป็นตัวสำรอง หากแบตเตอรี่ของ Clip หมด หรือในกรณีที่ผู้ที่พบกระเป๋าของคุณไม่ได้ใช้ระบบติดตามแบบ Active Tracker ก็ยังสามารถติดต่อคุณผ่าน QR Code ได้Pebblebee ยังคงพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอ ทั้งอุปกรณ์ติดตามสีสันสดใส และฟังก์ชันเสริมต่างๆ เพื่อให้ชีวิตประจำวันของคุณง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น#Pebblebee #LinkBagTag #CollarID #QRcode #PetTracker #BagTrackerhttps://9to5google.com/2026/07/24/pebblebee-launches-bag-tags-and-pet-collar-ids-to-go-with-your-find-hub-trackers/
9TO5GOOGLE.COMPebblebee launches bag tags and pet collar IDs to go with your Find Hub trackersPebblebee, known for its Android Find Hub / Apple Find My trackers, has just launched some new battery-free ID tags...3 Comments 0 Shares 540 Views 0 Reviews-
กันน้ำกันกัดด้วย ดีเลยสำหรับสัตว์เลี้ยงกันน้ำกันกัดด้วย ดีเลยสำหรับสัตว์เลี้ยง
-
React
- Reply
- 2026-07-25 12:03:01
-
-
น้องหมาน้องแมวมีป้ายชื่อแล้ว ปลอดภัยขึ้นเยอะน้องหมาน้องแมวมีป้ายชื่อแล้ว ปลอดภัยขึ้นเยอะ
-
React
- Reply
- 2026-07-25 12:03:01
-
-
ไอเดียดีมากเลยสำหรับคนชอบทำกระเป๋าหายบ่อยๆไอเดียดีมากเลยสำหรับคนชอบทำกระเป๋าหายบ่อยๆ
-
React
- Reply
- 2026-07-25 12:03:01
-
-
-
Pixelated ตอนที่ 109: แกะกล่อง Unpacked ข่าวสารวงการเทคโนโลยีที่คุณไม่ควรพลาด
ยินดีต้อนรับสู่ Pixelated ตอนที่ 109! ในสัปดาห์นี้ เราจะมาเจาะลึกทุกสิ่งที่ Samsung ประกาศในงาน Galaxy Unpacked ที่เพิ่งผ่านมา รวมถึงพูดคุยถึงตำนานของ Pixel Fold รุ่นบุกเบิก และอนาคตของโทรศัพท์พับได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป
สรุปประเด็นสำคัญจากงาน Galaxy Unpacked
งาน Galaxy Unpacked ครั้งล่าสุดเป็นเวทีที่ Samsung เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย หรืออุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
ตำนานของ Pixel Fold: จุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนจอพับ
Pixel Fold ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด ด้วยการออกแบบที่ลงตัวระหว่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายในอุปกรณ์เดียว เราจะมาพูดถึงความสำคัญและผลกระทบของ Pixel Fold ที่มีต่ออุตสาหกรรม
อนาคตของโทรศัพท์พับได้: เทรนด์ที่กำลังมาแรง
โทรศัพท์พับได้ไม่ใช่แค่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่กำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางของสมาร์ทโฟนในอนาคต เราจะมาวิเคราะห์กันว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาไปในทิศทางใด และมีศักยภาพมากแค่ไหนที่จะเข้ามาแทนที่สมาร์ทโฟนแบบเดิมๆ
หากคุณชื่นชอบรายการของเรา สามารถสมัครสมาชิกเพื่อฟังตอนพิเศษ Pixelated Pro รายสัปดาห์ได้ เพียงสมัครสมาชิก 9to5Google Pro!
สนับสนุนรายการโดย Proton Unlimited: ผู้ฟัง Pixelated สามารถประหยัด 30% สำหรับการสมัครสมาชิกรายปีของชุดบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว เพียงใช้ลิงก์ของเรา ขอขอบคุณ Proton Unlimited ที่สนับสนุนพอดแคสต์ของเรา
ฟังพอดแคสต์ 9to5 เพิ่มเติมได้ที่นี่
หากมีข้อเสนอแนะหรือข่าวสารที่อยากแบ่งปัน ส่งมาได้ที่ [email protected] แสดงความคิดเห็นในโพสต์ หรือติดต่อโปรดิวเซอร์ของเรา และสำหรับทุกการพูดคุยเกี่ยวกับ Android สามารถเข้าร่วมฟอรัม 9to5Google อย่างเป็นทางการได้!
#Pixelated #GalaxyUnpacked #PixelFold #เทคโนโลยี
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/24/pixelated-109-unpacking-unpacked/Pixelated ตอนที่ 109: แกะกล่อง Unpacked ข่าวสารวงการเทคโนโลยีที่คุณไม่ควรพลาดยินดีต้อนรับสู่ Pixelated ตอนที่ 109! ในสัปดาห์นี้ เราจะมาเจาะลึกทุกสิ่งที่ Samsung ประกาศในงาน Galaxy Unpacked ที่เพิ่งผ่านมา รวมถึงพูดคุยถึงตำนานของ Pixel Fold รุ่นบุกเบิก และอนาคตของโทรศัพท์พับได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปสรุปประเด็นสำคัญจากงาน Galaxy Unpackedงาน Galaxy Unpacked ครั้งล่าสุดเป็นเวทีที่ Samsung เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย หรืออุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้ดียิ่งขึ้นตำนานของ Pixel Fold: จุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนจอพับPixel Fold ถือเป็นสมาร์ทโฟนจอพับที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด ด้วยการออกแบบที่ลงตัวระหว่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายในอุปกรณ์เดียว เราจะมาพูดถึงความสำคัญและผลกระทบของ Pixel Fold ที่มีต่ออุตสาหกรรมอนาคตของโทรศัพท์พับได้: เทรนด์ที่กำลังมาแรงโทรศัพท์พับได้ไม่ใช่แค่กระแสที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่กำลังกลายเป็นเทรนด์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางของสมาร์ทโฟนในอนาคต เราจะมาวิเคราะห์กันว่าเทคโนโลยีนี้จะพัฒนาไปในทิศทางใด และมีศักยภาพมากแค่ไหนที่จะเข้ามาแทนที่สมาร์ทโฟนแบบเดิมๆหากคุณชื่นชอบรายการของเรา สามารถสมัครสมาชิกเพื่อฟังตอนพิเศษ Pixelated Pro รายสัปดาห์ได้ เพียงสมัครสมาชิก 9to5Google Pro!สนับสนุนรายการโดย Proton Unlimited: ผู้ฟัง Pixelated สามารถประหยัด 30% สำหรับการสมัครสมาชิกรายปีของชุดบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว เพียงใช้ลิงก์ของเรา ขอขอบคุณ Proton Unlimited ที่สนับสนุนพอดแคสต์ของเราฟังพอดแคสต์ 9to5 เพิ่มเติมได้ที่นี่หากมีข้อเสนอแนะหรือข่าวสารที่อยากแบ่งปัน ส่งมาได้ที่ [email protected] แสดงความคิดเห็นในโพสต์ หรือติดต่อโปรดิวเซอร์ของเรา และสำหรับทุกการพูดคุยเกี่ยวกับ Android สามารถเข้าร่วมฟอรัม 9to5Google อย่างเป็นทางการได้!#Pixelated #GalaxyUnpacked #PixelFold #เทคโนโลยีhttps://9to5google.com/2026/07/24/pixelated-109-unpacking-unpacked/
9TO5GOOGLE.COMPixelated 109: Unpacking UnpackedWelcome to Pixelated episode 109. This week, Damien, Abner, and Will dive into everything Samsung announced at this week’s Galaxy...7 Comments 0 Shares 662 Views 0 Reviews-
อยากรู้ความคิดเห็นเกี่ยวกับมือถือจอพับอยากรู้ความคิดเห็นเกี่ยวกับมือถือจอพับ
-
React
- Reply
- 2026-07-25 04:04:55
-
-
สนใจประเด็นเรื่องมือถือจอพับสนใจประเด็นเรื่องมือถือจอพับ
-
React
- Reply
- 2026-07-25 04:04:55
-
-
ติดตามฟังเรื่องใหม่ๆ ของ Samsung ที่ประกาศในงานติดตามฟังเรื่องใหม่ๆ ของ Samsung ที่ประกาศในงาน
-
React
- Reply
- 2026-07-25 04:04:55
-
-
อยากรู้ว่ามือถือจอพับยังมีอนาคตไหมอยากรู้ว่ามือถือจอพับยังมีอนาคตไหม
-
React
- Reply
- 2026-07-25 04:04:55
-
-
จะลองฟังดูว่ามีอะไรน่าสนใจเกี่ยวกับ Galaxy Unpackedจะลองฟังดูว่ามีอะไรน่าสนใจเกี่ยวกับ Galaxy Unpacked
-
React
- Reply
- 2026-07-25 04:04:55
-
-
-
Roku ปรับขึ้นราคาสตรีมมิ่งฮาร์ดแวร์สูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ 💸
สถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลก และล่าสุด Roku ผู้ผลิตอุปกรณ์สตรีมมิ่งยอดนิยม ก็ได้ประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มฮาร์ดแวร์ของตนเอง โดยบางรุ่นมีราคาสูงขึ้นถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ
สาเหตุหลัก: ต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น
Roku ชี้แจงว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก ต้นทุนที่สูงขึ้นของหน่วยความจำ (RAM) ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะที่เรียกกันว่า "RAMageddon" โดยราคาใหม่ของอุปกรณ์บางรุ่นมีดังนี้:
- Roku Ultra: จากเดิม 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ
- Roku Streaming Stick: จากเดิม 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ
การปรับขึ้นราคาเหล่านี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทุกแห่ง แต่บนร้านค้าออนไลน์ของ Roku เอง ก็มีการนำเสนอสินค้า "ลดราคา" ที่เป็นราคาเดิมก่อนปรับขึ้น พร้อมทั้งจำกัดจำนวนการซื้อต่อครั้ง
ไม่ใช่ Roku เจ้าเดียวที่ได้รับผลกระทบ
Roku ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น โดย Apple ก็ได้มีการปรับขึ้นราคา Apple TV Box อย่างมีนัยสำคัญ และแม้แต่ Walmart ก็ต้องปรับราคาสตรีมมิ่งดีไวซ์ราคาประหยัดที่ใช้ Google TV เช่นกัน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Roku
- มีรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการที่ Fox กำลังจะเข้าซื้อกิจการ Roku ด้วยมูลค่า 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- YouTube TV ได้ทำการอัปเดตเงียบ ๆ โดย จำกัดการใช้งานบนอุปกรณ์ที่ "มีประสิทธิภาพน้อย" ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ Roku ด้วย
- Roku กำลังทยอยปล่อย การออกแบบหน้าจอหลักใหม่ ที่มาพร้อมกับการจัดระเบียบแอปพลิเคชันด้วย AI และฟีเจอร์ "Top Picks"
การปรับขึ้นราคาอุปกรณ์สตรีมมิ่งของ Roku สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม ผู้บริโภคอาจต้องพิจารณาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เมื่อต้องการซื้ออุปกรณ์สตรีมมิ่งใหม่
#Roku #Streaming #TechNews #ราคาอุปกรณ์
