• Pixel Watch 5 ปรากฏภาพหลุด เผยดีไซน์และระบบชาร์จเดิม

    ภาพหลุดล่าสุดของ Google Pixel Watch 5 ที่เผยแพร่ออกมา ยิ่งตอกย้ำว่าการออกแบบภายนอกและตัวเรือนจะยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนหน้าทุกประการ

    ดีไซน์ภายนอกที่คุ้นเคย

    จากภาพที่หลุดออกมา เผยให้เห็นทั้งรุ่นขนาด 41 มม. และ 45 มม. ซึ่งแทบไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ การมองจากด้านข้างเผยให้เห็นระบบชาร์จแบบใช้หมุดสัมผัส (contact pins) ที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้า บ่งบอกว่า Google น่าจะพอใจกับการออกแบบนี้และจะใช้ต่อไปในระยะยาว

    ระบบเซ็นเซอร์และส่วนประกอบอื่น ๆ

    ระบบเซ็นเซอร์ที่อยู่ตรงกลางของโดมด้านหลังก็ยังคงมีการจัดวางแบบเดิม ส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ได้แก่ ระบบสายนาฬิกา, ตำแหน่งปุ่มกด และเม็ดมะยมแบบหมุน

    หน้าปัดนาฬิกาที่น่าสนใจ

    Google ยังคงเน้นการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาให้ดูเหมือนนาฬิกาอนาล็อก โดยมีไอคอน Gemini เป็นส่วนประกอบ (complication) และพื้นหลังแบบ Neural Expressive เป็นค่าเริ่มต้น จากข้อมูลเกี่ยวกับ Gemini Intelligence บน Wear OS คาดว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยให้สามารถทำงานอัตโนมัติแบบหลายขั้นตอนได้จากข้อมือ รวมถึงฟังก์ชัน Create My Widget

    หน้าจอและการแสดงผล

    กระจกโค้งครอบหน้าจอ (domed cover glass) ยังคงเหมือนเดิม โดย ขอบหน้าจอ (bezels) ก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

    ภาพหลุดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Pixel Watch 5 อาจจะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในมากกว่าการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบของ Pixel Watch รุ่นแรก การมาของ Pixel Watch 5 ที่มีดีไซน์คล้ายเดิมก็อาจเป็นข่าวดี

    #PixelWatch5 #GooglePixelWatch

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://9to5google.com/2026/07/30/pixel-watch-5-angles-leak/

    Pixel Watch 5 ปรากฏภาพหลุด เผยดีไซน์และระบบชาร์จเดิมภาพหลุดล่าสุดของ Google Pixel Watch 5 ที่เผยแพร่ออกมา ยิ่งตอกย้ำว่าการออกแบบภายนอกและตัวเรือนจะยังคงเหมือนกับรุ่นก่อนหน้าทุกประการดีไซน์ภายนอกที่คุ้นเคยจากภาพที่หลุดออกมา เผยให้เห็นทั้งรุ่นขนาด 41 มม. และ 45 มม. ซึ่งแทบไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ การมองจากด้านข้างเผยให้เห็นระบบชาร์จแบบใช้หมุดสัมผัส (contact pins) ที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้า บ่งบอกว่า Google น่าจะพอใจกับการออกแบบนี้และจะใช้ต่อไปในระยะยาวระบบเซ็นเซอร์และส่วนประกอบอื่น ๆระบบเซ็นเซอร์ที่อยู่ตรงกลางของโดมด้านหลังก็ยังคงมีการจัดวางแบบเดิม ส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ได้แก่ ระบบสายนาฬิกา, ตำแหน่งปุ่มกด และเม็ดมะยมแบบหมุนหน้าปัดนาฬิกาที่น่าสนใจGoogle ยังคงเน้นการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาให้ดูเหมือนนาฬิกาอนาล็อก โดยมีไอคอน Gemini เป็นส่วนประกอบ (complication) และพื้นหลังแบบ Neural Expressive เป็นค่าเริ่มต้น จากข้อมูลเกี่ยวกับ Gemini Intelligence บน Wear OS คาดว่าฟีเจอร์นี้จะช่วยให้สามารถทำงานอัตโนมัติแบบหลายขั้นตอนได้จากข้อมือ รวมถึงฟังก์ชัน Create My Widgetหน้าจอและการแสดงผลกระจกโค้งครอบหน้าจอ (domed cover glass) ยังคงเหมือนเดิม โดย ขอบหน้าจอ (bezels) ก็ดูไม่แตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญภาพหลุดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Pixel Watch 5 อาจจะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในมากกว่าการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบของ Pixel Watch รุ่นแรก การมาของ Pixel Watch 5 ที่มีดีไซน์คล้ายเดิมก็อาจเป็นข่าวดี#PixelWatch5 #GooglePixelWatchhttps://9to5google.com/2026/07/30/pixel-watch-5-angles-leak/
    Shared content
    9TO5GOOGLE.COM
    Pixel Watch 5 leaks in official-looking