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/24/roku-raises-prices-on-streaming-hardware-by-up-to-50/Roku ปรับขึ้นราคาสตรีมมิ่งฮาร์ดแวร์สูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ 💸สถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลก และล่าสุด Roku ผู้ผลิตอุปกรณ์สตรีมมิ่งยอดนิยม ก็ได้ประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มฮาร์ดแวร์ของตนเอง โดยบางรุ่นมีราคาสูงขึ้นถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐฯสาเหตุหลัก: ต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นRoku ชี้แจงว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก ต้นทุนที่สูงขึ้นของหน่วยความจำ (RAM) ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะที่เรียกกันว่า "RAMageddon" โดยราคาใหม่ของอุปกรณ์บางรุ่นมีดังนี้:Roku Ultra: จากเดิม 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐฯRoku Streaming Stick: จากเดิม 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 40 ดอลลาร์สหรัฐฯการปรับขึ้นราคาเหล่านี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทุกแห่ง แต่บนร้านค้าออนไลน์ของ Roku เอง ก็มีการนำเสนอสินค้า "ลดราคา" ที่เป็นราคาเดิมก่อนปรับขึ้น พร้อมทั้งจำกัดจำนวนการซื้อต่อครั้งไม่ใช่ Roku เจ้าเดียวที่ได้รับผลกระทบRoku ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น โดย Apple ก็ได้มีการปรับขึ้นราคา Apple TV Box อย่างมีนัยสำคัญ และแม้แต่ Walmart ก็ต้องปรับราคาสตรีมมิ่งดีไวซ์ราคาประหยัดที่ใช้ Google TV เช่นกันข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Rokuมีรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการที่ Fox กำลังจะเข้าซื้อกิจการ Roku ด้วยมูลค่า 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯYouTube TV ได้ทำการอัปเดตเงียบ ๆ โดย จำกัดการใช้งานบนอุปกรณ์ที่ "มีประสิทธิภาพน้อย" ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ Roku ด้วยRoku กำลังทยอยปล่อย การออกแบบหน้าจอหลักใหม่ ที่มาพร้อมกับการจัดระเบียบแอปพลิเคชันด้วย AI และฟีเจอร์ "Top Picks"การปรับขึ้นราคาอุปกรณ์สตรีมมิ่งของ Roku สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม ผู้บริโภคอาจต้องพิจารณาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เมื่อต้องการซื้ออุปกรณ์สตรีมมิ่งใหม่#Roku #Streaming #TechNews #ราคาอุปกรณ์https://9to5google.com/2026/07/24/roku-raises-prices-on-streaming-hardware-by-up-to-50/
9TO5GOOGLE.COMRoku raises prices on streaming hardware by up to $50As with everything else, Roku is now raising prices on its streaming devices by up to $50 per device, a...2 Comments 0 Shares 672 Views 0 Reviews-
สงสัยต้องรอดูว่าเจ้าอื่นจะปรับราคาตามไหมสงสัยต้องรอดูว่าเจ้าอื่นจะปรับราคาตามไหม
-
React
- Reply
- 2026-07-24 20:03:29
-
-
ราคาขึ้นเยอะเลย อุปกรณ์สตรีมมิ่งแพงขึ้นตามไปด้วยราคาขึ้นเยอะเลย อุปกรณ์สตรีมมิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย
-
React
- Reply
- 2026-07-24 20:03:29
-
-
สหภาพยุโรปสั่งปรับ Google กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ข้อหา 'เอื้อประโยชน์' ใน Search และ Play Store
สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศบทลงโทษครั้งใหญ่ต่อ Google ด้วยการปรับเป็นเงินรวมกว่า 890 ล้านยูโร หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากการละเมิดกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ที่เกี่ยวข้องกับการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" ในบริการ Google Search และ Google Play Store
การละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Search
การปรับครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 460 ล้านยูโร เป็นผลมาจากการสืบสวนต่อเนื่องกว่า 2 ปี ซึ่ง EU กล่าวหาว่า Google ละเมิดกฎหมาย DMA ด้วยการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" แก่บริการของตนเองใน Google Search โดยผลิตภัณฑ์ของ Google ปรากฏเด่นชัดกว่าบริการจากบุคคลที่สามในผลการค้นหา
บริการที่ได้รับอานิสงส์นี้ ได้แก่ Google Shopping, Google Hotels, Google Transport และ Google Sports ซึ่งปรากฏขึ้นก่อนผลการค้นหาที่คล้ายกันจากบริษัทอื่น ๆ ที่ให้บริการข้อมูลเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Google ได้รับการขยายเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่แผนการแก้ไขที่นำเสนอไปนั้นถูกมองว่าไม่เป็นที่ยอมรับ และ Google เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็น "การลดทอนประสิทธิภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของผลิตภัณฑ์"
การละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Play Store
ส่วนการปรับอีกครั้งเป็นจำนวน 430 ล้านยูโร เกิดจากการที่ Google จำกัดสิทธิ์นักพัฒนาแอปพลิเคชันในการ "สื่อสาร ส่งเสริมข้อเสนอ และทำสัญญาโดยอิสระกับผู้ใช้ในช่องทางการจัดจำหน่ายที่พวกเขาเลือก" กล่าวคือ Google ไม่ได้อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเสนอทางเลือกในการชำระเงินผ่านบริการอื่นนอกเหนือจาก Google Play Store รวมถึงร้านค้าแอปพลิเคชันอื่น ๆ
การกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎหมาย DMA และ EU ได้ตัดสินว่า Google มีความรับผิดชอบในการอนุญาตให้นักพัฒนาที่มีแอปพลิเคชันบน Google Play Store สามารถเสนอวิธีการชำระเงินเพิ่มเติมและช่องทางการเข้าถึงทางเลือกสำหรับการติดตั้งแอปพลิเคชันที่แข่งขันกันได้
การดำเนินการของ Google และขั้นตอนต่อไป
Google กำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อให้แน่ใจว่าฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Google Search และ Google Play Store จะไม่ละเมิดกฎหมาย DMA ขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลบังคับใช้ EU ระบุว่าจะประเมินผลการเปลี่ยนแปลงและจะยังคงมีการพูดคุยกับ Google อย่างต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ EU กล่าวหา Google ว่าเป็น "ผู้ควบคุมประตู" (gatekeeper) คณะกรรมาธิการเพิ่งมีคำตัดสินให้ Google ต้องแบ่งปันข้อมูลการค้นหาให้กับบริษัทและบริการ AI Chatbots อื่น ๆ ซึ่งการปรับครั้งล่าสุดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกังวลดังกล่าว และ Google มีเวลาจนถึงเดือนมกราคม 2570 ในการจัดการกับข้อกังวลที่แยกจากกันเหล่านี้
Google มีสิทธิ์ในการอุทธรณ์คำสั่งปรับ 890 ล้านยูโรที่ประกาศไปล่าสุดนี้
#EU #Google #ปรับ #DMA #PlayStore #GoogleSearch
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/23/european-union-fines-google-in-antitrust-for-search-play-store/สหภาพยุโรปสั่งปรับ Google กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ข้อหา 'เอื้อประโยชน์' ใน Search และ Play Storeสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศบทลงโทษครั้งใหญ่ต่อ Google ด้วยการปรับเป็นเงินรวมกว่า 890 ล้านยูโร หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากการละเมิดกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ที่เกี่ยวข้องกับการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" ในบริการ Google Search และ Google Play Storeการละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Searchการปรับครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 460 ล้านยูโร เป็นผลมาจากการสืบสวนต่อเนื่องกว่า 2 ปี ซึ่ง EU กล่าวหาว่า Google ละเมิดกฎหมาย DMA ด้วยการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" แก่บริการของตนเองใน Google Search โดยผลิตภัณฑ์ของ Google ปรากฏเด่นชัดกว่าบริการจากบุคคลที่สามในผลการค้นหาบริการที่ได้รับอานิสงส์นี้ ได้แก่ Google Shopping, Google Hotels, Google Transport และ Google Sports ซึ่งปรากฏขึ้นก่อนผลการค้นหาที่คล้ายกันจากบริษัทอื่น ๆ ที่ให้บริการข้อมูลเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Google ได้รับการขยายเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่แผนการแก้ไขที่นำเสนอไปนั้นถูกมองว่าไม่เป็นที่ยอมรับ และ Google เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็น "การลดทอนประสิทธิภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของผลิตภัณฑ์"การละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Play Storeส่วนการปรับอีกครั้งเป็นจำนวน 430 ล้านยูโร เกิดจากการที่ Google จำกัดสิทธิ์นักพัฒนาแอปพลิเคชันในการ "สื่อสาร ส่งเสริมข้อเสนอ และทำสัญญาโดยอิสระกับผู้ใช้ในช่องทางการจัดจำหน่ายที่พวกเขาเลือก" กล่าวคือ Google ไม่ได้อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเสนอทางเลือกในการชำระเงินผ่านบริการอื่นนอกเหนือจาก Google Play Store รวมถึงร้านค้าแอปพลิเคชันอื่น ๆการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎหมาย DMA และ EU ได้ตัดสินว่า Google มีความรับผิดชอบในการอนุญาตให้นักพัฒนาที่มีแอปพลิเคชันบน Google Play Store สามารถเสนอวิธีการชำระเงินเพิ่มเติมและช่องทางการเข้าถึงทางเลือกสำหรับการติดตั้งแอปพลิเคชันที่แข่งขันกันได้การดำเนินการของ Google และขั้นตอนต่อไปGoogle กำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อให้แน่ใจว่าฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Google Search และ Google Play Store จะไม่ละเมิดกฎหมาย DMA ขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลบังคับใช้ EU ระบุว่าจะประเมินผลการเปลี่ยนแปลงและจะยังคงมีการพูดคุยกับ Google อย่างต่อเนื่องนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ EU กล่าวหา Google ว่าเป็น "ผู้ควบคุมประตู" (gatekeeper) คณะกรรมาธิการเพิ่งมีคำตัดสินให้ Google ต้องแบ่งปันข้อมูลการค้นหาให้กับบริษัทและบริการ AI Chatbots อื่น ๆ ซึ่งการปรับครั้งล่าสุดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกังวลดังกล่าว และ Google มีเวลาจนถึงเดือนมกราคม 2570 ในการจัดการกับข้อกังวลที่แยกจากกันเหล่านี้Google มีสิทธิ์ในการอุทธรณ์คำสั่งปรับ 890 ล้านยูโรที่ประกาศไปล่าสุดนี้#EU #Google #ปรับ #DMA #PlayStore #GoogleSearchhttps://9to5google.com/2026/07/23/european-union-fines-google-in-antitrust-for-search-play-store/
9TO5GOOGLE.COMEU fines Google $1 billion for 'preferential treatment' in Search, Play StoreGoogle is looking at two fines from the European Union, which claims the company violated the Digital Markets Act with...5 Comments 0 Shares 703 Views 0 Reviews-
การแก้ปัญหาของ Google ดูเหมือนจะยังไม่ถูกใจ EU เท่าที่ควรการแก้ปัญหาของ Google ดูเหมือนจะยังไม่ถูกใจ EU เท่าที่ควร
-
React
- Reply
- 2026-07-24 12:04:26
-
-
Google Play Store ต้องเปิดกว้างให้ผู้พัฒนามากขึ้นGoogle Play Store ต้องเปิดกว้างให้ผู้พัฒนามากขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-24 12:04:26
-
-
การที่ EU สั่งปรับ Google แสดงถึงการให้ความสำคัญกับตลาดที่เป็นธรรมการที่ EU สั่งปรับ Google แสดงถึงการให้ความสำคัญกับตลาดที่เป็นธรรม
-
React
- Reply
- 2026-07-24 12:04:26
-
-
ปรับหนักขนาดนี้ Google คงต้องปรับปรุงระบบครั้งใหญ่ปรับหนักขนาดนี้ Google คงต้องปรับปรุงระบบครั้งใหญ่
-
React
- Reply
- 2026-07-24 12:04:26
-
-
EU เอาจริงกับ Google เรื่องการผูกขาดบริการแล้วEU เอาจริงกับ Google เรื่องการผูกขาดบริการแล้ว
-
React
- Reply
- 2026-07-24 12:04:26
-
-
-
Gemini Spark: ผู้ช่วย AI อัจฉริยะสำหรับ Google AI Pro ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของคุณ 🌟
การทำงานยุคใหม่ต้องการเครื่องมือที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น Google เข้าใจความต้องการนี้ จึงได้เปิดตัว Gemini Spark ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่จะช่วยให้คุณจัดการกับงานที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งาน Google AI Pro ในสหรัฐอเมริกา ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์นี้ก่อนใคร
Gemini Spark คืออะไร? 🤔
Gemini Spark คือเอเจนต์ AI ส่วนบุคคลที่ Google พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วย ทำงานอัตโนมัติสำหรับงานที่ซับซ้อน ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดการตารางงาน การค้นหาข้อมูลในอีเมล หรือการสร้างเอกสาร
ประโยชน์ของ Gemini Spark ที่คุณควรรู้ ✅
Gemini Spark มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมายที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของคุณโดยเฉพาะ:
การจัดการตารางเวลา 📅
- ตรวจสอบปฏิทิน: ดูตารางเวลาของคุณ, ตอบรับคำเชิญ, และสร้างกิจกรรมใหม่
- ปรับเปลี่ยนและจัดการ: อัปเดตเวลานัดหมาย, เปลี่ยนสถานที่, หรือยกเลิกกิจกรรม
- การจัดตารางอัจฉริยะ: ตรวจสอบปฏิทินและแนะนำช่วงเวลาว่างที่เหมาะสมกับทุกคน
การจัดการอีเมล 📧
- ค้นหาและสรุปอีเมล: ค้นหาหัวข้อเฉพาะในเธรดอีเมล หรือสรุปเนื้อหาการสนทนา
- ร่างและตอบกลับ: ร่างอีเมล, ส่งต่ออีเมล, หรือตอบกลับอีเมลที่มีอยู่
- จัดการป้ายกำกับ: จัดระเบียบกล่องจดหมายของคุณด้วยป้ายกำกับ
การทำงานกับเอกสารและไฟล์ 📁
- ค้นหาและจัดการไฟล์ Google Drive: ค้นหาไฟล์, อ่านเนื้อหา, เปลี่ยนชื่อ, ลบ, ตรวจสอบ metadata, และดูเอกสารล่าสุด
- เขียนและแก้ไขเอกสาร: สร้างเอกสารใน Google Docs หรือแก้ไขเอกสารที่มีอยู่, เพิ่มบทสรุป, บันทึกย่อ, หรือแก้ไขส่วนที่ต้องการ
- อ่านความคิดเห็น: อ่านความคิดเห็นในเอกสาร, สเปรดชีต, และงานนำเสนอของ Google
- สร้างและแก้ไขสเปรดชีต: สร้าง, จัดรูปแบบ, และแก้ไขสเปรดชีตที่กำหนดเองใน Google Sheets ด้วยข้อมูล, ตาราง, และสูตร
- สร้างและแก้ไขงานนำเสนอ: สร้างงานนำเสนอใน Google Slides จากข้อความแจ้ง, และแก้ไข, เพิ่ม, หรือลบสไลด์ในงานนำเสนอ
- เพิ่มรูปภาพ: เพิ่มรูปภาพลงในเอกสารหรืองานนำเสนอตามคำสั่ง
การจัดการบันทึกและรายการ 📝
- ค้นหาบันทึกและรายการ: ค้นหาและเรียกดูบันทึกและรายการจาก Google Keep
- สร้างบันทึกและรายการ: สร้างรายการและบันทึกส่วนตัวใน Google Keep
- ค้นหาการแจ้งเตือนและงาน: ค้นหาและเรียกดูการแจ้งเตือนและงานจาก Google Tasks
- จัดการการแจ้งเตือนและงาน: เพิ่ม, อัปเดต, และลบการแจ้งเตือนและงานใน Google Tasks
แนวคิดใหม่: Skills และ Schedules 💡
Gemini Spark นำเสนอแนวคิดใหม่ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ:
- Skills (ทักษะ): ชุดคำสั่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ พร้อมบริบทเพิ่มเติม ช่วยให้ AI เข้าใจและทำงานตามที่คุณต้องการได้แม่นยำขึ้น
- Schedules (กำหนดการ): ตัวกระตุ้นอัตโนมัติ เช่น การตั้งเวลา หรือเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อให้งานทำงานตามที่กำหนดไว้
- Task (งาน): เป้าหมายระดับสูงที่คุณต้องการให้ AI บรรลุผลสำเร็จ
ตัวอย่าง:
- Task: วางแผนและจัดการการเดินทางไปลอนดอนสำหรับธุรกิจ
- Schedule: เมื่อเที่ยวบินล่าช้า (เงื่อนไข) ให้แจ้งเตือนและเสนอการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง (Task)
- Skill: ใช้ "Travel Booking" skill และ "Gmail Writing" skill พร้อมกันเพื่อจองห้องพักใหม่และส่งอีเมลยืนยัน
ความพร้อมใช้งาน 🌍
ปัจจุบัน Gemini Spark กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานสำหรับสมาชิก Google AI Pro ในสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในเร็วๆ นี้
Gemini Spark เป็นเครื่องมือที่จะช่วยยกระดับการทำงานของคุณให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยความสามารถของ AI ที่จะเข้ามาช่วยจัดการงานที่ซับซ้อน ทำให้คุณมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ มากขึ้น
#GeminiSpark #GoogleAIPro #AI #Automation #Productivity
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/23/gemini-spark-google-ai-pro-us/Gemini Spark: ผู้ช่วย AI อัจฉริยะสำหรับ Google AI Pro ที่จะเปลี่ยนวิธีการทำงานของคุณ 🌟การทำงานยุคใหม่ต้องการเครื่องมือที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น Google เข้าใจความต้องการนี้ จึงได้เปิดตัว Gemini Spark ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่จะช่วยให้คุณจัดการกับงานที่ซับซ้อนได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งาน Google AI Pro ในสหรัฐอเมริกา ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์นี้ก่อนใครGemini Spark คืออะไร? 🤔Gemini Spark คือเอเจนต์ AI ส่วนบุคคลที่ Google พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วย ทำงานอัตโนมัติสำหรับงานที่ซับซ้อน ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดการตารางงาน การค้นหาข้อมูลในอีเมล หรือการสร้างเอกสารประโยชน์ของ Gemini Spark ที่คุณควรรู้ ✅Gemini Spark มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมายที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของคุณโดยเฉพาะ:การจัดการตารางเวลา 📅ตรวจสอบปฏิทิน: ดูตารางเวลาของคุณ, ตอบรับคำเชิญ, และสร้างกิจกรรมใหม่ปรับเปลี่ยนและจัดการ: อัปเดตเวลานัดหมาย, เปลี่ยนสถานที่, หรือยกเลิกกิจกรรมการจัดตารางอัจฉริยะ: ตรวจสอบปฏิทินและแนะนำช่วงเวลาว่างที่เหมาะสมกับทุกคนการจัดการอีเมล 📧ค้นหาและสรุปอีเมล: ค้นหาหัวข้อเฉพาะในเธรดอีเมล หรือสรุปเนื้อหาการสนทนาร่างและตอบกลับ: ร่างอีเมล, ส่งต่ออีเมล, หรือตอบกลับอีเมลที่มีอยู่จัดการป้ายกำกับ: จัดระเบียบกล่องจดหมายของคุณด้วยป้ายกำกับการทำงานกับเอกสารและไฟล์ 📁ค้นหาและจัดการไฟล์ Google Drive: ค้นหาไฟล์, อ่านเนื้อหา, เปลี่ยนชื่อ, ลบ, ตรวจสอบ metadata, และดูเอกสารล่าสุดเขียนและแก้ไขเอกสาร: สร้างเอกสารใน Google Docs หรือแก้ไขเอกสารที่มีอยู่, เพิ่มบทสรุป, บันทึกย่อ, หรือแก้ไขส่วนที่ต้องการอ่านความคิดเห็น: อ่านความคิดเห็นในเอกสาร, สเปรดชีต, และงานนำเสนอของ Googleสร้างและแก้ไขสเปรดชีต: สร้าง, จัดรูปแบบ, และแก้ไขสเปรดชีตที่กำหนดเองใน Google Sheets ด้วยข้อมูล, ตาราง, และสูตรสร้างและแก้ไขงานนำเสนอ: สร้างงานนำเสนอใน Google Slides จากข้อความแจ้ง, และแก้ไข, เพิ่ม, หรือลบสไลด์ในงานนำเสนอเพิ่มรูปภาพ: เพิ่มรูปภาพลงในเอกสารหรืองานนำเสนอตามคำสั่งการจัดการบันทึกและรายการ 📝ค้นหาบันทึกและรายการ: ค้นหาและเรียกดูบันทึกและรายการจาก Google Keepสร้างบันทึกและรายการ: สร้างรายการและบันทึกส่วนตัวใน Google Keepค้นหาการแจ้งเตือนและงาน: ค้นหาและเรียกดูการแจ้งเตือนและงานจาก Google Tasksจัดการการแจ้งเตือนและงาน: เพิ่ม, อัปเดต, และลบการแจ้งเตือนและงานใน Google Tasksแนวคิดใหม่: Skills และ Schedules 💡Gemini Spark นำเสนอแนวคิดใหม่ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ:Skills (ทักษะ): ชุดคำสั่งที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ พร้อมบริบทเพิ่มเติม ช่วยให้ AI เข้าใจและทำงานตามที่คุณต้องการได้แม่นยำขึ้นSchedules (กำหนดการ): ตัวกระตุ้นอัตโนมัติ เช่น การตั้งเวลา หรือเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อให้งานทำงานตามที่กำหนดไว้Task (งาน): เป้าหมายระดับสูงที่คุณต้องการให้ AI บรรลุผลสำเร็จตัวอย่าง:Task: วางแผนและจัดการการเดินทางไปลอนดอนสำหรับธุรกิจSchedule: เมื่อเที่ยวบินล่าช้า (เงื่อนไข) ให้แจ้งเตือนและเสนอการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง (Task)Skill: ใช้ "Travel Booking" skill และ "Gmail Writing" skill พร้อมกันเพื่อจองห้องพักใหม่และส่งอีเมลยืนยันความพร้อมใช้งาน 🌍ปัจจุบัน Gemini Spark กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานสำหรับสมาชิก Google AI Pro ในสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในเร็วๆ นี้Gemini Spark เป็นเครื่องมือที่จะช่วยยกระดับการทำงานของคุณให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยความสามารถของ AI ที่จะเข้ามาช่วยจัดการงานที่ซับซ้อน ทำให้คุณมีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ มากขึ้น#GeminiSpark #GoogleAIPro #AI #Automation #Productivityhttps://9to5google.com/2026/07/23/gemini-spark-google-ai-pro-us/
9TO5GOOGLE.COMGemini Spark rolling out to Google AI Pro users in the USAfter launching in May with AI Ultra, Gemini Spark is now rolling out to Google AI Pro subscribers in the US. It will “soon” be available...4 Comments 0 Shares 644 Views 0 Reviews-
คงต้องลองใช้ดูว่าจะช่วยจัดการทริปธุรกิจได้ดีแค่ไหนคงต้องลองใช้ดูว่าจะช่วยจัดการทริปธุรกิจได้ดีแค่ไหน
-
React
- Reply
- 2026-07-24 04:04:24
-
-
ฟีเจอร์ Skills และ Schedules น่าสนใจมาก น่าจะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นฟีเจอร์ Skills และ Schedules น่าสนใจมาก น่าจะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-24 04:04:24
-
-
การมี AI Agent ช่วยจัดการงานซับซ้อนนี่สะดวกมากจริงๆการมี AI Agent ช่วยจัดการงานซับซ้อนนี่สะดวกมากจริงๆ
-
React
- Reply
- 2026-07-24 04:04:24
-
-
Gemini Spark เริ่มให้บริการในสหรัฐอเมริกาแล้วGemini Spark เริ่มให้บริการในสหรัฐอเมริกาแล้ว
-
React
- Reply
- 2026-07-24 04:04:24
-
-
Fitbit Air ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกหลังเปิดตัว
สำหรับผู้ใช้งาน Fitbit Air เตรียมพบกับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกหลังจากการเปิดตัว ซึ่งมาพร้อมกับการปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ให้ประสบการณ์ใช้งานของคุณราบรื่นยิ่งขึ้น
การอัปเดตเฟิร์มแวร์สำหรับ Fitbit Air
หลังจากที่ Google ได้ปล่อยอัปเดตแอป Google Health ไปสองครั้ง ล่าสุด Fitbit Air ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันนี้ ก็ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกหลังจากการวางจำหน่าย โดยเวอร์ชันเฟิร์มแวร์คือ 253.2 ซึ่งเริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้งานได้อัปเดตกันแล้ว
วิธีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ Fitbit Air
การอัปเดตเฟิร์มแวร์ Fitbit Air สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอป Google Health โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- เปิดแอป Google Health บนสมาร์ทโฟนของคุณ และตรวจสอบให้แน่ใจว่า Fitbit Air อยู่ใกล้ๆ
- ไปที่แท็บ Today (วันนี้) แล้วมองหาปุ่ม Update (อัปเดต) หากมีการอัปเดตพร้อมให้ใช้งาน ตัวเลือกนี้จะปรากฏขึ้น
- อีกวิธีหนึ่งคือ แตะที่ Connections (การเชื่อมต่อ) ที่มุมซ้ายบน จากนั้นเลือกอุปกรณ์ของคุณ แล้วแตะ Update (อัปเดต)
- ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ และวาง Fitbit Air ไว้ใกล้โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ของคุณตลอดกระบวนการ
สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำการอัปเดต
Google ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญบางประการที่ผู้ใช้งานควรรู้ก่อนเริ่มทำการอัปเดต:
- ช่วงเวลาในการอัปเดต: แนะนำให้อัปเดตอุปกรณ์ในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็น หากคุณอัปเดต Fitbit ในช่วงเวลาใกล้เคียงเที่ยงคืน อาจทำให้ยอดการนับก้าวประจำวันของคุณแสดงผลไม่ถูกต้องชั่วคราว
- ระยะเวลาในการอัปเดต: การอัปเดตอาจใช้เวลาประมาณ 10 นาที ดังนั้นควรเลือกช่วงเวลาที่คุณสะดวกและสามารถวางอุปกรณ์ไว้โดยไม่ต้องใช้งาน เพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีการขัดจังหวะ
- สถานะของแอป: เพื่อให้การอัปเดตดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง คุณต้อง เปิดแอป Google Health ค้างไว้
การอัปเดตเฟิร์มแวร์แบบกว้างขึ้น
การอัปเดตเฟิร์มแวร์นี้เริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น เมื่อพร้อมใช้งาน คุณจะเห็นการ์ด "Device update" ในฟีด Today หรือเมื่อเข้าไปดูหน้าอุปกรณ์ ทำตามขั้นตอนเพื่อดาวน์โหลด ซึ่งกระบวนการจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที Fitbit Air สามารถสวมใส่บนข้อมือได้ตามปกติ และไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ขณะทำการอัปเดต
ประวัติการอัปเดตและสิ่งที่เปลี่ยนแปลง
นอกเหนือจากการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกนี้ ยังมีการอัปเดตย่อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอป Google Health และ Fitbit Air ดังนี้:
- การอัปเดตเฟิร์มแวร์เริ่มต้น (Day One): มีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ทันทีเมื่อแกะกล่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตั้งค่า
- เวอร์ชันเฟิร์มแวร์: เวอร์ชันที่กำลังทยอยปล่อยคือ 20001.253.2 (เทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า 20001.245.19)
- รายละเอียดเวอร์ชัน: รูปแบบการแสดงหมายเลขเวอร์ชันเฟิร์มแวร์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่าง iOS และ Android โดย Android จะมีการเพิ่ม "67" นำหน้า แต่ส่วนที่เหลือจะเหมือนกัน
การปรับปรุงที่คาดหวัง
Google ได้ระบุว่าการอัปเดตนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาดทั่วไป (bug fixes) และ การปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม (general improvements)
นอกจากนี้ ในแผนงานหลังการเปิดตัว Google ได้กล่าวถึงการปรับปรุงเฉพาะสำหรับ Fitbit Air ในด้านการติดตามการออกกำลังกาย ดังนี้:
- [แก้ไขแล้ว] การจัดการข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ในการส่งออกไฟล์ TCX สำหรับการออกกำลังกายที่ติดตามด้วย Fitbit Air และ GPS ที่เชื่อมต่อ รวมถึงการออกกำลังกายที่ติดตามด้วยอุปกรณ์หรือแอปหลายตัวที่เชื่อมต่อกับ Google Health
- [ดำเนินการแล้ว พร้อมการปรับปรุงในอนาคต] การปรับปรุงการตอบสนองของแอปขณะติดตามการออกกำลังกายแบบสด (live tracking) ด้วย Fitbit Air ในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหาย
Google ยังคงมุ่งมั่นที่จะ "ปรับปรุงจำนวนการออกกำลังกายที่ Fitbit Air สามารถตรวจจับได้โดยอัตโนมัติ" อย่างต่อเนื่อง
#FitbitAir #GoogleHealth #อัปเดตเฟิร์มแวร์
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/23/first-fitbit-air-update/Fitbit Air ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกหลังเปิดตัวสำหรับผู้ใช้งาน Fitbit Air เตรียมพบกับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกหลังจากการเปิดตัว ซึ่งมาพร้อมกับการปรับปรุงเล็กน้อยเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ให้ประสบการณ์ใช้งานของคุณราบรื่นยิ่งขึ้นการอัปเดตเฟิร์มแวร์สำหรับ Fitbit Airหลังจากที่ Google ได้ปล่อยอัปเดตแอป Google Health ไปสองครั้ง ล่าสุด Fitbit Air ซึ่งเป็นอุปกรณ์สวมใส่ที่ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันนี้ ก็ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกหลังจากการวางจำหน่าย โดยเวอร์ชันเฟิร์มแวร์คือ 253.2 ซึ่งเริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้งานได้อัปเดตกันแล้ววิธีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ Fitbit Airการอัปเดตเฟิร์มแวร์ Fitbit Air สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอป Google Health โดยมีขั้นตอนดังนี้:เปิดแอป Google Health บนสมาร์ทโฟนของคุณ และตรวจสอบให้แน่ใจว่า Fitbit Air อยู่ใกล้ๆไปที่แท็บ Today (วันนี้) แล้วมองหาปุ่ม Update (อัปเดต) หากมีการอัปเดตพร้อมให้ใช้งาน ตัวเลือกนี้จะปรากฏขึ้นอีกวิธีหนึ่งคือ แตะที่ Connections (การเชื่อมต่อ) ที่มุมซ้ายบน จากนั้นเลือกอุปกรณ์ของคุณ แล้วแตะ Update (อัปเดต)ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ และวาง Fitbit Air ไว้ใกล้โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ของคุณตลอดกระบวนการสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำการอัปเดตGoogle ได้ให้คำแนะนำที่สำคัญบางประการที่ผู้ใช้งานควรรู้ก่อนเริ่มทำการอัปเดต:ช่วงเวลาในการอัปเดต: แนะนำให้อัปเดตอุปกรณ์ในช่วงกลางวันหรือช่วงเย็น หากคุณอัปเดต Fitbit ในช่วงเวลาใกล้เคียงเที่ยงคืน อาจทำให้ยอดการนับก้าวประจำวันของคุณแสดงผลไม่ถูกต้องชั่วคราวระยะเวลาในการอัปเดต: การอัปเดตอาจใช้เวลาประมาณ 10 นาที ดังนั้นควรเลือกช่วงเวลาที่คุณสะดวกและสามารถวางอุปกรณ์ไว้โดยไม่ต้องใช้งาน เพื่อให้การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีการขัดจังหวะสถานะของแอป: เพื่อให้การอัปเดตดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง คุณต้อง เปิดแอป Google Health ค้างไว้การอัปเดตเฟิร์มแวร์แบบกว้างขึ้นการอัปเดตเฟิร์มแวร์นี้เริ่มทยอยปล่อยให้ผู้ใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น เมื่อพร้อมใช้งาน คุณจะเห็นการ์ด "Device update" ในฟีด Today หรือเมื่อเข้าไปดูหน้าอุปกรณ์ ทำตามขั้นตอนเพื่อดาวน์โหลด ซึ่งกระบวนการจะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที Fitbit Air สามารถสวมใส่บนข้อมือได้ตามปกติ และไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ขณะทำการอัปเดตประวัติการอัปเดตและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากการอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งแรกนี้ ยังมีการอัปเดตย่อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับแอป Google Health และ Fitbit Air ดังนี้:การอัปเดตเฟิร์มแวร์เริ่มต้น (Day One): มีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ทันทีเมื่อแกะกล่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตั้งค่าเวอร์ชันเฟิร์มแวร์: เวอร์ชันที่กำลังทยอยปล่อยคือ 20001.253.2 (เทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า 20001.245.19)รายละเอียดเวอร์ชัน: รูปแบบการแสดงหมายเลขเวอร์ชันเฟิร์มแวร์อาจแตกต่างกันเล็กน้อยระหว่าง iOS และ Android โดย Android จะมีการเพิ่ม "67" นำหน้า แต่ส่วนที่เหลือจะเหมือนกันการปรับปรุงที่คาดหวังGoogle ได้ระบุว่าการอัปเดตนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อ แก้ไขข้อผิดพลาดทั่วไป (bug fixes) และ การปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม (general improvements)นอกจากนี้ ในแผนงานหลังการเปิดตัว Google ได้กล่าวถึงการปรับปรุงเฉพาะสำหรับ Fitbit Air ในด้านการติดตามการออกกำลังกาย ดังนี้:[แก้ไขแล้ว] การจัดการข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ในการส่งออกไฟล์ TCX สำหรับการออกกำลังกายที่ติดตามด้วย Fitbit Air และ GPS ที่เชื่อมต่อ รวมถึงการออกกำลังกายที่ติดตามด้วยอุปกรณ์หรือแอปหลายตัวที่เชื่อมต่อกับ Google Health[ดำเนินการแล้ว พร้อมการปรับปรุงในอนาคต] การปรับปรุงการตอบสนองของแอปขณะติดตามการออกกำลังกายแบบสด (live tracking) ด้วย Fitbit Air ในกรณีที่การเชื่อมต่อขาดหายGoogle ยังคงมุ่งมั่นที่จะ "ปรับปรุงจำนวนการออกกำลังกายที่ Fitbit Air สามารถตรวจจับได้โดยอัตโนมัติ" อย่างต่อเนื่อง#FitbitAir #GoogleHealth #อัปเดตเฟิร์มแวร์https://9to5google.com/2026/07/23/first-fitbit-air-update/
9TO5GOOGLE.COMGoogle rolls out first Fitbit Air firmware update [U]Following two big Google Health app updates, the Fitbit Air is getting its first post-launch firmware update.6 Comments 0 Shares 600 Views 0 Reviews-
-
หวังว่าการอัปเดตนี้จะช่วยให้การตรวจจับการออกกำลังกายดีขึ้นนะหวังว่าการอัปเดตนี้จะช่วยให้การตรวจจับการออกกำลังกายดีขึ้นนะ
-
React
- Reply
- 2026-07-23 20:05:42
-
-
รอให้มันอัปเดตอัตโนมัติเองสะดวกดีไม่ต้องทำอะไรรอให้มันอัปเดตอัตโนมัติเองสะดวกดีไม่ต้องทำอะไร
-
React
- Reply
- 2026-07-23 20:05:42
-
-
ดีนะที่มีการอัปเดตเรื่อยๆดีนะที่มีการอัปเดตเรื่อยๆ
-
React
- Reply
- 2026-07-23 20:05:42
-
-
จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลไม่ครบตอนส่งออกแล้วจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลไม่ครบตอนส่งออกแล้ว
-
React
- Reply
- 2026-07-23 20:05:42
-
-
Galaxy Watch 9 และ Ultra 2: นาฬิกา Wear OS รุ่นแรกที่มาพร้อมอัปเดตยาวนาน 5 ปี ⌚️
ข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาสมาร์ทวอทช์จาก Samsung เมื่อบริษัทประกาศขยายระยะเวลาการสนับสนุนซอฟต์แวร์สำหรับสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy Watch 9 และ Galaxy Watch Ultra 2 โดยจะได้รับอัปเดต Wear OS ยาวนานถึง 5 ปี ซึ่งถือเป็นการยกระดับการสนับสนุนจากเดิมที่เคยให้ 4 ปี
การสนับสนุนที่ยาวนานกว่าเดิม 🚀
ในขณะที่สมาร์ทโฟน Android หลายรุ่นเริ่มได้รับการสนับสนุนที่ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ Samsung ก็ได้นำการเปลี่ยนแปลงนี้มาสู่สมาร์ทวอทช์ของตนเองเช่นกัน โดย Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 จะได้รับอัปเดต Wear OS เป็นเวลา 5 ปีเต็ม ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้า และยังเหนือกว่า Google Pixel Watch ที่ให้การสนับสนุนเพียง 3 ปี
Samsung ยืนยันว่าการสนับสนุน 5 ปีนี้ครอบคลุมทั้งการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Wear OS เวอร์ชันหลัก และการอัปเดตความปลอดภัย ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยและปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
สมาร์ทวอทช์ที่พร้อมไปกับคุณทุกที่ 🔋
แม้ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจจะอัปเกรดสมาร์ทวอทช์บ่อยกว่าระยะเวลา 5 ปี แต่การสนับสนุนที่ยาวนานนี้ก็เป็นข่าวดี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Samsung ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน ด้วยชิปประมวลผลที่แข็งแกร่งและแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดนี้จึงพร้อมที่จะตอบสนองทุกการใช้งานในอีกหลายปีข้างหน้า
ทั้ง Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 มาพร้อมกับ Wear OS 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการนี้ เช่นเดียวกับ Pixel Watch
ราคาและการสั่งซื้อ 💰
- Galaxy Watch 9 เริ่มต้นที่ราคา 379 ดอลลาร์สหรัฐ
- Galaxy Watch Ultra 2 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 800 mAh ในราคา 699 ดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งสองรุ่นเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ นอกจากนี้ Samsung ยังมีโปรโมชั่นมูลค่าแลกซื้อสูงสุดถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ Galaxy Watch 9 หรือ Watch Ultra 2 อีกด้วย
สิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม 🧐
- Samsung Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 เป็นนาฬิกา Wear OS รุ่นแรกที่ได้รับการอัปเดตยาวนานถึง 5 ปี
- การสนับสนุนครอบคลุมทั้งการอัปเกรดระบบปฏิบัติการหลักและการอัปเดตความปลอดภัย
- ทั้งสองรุ่นมาพร้อม Wear OS 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด
- Galaxy Watch Ultra 2 มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 800 mAh
#GalaxyWatch9 #GalaxyWatchUltra2 #WearOS #Samsung #Smartwatch
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/23/samsung-galaxy-watch-9-five-years-wear-os-updates/Galaxy Watch 9 และ Ultra 2: นาฬิกา Wear OS รุ่นแรกที่มาพร้อมอัปเดตยาวนาน 5 ปี ⌚️ข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาสมาร์ทวอทช์จาก Samsung เมื่อบริษัทประกาศขยายระยะเวลาการสนับสนุนซอฟต์แวร์สำหรับสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy Watch 9 และ Galaxy Watch Ultra 2 โดยจะได้รับอัปเดต Wear OS ยาวนานถึง 5 ปี ซึ่งถือเป็นการยกระดับการสนับสนุนจากเดิมที่เคยให้ 4 ปีการสนับสนุนที่ยาวนานกว่าเดิม 🚀ในขณะที่สมาร์ทโฟน Android หลายรุ่นเริ่มได้รับการสนับสนุนที่ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ Samsung ก็ได้นำการเปลี่ยนแปลงนี้มาสู่สมาร์ทวอทช์ของตนเองเช่นกัน โดย Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 จะได้รับอัปเดต Wear OS เป็นเวลา 5 ปีเต็ม ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้า และยังเหนือกว่า Google Pixel Watch ที่ให้การสนับสนุนเพียง 3 ปีSamsung ยืนยันว่าการสนับสนุน 5 ปีนี้ครอบคลุมทั้งการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Wear OS เวอร์ชันหลัก และการอัปเดตความปลอดภัย ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยและปลอดภัยอย่างต่อเนื่องสมาร์ทวอทช์ที่พร้อมไปกับคุณทุกที่ 🔋แม้ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่อาจจะอัปเกรดสมาร์ทวอทช์บ่อยกว่าระยะเวลา 5 ปี แต่การสนับสนุนที่ยาวนานนี้ก็เป็นข่าวดี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Samsung ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน ด้วยชิปประมวลผลที่แข็งแกร่งและแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดนี้จึงพร้อมที่จะตอบสนองทุกการใช้งานในอีกหลายปีข้างหน้าทั้ง Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 มาพร้อมกับ Wear OS 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการนี้ เช่นเดียวกับ Pixel Watchราคาและการสั่งซื้อ 💰Galaxy Watch 9 เริ่มต้นที่ราคา 379 ดอลลาร์สหรัฐGalaxy Watch Ultra 2 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 800 mAh ในราคา 699 ดอลลาร์สหรัฐทั้งสองรุ่นเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ววันนี้ นอกจากนี้ Samsung ยังมีโปรโมชั่นมูลค่าแลกซื้อสูงสุดถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ Galaxy Watch 9 หรือ Watch Ultra 2 อีกด้วยสิ่งที่ควรรู้เพิ่มเติม 🧐Samsung Galaxy Watch 9 และ Watch Ultra 2 เป็นนาฬิกา Wear OS รุ่นแรกที่ได้รับการอัปเดตยาวนานถึง 5 ปีการสนับสนุนครอบคลุมทั้งการอัปเกรดระบบปฏิบัติการหลักและการอัปเดตความปลอดภัยทั้งสองรุ่นมาพร้อม Wear OS 7 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดGalaxy Watch Ultra 2 มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 800 mAh#GalaxyWatch9 #GalaxyWatchUltra2 #WearOS #Samsung #Smartwatchhttps://9to5google.com/2026/07/23/samsung-galaxy-watch-9-five-years-wear-os-updates/
9TO5GOOGLE.COMGalaxy Watch 9 and Ultra 2 are the first Wear OS watches with 5 years of updatesSamsung is expanding the support timeline for its latest Galaxy Watch models, with Galaxy Watch 9 and Watch Ultra 2...7 Comments 0 Shares 780 Views 0 Reviews-
ดีใจที่ Samsung ให้ความสำคัญกับการอัปเดตยาวนานดีใจที่ Samsung ให้ความสำคัญกับการอัปเดตยาวนาน
-
React
- Reply
- 2026-07-23 12:06:33
-
-
การอัปเดต 5 ปี ทำให้รู้สึกถึงความคุ้มค่าการอัปเดต 5 ปี ทำให้รู้สึกถึงความคุ้มค่า
-
React
- Reply
- 2026-07-23 12:06:33
-
-
แบตเตอรี่ 800 mAh น่าจะใช้ได้นานแบตเตอรี่ 800 mAh น่าจะใช้ได้นาน
-
React
- Reply
- 2026-07-23 12:06:33
-
-
ซื้อ Ultra 2 คุ้มค่ากับการอัปเดตยาวๆซื้อ Ultra 2 คุ้มค่ากับการอัปเดตยาวๆ
-
React
- Reply
- 2026-07-23 12:06:33
-
-
ซัมซุงให้การสนับสนุนนานขึ้นแบบนี้ดีต่อใจซัมซุงให้การสนับสนุนนานขึ้นแบบนี้ดีต่อใจ
-
React
- Reply
- 2026-07-23 12:06:33
-
-
Google Wallet เพิ่มฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อใหม่สุดสะดวก! 📦✨
เคยไหมที่สั่งของออนไลน์แล้วต้องคอยเปิดอีเมลเช็กสถานะการจัดส่งตลอดเวลา? ล่าสุด Google Wallet ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะผู้ใช้งาน Android ในสหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้สามารถติดตามคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้โดยตรงผ่านแอป Google Wallet แล้ว!
ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของพัสดุได้ในที่เดียว 🚚
ฟีเจอร์ใหม่นี้ทำงานร่วมกับ Gmail ทำให้ Google Wallet แสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งซื้อของคุณได้แบบละเอียด ไม่ใช่แค่บัตรผ่านหรือใบเสร็จอีกต่อไป แต่จะรวมถึง เลขติดตามพัสดุ (tracking number) และ สถานะการจัดส่ง ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
เมื่อคุณมีคำสั่งซื้อที่กำลังจะจัดส่ง คุณจะเห็นการ์ดข้อมูลปรากฏขึ้นมาใต้แถบรายการบัตรชำระเงินบนหน้าแรกของแอป เพียงแค่แตะเข้าไป คุณก็จะพบกับหน้ารายละเอียดเต็มรูปแบบ ที่แสดงข้อมูลครบถ้วน ทั้งราคา รายการสินค้าที่สั่ง และรายละเอียดการติดตามพัสดุ
ดูรายการสั่งซื้อทั้งหมดได้ง่ายๆ 🔍
หากต้องการดูรายการสั่งซื้อทั้งหมดที่มี Google Wallet สามารถติดตามได้ ก็เพียงแค่แตะปุ่ม "ดูเพิ่มเติม" (View more) บนหน้าหลัก ก็จะเข้าสู่หน้า "ธุรกรรม" (Transactions) ที่คุณสามารถกรองรายการได้ระหว่าง "ธุรกรรม Google Pay" และ "คำสั่งซื้อ" (Orders)
ฟีเจอร์นี้รองรับร้านค้าชั้นนำในสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก รวมถึง Amazon และการซื้อในแอปของ Google Play ด้วย แต่ร้านค้าขนาดเล็กบางแห่งอาจจะยังไม่ปรากฏในแอป Wallet นะ
วิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อใน Google Wallet 🛠️
การจะใช้งานฟีเจอร์สุดเจ๋งนี้ได้ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ตรวจสอบการตั้งค่า Gmail: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เปิดใช้งาน "Smart features in other Google products" ในการตั้งค่า Gmail แล้ว โดยไปที่:
- Gmail > การตั้งค่า (Settings) > [บัญชีอีเมลของคุณ] > ฟีเจอร์อัจฉริยะของ Google Workspace (Google Workspace smart features) > เปิดใช้งาน "Smart features in other Google products"
- ยืนยันบัญชี Google: เมื่อฟีเจอร์พร้อมใช้งานสำหรับบัญชีของคุณ ให้เลือกบัตรชำระเงินที่คุณต้องการ แล้วทำการยืนยันตัวตนอีกครั้งด้วยบัญชี Google ของคุณ
- เปิดใช้งาน: หลังจากยืนยันเรียบร้อยแล้ว ฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อจะถูกเปิดใช้งานในแอป Google Wallet ของคุณ พร้อมกับการซิงค์ข้อมูลกับ Wear OS ด้วย
Google แจ้งว่าขณะนี้ฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อใน Google Wallet ได้เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกคนในสหรัฐอเมริกาแล้ว
สรุป
Google Wallet กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ และฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อนี้ก็เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้การจัดการการซื้อของออนไลน์ของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น หวังว่าในอนาคตฟีเจอร์นี้จะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยนะ!
#GoogleWallet #ติดตามพัสดุ #Android #Gmail #เทคโนโลยี
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/22/google-wallet-order-tracking-us/Google Wallet เพิ่มฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อใหม่สุดสะดวก! 📦✨เคยไหมที่สั่งของออนไลน์แล้วต้องคอยเปิดอีเมลเช็กสถานะการจัดส่งตลอดเวลา? ล่าสุด Google Wallet ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะผู้ใช้งาน Android ในสหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้สามารถติดตามคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้โดยตรงผ่านแอป Google Wallet แล้ว!ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของพัสดุได้ในที่เดียว 🚚ฟีเจอร์ใหม่นี้ทำงานร่วมกับ Gmail ทำให้ Google Wallet แสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคำสั่งซื้อของคุณได้แบบละเอียด ไม่ใช่แค่บัตรผ่านหรือใบเสร็จอีกต่อไป แต่จะรวมถึง เลขติดตามพัสดุ (tracking number) และ สถานะการจัดส่ง ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์เมื่อคุณมีคำสั่งซื้อที่กำลังจะจัดส่ง คุณจะเห็นการ์ดข้อมูลปรากฏขึ้นมาใต้แถบรายการบัตรชำระเงินบนหน้าแรกของแอป เพียงแค่แตะเข้าไป คุณก็จะพบกับหน้ารายละเอียดเต็มรูปแบบ ที่แสดงข้อมูลครบถ้วน ทั้งราคา รายการสินค้าที่สั่ง และรายละเอียดการติดตามพัสดุดูรายการสั่งซื้อทั้งหมดได้ง่ายๆ 🔍หากต้องการดูรายการสั่งซื้อทั้งหมดที่มี Google Wallet สามารถติดตามได้ ก็เพียงแค่แตะปุ่ม "ดูเพิ่มเติม" (View more) บนหน้าหลัก ก็จะเข้าสู่หน้า "ธุรกรรม" (Transactions) ที่คุณสามารถกรองรายการได้ระหว่าง "ธุรกรรม Google Pay" และ "คำสั่งซื้อ" (Orders)ฟีเจอร์นี้รองรับร้านค้าชั้นนำในสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก รวมถึง Amazon และการซื้อในแอปของ Google Play ด้วย แต่ร้านค้าขนาดเล็กบางแห่งอาจจะยังไม่ปรากฏในแอป Wallet นะวิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อใน Google Wallet 🛠️การจะใช้งานฟีเจอร์สุดเจ๋งนี้ได้ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:ตรวจสอบการตั้งค่า Gmail: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เปิดใช้งาน "Smart features in other Google products" ในการตั้งค่า Gmail แล้ว โดยไปที่:Gmail > การตั้งค่า (Settings) > [บัญชีอีเมลของคุณ] > ฟีเจอร์อัจฉริยะของ Google Workspace (Google Workspace smart features) > เปิดใช้งาน "Smart features in other Google products"ยืนยันบัญชี Google: เมื่อฟีเจอร์พร้อมใช้งานสำหรับบัญชีของคุณ ให้เลือกบัตรชำระเงินที่คุณต้องการ แล้วทำการยืนยันตัวตนอีกครั้งด้วยบัญชี Google ของคุณเปิดใช้งาน: หลังจากยืนยันเรียบร้อยแล้ว ฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อจะถูกเปิดใช้งานในแอป Google Wallet ของคุณ พร้อมกับการซิงค์ข้อมูลกับ Wear OS ด้วยGoogle แจ้งว่าขณะนี้ฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อใน Google Wallet ได้เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกคนในสหรัฐอเมริกาแล้วสรุปGoogle Wallet กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ และฟีเจอร์ติดตามคำสั่งซื้อนี้ก็เป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยให้การจัดการการซื้อของออนไลน์ของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น หวังว่าในอนาคตฟีเจอร์นี้จะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ด้วยนะ!#GoogleWallet #ติดตามพัสดุ #Android #Gmail #เทคโนโลยีhttps://9to5google.com/2026/07/22/google-wallet-order-tracking-us/
9TO5GOOGLE.COMGoogle Wallet rolls out built-in order tracking with Gmail on AndroidGoogle Wallet for Android users in the US can now access a new order tracking experience powered by Gmail.3 Comments 0 Shares 638 Views 0 Reviews-
ไม่คิดว่า Google Wallet จะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย เจ๋งดีไม่คิดว่า Google Wallet จะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วย เจ๋งดี
-
React
- Reply
- 2026-07-23 04:05:13
-
-
ชอบฟีเจอร์นี้มาก ทำให้ติดตามพัสดุได้ง่ายขึ้นเยอะเลยชอบฟีเจอร์นี้มาก ทำให้ติดตามพัสดุได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
-
React
- Reply
- 2026-07-23 04:05:13
-
-
สะดวกดีนะ เวลาสั่งของออนไลน์แล้วมีแจ้งเตือนใน Google Walletสะดวกดีนะ เวลาสั่งของออนไลน์แล้วมีแจ้งเตือนใน Google Wallet
-
React
- Reply
- 2026-07-23 04:05:13
-
-
Alphabet ประกาศรายได้ Q2 ปี 2026 สูงถึง 1.198 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ: AI คือหัวใจสำคัญของการเติบโต 🚀
Alphabet บริษัทแม่ของ Google ได้ประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 (เมษายน - มิถุนายน) ด้วยตัวเลขรายได้ที่น่าประทับใจถึง 1.198 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกส่วนของธุรกิจ
รายได้รวมพุ่ง 24% สวนทางเศรษฐกิจ
รายได้รวมของ Alphabet ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.198 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 24% จาก 9.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยมีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 4.077 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรสุทธิ 1.121 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Google Cloud เติบโตแบบก้าวกระโดด: ความต้องการ AI Infrastructure พุ่งสูง
หนึ่งในส่วนที่น่าจับตาคือ Google Cloud ที่มีการเติบโตด้านรายได้สูงถึง 82% ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Gemini Enterprise ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเกือบ 90% ของบริษัท Fortune 100 เลือกใช้บริการ นอกจากนี้ โมเดล Gemini ยังประมวลผล API tokens ได้ถึง 22 พันล้านรายการต่อนาที และแอป Gemini มีผู้ใช้งานรายเดือนถึง 950 ล้านคน
AI ขับเคลื่อนทุกธุรกิจ: Search, YouTube และ Security
Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet กล่าวว่า "การลงทุนด้าน AI ของเรากำลังกำหนดนิยามใหม่ของสิ่งที่เป็นไปได้ในทุกส่วนของธุรกิจของเรา ไตรมาสที่ 2 เป็นไตรมาสที่น่าทึ่ง โดยรายได้ของ Alphabet เติบโต 24% เมื่อเทียบปีต่อปี และรายได้ของ Google Cloud เร่งตัวขึ้น 82%... เรามีโมเมนตัมที่น่าตื่นเต้นในทุกด้าน ฟีเจอร์ AI ยอดนิยมของเรากำลังขับเคลื่อนการเติบโตของคำค้นหาใน Search... เราเห็นความต้องการโซลูชันด้านความปลอดภัยของเราอย่างแข็งแกร่ง และ Gemini 3.5 Flash Cyber ใหม่ของเรามอบประสิทธิภาพที่คุ้มค่าต่อต้นทุนในระดับแนวหน้า"
นอกจากนี้ YouTube เองก็เป็นอีกแพลตฟอร์มที่ได้รับอานิสงส์จากเหตุการณ์สำคัญระดับโลก โดยมีผู้เข้าชมวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับ FIFA World Cup 2026TM มากกว่า 1.7 พันล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ด้าน AI แบบครบวงจรของ Alphabet กำลังส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับผู้บริโภค ลูกค้า และพันธมิตรทั่วโลก
รายได้จากส่วนธุรกิจอื่น ๆ
- YouTube Ads: ทำรายได้ 1.106 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 9.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน)
- Google Subscriptions, Platforms & Devices (รวมถึง Hardware, Play Store, YouTube non-ad revenue): ทำรายได้ 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน)
- Other Bets: ยังคงขาดทุน โดยมีรายได้ 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 373 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน) และขาดทุน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน)
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของ Alphabet ในการผสานรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต
#Alphabet #Google #AI #รายได้ #เทคโนโลยี
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/22/alphabet-q2-2026-earnings/Alphabet ประกาศรายได้ Q2 ปี 2026 สูงถึง 1.198 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ: AI คือหัวใจสำคัญของการเติบโต 🚀Alphabet บริษัทแม่ของ Google ได้ประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 (เมษายน - มิถุนายน) ด้วยตัวเลขรายได้ที่น่าประทับใจถึง 1.198 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกส่วนของธุรกิจรายได้รวมพุ่ง 24% สวนทางเศรษฐกิจรายได้รวมของ Alphabet ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.198 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 24% จาก 9.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยมีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 4.077 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรสุทธิ 1.121 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯGoogle Cloud เติบโตแบบก้าวกระโดด: ความต้องการ AI Infrastructure พุ่งสูงหนึ่งในส่วนที่น่าจับตาคือ Google Cloud ที่มีการเติบโตด้านรายได้สูงถึง 82% ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันด้าน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Gemini Enterprise ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเกือบ 90% ของบริษัท Fortune 100 เลือกใช้บริการ นอกจากนี้ โมเดล Gemini ยังประมวลผล API tokens ได้ถึง 22 พันล้านรายการต่อนาที และแอป Gemini มีผู้ใช้งานรายเดือนถึง 950 ล้านคนAI ขับเคลื่อนทุกธุรกิจ: Search, YouTube และ SecuritySundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet กล่าวว่า "การลงทุนด้าน AI ของเรากำลังกำหนดนิยามใหม่ของสิ่งที่เป็นไปได้ในทุกส่วนของธุรกิจของเรา ไตรมาสที่ 2 เป็นไตรมาสที่น่าทึ่ง โดยรายได้ของ Alphabet เติบโต 24% เมื่อเทียบปีต่อปี และรายได้ของ Google Cloud เร่งตัวขึ้น 82%... เรามีโมเมนตัมที่น่าตื่นเต้นในทุกด้าน ฟีเจอร์ AI ยอดนิยมของเรากำลังขับเคลื่อนการเติบโตของคำค้นหาใน Search... เราเห็นความต้องการโซลูชันด้านความปลอดภัยของเราอย่างแข็งแกร่ง และ Gemini 3.5 Flash Cyber ใหม่ของเรามอบประสิทธิภาพที่คุ้มค่าต่อต้นทุนในระดับแนวหน้า"นอกจากนี้ YouTube เองก็เป็นอีกแพลตฟอร์มที่ได้รับอานิสงส์จากเหตุการณ์สำคัญระดับโลก โดยมีผู้เข้าชมวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับ FIFA World Cup 2026TM มากกว่า 1.7 พันล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ด้าน AI แบบครบวงจรของ Alphabet กำลังส่งมอบคุณค่าที่จับต้องได้ให้กับผู้บริโภค ลูกค้า และพันธมิตรทั่วโลกรายได้จากส่วนธุรกิจอื่น ๆYouTube Ads: ทำรายได้ 1.106 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 9.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน)Google Subscriptions, Platforms & Devices (รวมถึง Hardware, Play Store, YouTube non-ad revenue): ทำรายได้ 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน)Other Bets: ยังคงขาดทุน โดยมีรายได้ 382 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 373 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน) และขาดทุน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบกับ 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีก่อน)ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของ Alphabet ในการผสานรวมเทคโนโลยี AI เข้ากับผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต#Alphabet #Google #AI #รายได้ #เทคโนโลยีhttps://9to5google.com/2026/07/22/alphabet-q2-2026-earnings/
9TO5GOOGLE.COMAlphabet reports Q2 2026 revenue of $119.8 billionAlphabet today announced Q2 2026 earnings with $119.8 billion in revenue. These numbers range from April to June.6 Comments 0 Shares 822 Views 0 Reviews-
การเติบโต 24 ในไตรมาสเดียวถือว่าดีมากการเติบโต 24 ในไตรมาสเดียวถือว่าดีมาก
-
React
- Reply
- 2026-07-22 20:06:31
-
-
ธุรกิจ Other Bets ยังขาดทุนอยู่เยอะเลยธุรกิจ Other Bets ยังขาดทุนอยู่เยอะเลย
-
React
- Reply
- 2026-07-22 20:06:31
-
-
YouTube มีคนดูคอนเทนต์ฟุตบอลเยอะมากYouTube มีคนดูคอนเทนต์ฟุตบอลเยอะมาก
-
React
- Reply
- 2026-07-22 20:06:31
-
-
AI ของ Gemini มีผู้ใช้งานเยอะขนาดนี้เลยเหรอAI ของ Gemini มีผู้ใช้งานเยอะขนาดนี้เลยเหรอ
-
React
- Reply
- 2026-07-22 20:06:31
-
-
รายได้รวมของ Alphabet สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญรายได้รวมของ Alphabet สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
-
React
- Reply
- 2026-07-22 20:06:31
-
-
ชมสด! Samsung Galaxy Unpacked เปิดตัว Galaxy Z Fold 8 และ Galaxy Watch 9 วันนี้!
เตรียมตัวให้พร้อม! วันนี้จะเป็นวันสำคัญที่ Samsung จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในงาน Galaxy Unpacked ซึ่งจะเผยโฉมสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ Galaxy Z Fold 8 Series, สมาร์ทวอทช์ Galaxy Watch 9 และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้พร้อมกันทั่วโลก
งาน Galaxy Unpacked จะเริ่มขึ้นในเวลา 20:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (9am EDT / 6am PDT) โดย Samsung จะถ่ายทอดสดการเปิดตัวอุปกรณ์พับได้และสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีไฮไลท์สำคัญดังนี้:
- Galaxy Z Fold 8 (รุ่นมาตรฐาน)
- Galaxy Z Fold 8 Ultra (รุ่นพิเศษ)
- Galaxy Watch Ultra 2
ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นข่าวลือและการรั่วไหลของข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนตั้งตารอชมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
รับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ไหน? 📺
คุณสามารถติดตามการถ่ายทอดสดงาน Samsung Galaxy Unpacked ได้โดยตรงผ่าน YouTube ซึ่ง Samsung เตรียมพร้อมไว้ให้แฟน ๆ ทั่วโลกร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้
ติดตามข่าวสารและพรีออเดอร์ ✍️
นอกจากการรับชมการถ่ายทอดสดแล้ว Samsung จะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ใหม่ทันทีที่งานเริ่มขึ้น พร้อมกันนี้ การเปิดให้ พรีออเดอร์ ก็จะเริ่มขึ้นในวันเดียวกันนี้ด้วย
บทสรุป
อย่าพลาด! วันนี้คือวันที่ Samsung จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัว Galaxy Z Fold 8 Series และ Galaxy Watch 9 เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับชมการถ่ายทอดสดและอัปเดตข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้!
#Samsung #GalaxyZFold8 #GalaxyWatch9 #GalaxyUnpacked
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/22/samsung-galaxy-z-fold-8-event-where-to-watch/ชมสด! Samsung Galaxy Unpacked เปิดตัว Galaxy Z Fold 8 และ Galaxy Watch 9 วันนี้!เตรียมตัวให้พร้อม! วันนี้จะเป็นวันสำคัญที่ Samsung จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในงาน Galaxy Unpacked ซึ่งจะเผยโฉมสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่ Galaxy Z Fold 8 Series, สมาร์ทวอทช์ Galaxy Watch 9 และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้พร้อมกันทั่วโลกงาน Galaxy Unpacked จะเริ่มขึ้นในเวลา 20:00 น. ตามเวลาประเทศไทย (9am EDT / 6am PDT) โดย Samsung จะถ่ายทอดสดการเปิดตัวอุปกรณ์พับได้และสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีไฮไลท์สำคัญดังนี้:Galaxy Z Fold 8 (รุ่นมาตรฐาน)Galaxy Z Fold 8 Ultra (รุ่นพิเศษ)Galaxy Watch Ultra 2ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เห็นข่าวลือและการรั่วไหลของข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนตั้งตารอชมการเปิดตัวอย่างเป็นทางการรับชมการถ่ายทอดสดได้ที่ไหน? 📺คุณสามารถติดตามการถ่ายทอดสดงาน Samsung Galaxy Unpacked ได้โดยตรงผ่าน YouTube ซึ่ง Samsung เตรียมพร้อมไว้ให้แฟน ๆ ทั่วโลกร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ติดตามข่าวสารและพรีออเดอร์ ✍️นอกจากการรับชมการถ่ายทอดสดแล้ว Samsung จะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ใหม่ทันทีที่งานเริ่มขึ้น พร้อมกันนี้ การเปิดให้ พรีออเดอร์ ก็จะเริ่มขึ้นในวันเดียวกันนี้ด้วยบทสรุปอย่าพลาด! วันนี้คือวันที่ Samsung จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัว Galaxy Z Fold 8 Series และ Galaxy Watch 9 เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับชมการถ่ายทอดสดและอัปเดตข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้!#Samsung #GalaxyZFold8 #GalaxyWatch9 #GalaxyUnpackedhttps://9to5google.com/2026/07/22/samsung-galaxy-z-fold-8-event-where-to-watch/
9TO5GOOGLE.COMWhere to watch Samsung's Unpacked event for Galaxy Z Fold 8, Watch 9Today’s the day! Samsung is just hours from the launch of its Galaxy Z Fold 8 series, Galaxy Watch 9,...3 Comments 0 Shares 786 Views 0 Reviews-
อยากรู้ว่า Galaxy Card ที่เปิดตัวมาจะใช้งานสะดวกไหมอยากรู้ว่า Galaxy Card ที่เปิดตัวมาจะใช้งานสะดวกไหม
-
React
- Reply
- 2026-07-22 12:06:01
-
-
น่าสนใจว่า Galaxy Z Fold 8 จะมีอะไรใหม่บ้างที่แตกต่างจากรุ่นก่อนน่าสนใจว่า Galaxy Z Fold 8 จะมีอะไรใหม่บ้างที่แตกต่างจากรุ่นก่อน
-
React
- Reply
- 2026-07-22 12:06:01
-
-
รอติดตาม Galaxy Z Fold 8 และ Watch 9 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเลยรอติดตาม Galaxy Z Fold 8 และ Watch 9 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเลย
-
React
- Reply
- 2026-07-22 12:06:01
-
-
Gemini บน macOS อัปเดตดีไซน์ใหม่ Neural Expressive พร้อมปรับปรุง AI Mode บน Android
Google ได้ปล่อยอัปเดตครั้งสำคัญให้กับ Gemini บน macOS ด้วยดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Neural Expressive ซึ่งเป็นการนำประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกับที่เคยเปิดตัวบน Android, iOS และเว็บไปก่อนหน้านี้ มาสู่แอปพลิเคชันบน Mac โดยเฉพาะ
Gemini for macOS กับดีไซน์ Neural Expressive
ตั้งแต่เวอร์ชัน 1.86 เป็นต้นไป ผู้ใช้งาน Gemini บน macOS จะได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- แถบพรอมต์สีสันสดใส: จะมีแถบสีไล่เฉดชั่วคราวปรากฏขึ้นรอบแถบป้อนข้อความ (Prompt bar) สร้างความรู้สึกทันสมัยและมีชีวิตชีวา
- ไอคอนใหม่สไตล์ Outline: ไอคอนทั้งหมดภายในแอปพลิเคชันได้รับการปรับปรุงให้เป็นรูปแบบเส้นบาง (thin outline style) เพื่อความสอดคล้องกัน
- การปรับปรุงบนหน้าแรก: พบกับปุ่มที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับเมนูข้าง (side panel), การป้อนข้อมูลด้วยเสียง (voice input), หน้าต่างแชทชั่วคราว (Temporary chat) รวมถึงมุมมองแบบเต็มแอป/มุมมองขนาดเล็ก (app/mini view) ที่ตอนนี้เป็นแบบโค้งมน
- เมนู ‘บวก’ ที่สอดคล้องกัน: ไอคอนใหม่ในเมนู ‘บวก’ ช่วยให้การใช้งานมีความสม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์ม
- แถบนำทาง (Navigation drawer) ที่อัปเกรด: เปลี่ยนไปใช้แถบรูปทรงแคปซูล (pill-shaped indicators) เพื่อระบุว่ากำลังดูส่วนใดอยู่
- เมนูตั้งค่า (Settings menu) ที่ปรับปรุง: ได้รับการอัปเดตให้เข้ากับดีไซน์ใหม่เช่นกัน
ข้อสังเกต: ขณะนี้ Gemini สำหรับ Chrome side panel ยังคงใช้ดีไซน์แบบเดิมอยู่
AI Mode บน Android ปรับปรุงหน้าตาใหม่
นอกเหนือจากการอัปเดตบน macOS แล้ว Google ยังได้ปล่อยดีไซน์ใหม่สำหรับ AI Mode บน Android ในสัปดาห์นี้เช่นกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ:
- กล่องพรอมต์แบบลอย: กล่องป้อนข้อความ (prompt box) จะเปลี่ยนจากเดิมที่ติดอยู่ด้านล่างของหน้าจอ (docked to the bottom of your screen like a sheet) มาเป็นแบบลอยตัว (floating container) แทน
- เมนู ‘บวก’ และปุ่มส่งแบบแคปซูล: เมนู ‘บวก’ และปุ่มส่งข้อความ (submit button) ถูกจัดวางในรูปแบบแคปซูล (pills)
ก่อนหน้านี้ ทั้ง Gemini บน macOS และ AI Mode บน Android ต่างก็มีลักษณะการแสดงผลกล่องพรอมต์แบบ bottom sheet การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Google ในการสร้างประสบการณ์ AI ที่เป็นหนึ่งเดียวกันในทุกแพลตฟอร์ม
การอัปเดตเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Google ในการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ทันสมัยและใช้งานง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ AI ของตนเอง
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://9to5google.com/2026/07/21/gemini-mac-neural-expressive-redesign/Gemini บน macOS อัปเดตดีไซน์ใหม่ Neural Expressive พร้อมปรับปรุง AI Mode บน AndroidGoogle ได้ปล่อยอัปเดตครั้งสำคัญให้กับ Gemini บน macOS ด้วยดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Neural Expressive ซึ่งเป็นการนำประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกับที่เคยเปิดตัวบน Android, iOS และเว็บไปก่อนหน้านี้ มาสู่แอปพลิเคชันบน Mac โดยเฉพาะGemini for macOS กับดีไซน์ Neural Expressiveตั้งแต่เวอร์ชัน 1.86 เป็นต้นไป ผู้ใช้งาน Gemini บน macOS จะได้สัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:แถบพรอมต์สีสันสดใส: จะมีแถบสีไล่เฉดชั่วคราวปรากฏขึ้นรอบแถบป้อนข้อความ (Prompt bar) สร้างความรู้สึกทันสมัยและมีชีวิตชีวาไอคอนใหม่สไตล์ Outline: ไอคอนทั้งหมดภายในแอปพลิเคชันได้รับการปรับปรุงให้เป็นรูปแบบเส้นบาง (thin outline style) เพื่อความสอดคล้องกันการปรับปรุงบนหน้าแรก: พบกับปุ่มที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับเมนูข้าง (side panel), การป้อนข้อมูลด้วยเสียง (voice input), หน้าต่างแชทชั่วคราว (Temporary chat) รวมถึงมุมมองแบบเต็มแอป/มุมมองขนาดเล็ก (app/mini view) ที่ตอนนี้เป็นแบบโค้งมนเมนู ‘บวก’ ที่สอดคล้องกัน: ไอคอนใหม่ในเมนู ‘บวก’ ช่วยให้การใช้งานมีความสม่ำเสมอในทุกแพลตฟอร์มแถบนำทาง (Navigation drawer) ที่อัปเกรด: เปลี่ยนไปใช้แถบรูปทรงแคปซูล (pill-shaped indicators) เพื่อระบุว่ากำลังดูส่วนใดอยู่เมนูตั้งค่า (Settings menu) ที่ปรับปรุง: ได้รับการอัปเดตให้เข้ากับดีไซน์ใหม่เช่นกันข้อสังเกต: ขณะนี้ Gemini สำหรับ Chrome side panel ยังคงใช้ดีไซน์แบบเดิมอยู่AI Mode บน Android ปรับปรุงหน้าตาใหม่นอกเหนือจากการอัปเดตบน macOS แล้ว Google ยังได้ปล่อยดีไซน์ใหม่สำหรับ AI Mode บน Android ในสัปดาห์นี้เช่นกัน โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ:กล่องพรอมต์แบบลอย: กล่องป้อนข้อความ (prompt box) จะเปลี่ยนจากเดิมที่ติดอยู่ด้านล่างของหน้าจอ (docked to the bottom of your screen like a sheet) มาเป็นแบบลอยตัว (floating container) แทนเมนู ‘บวก’ และปุ่มส่งแบบแคปซูล: เมนู ‘บวก’ และปุ่มส่งข้อความ (submit button) ถูกจัดวางในรูปแบบแคปซูล (pills)ก่อนหน้านี้ ทั้ง Gemini บน macOS และ AI Mode บน Android ต่างก็มีลักษณะการแสดงผลกล่องพรอมต์แบบ bottom sheet การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Google ในการสร้างประสบการณ์ AI ที่เป็นหนึ่งเดียวกันในทุกแพลตฟอร์มการอัปเดตเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Google ในการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้งานให้ทันสมัยและใช้งานง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ AI ของตนเองhttps://9to5google.com/2026/07/21/gemini-mac-neural-expressive-redesign/
9TO5GOOGLE.COMGemini for macOS gets Neural Expressive, AI Mode on Android redesignedIn addition to 3.6 Flash, Google today is also updating Gemini for macOS with the Neural Expressive redesign.7 Comments 0 Shares 870 Views 0 Reviews-
การปรับปรุงดีไซน์ครั้งนี้ทำให้ Gemini ดูสดใสขึ้นการปรับปรุงดีไซน์ครั้งนี้ทำให้ Gemini ดูสดใสขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-22 04:02:07
-
-
การอัปเดต Gemini สำหรับ macOS ทำให้ประสบการณ์การใช้งานดูดีขึ้นการอัปเดต Gemini สำหรับ macOS ทำให้ประสบการณ์การใช้งานดูดีขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-22 04:02:07
-
-
ชอบดีไซน์ใหม่ของ AI Mode บน Android ที่เป็นกล่องลอยชอบดีไซน์ใหม่ของ AI Mode บน Android ที่เป็นกล่องลอย
-
React
- Reply
- 2026-07-22 04:02:07
-
-
ดีไซน์ใหม่ของ Gemini บน macOS ทำให้ดูทันสมัยและน่าใช้มากขึ้นดีไซน์ใหม่ของ Gemini บน macOS ทำให้ดูทันสมัยและน่าใช้มากขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-22 04:02:07
-
-
การออกแบบใหม่บน Android น่าจะใช้งานง่ายขึ้นการออกแบบใหม่บน Android น่าจะใช้งานง่ายขึ้น
-
React
- Reply
- 2026-07-22 04:02:07
-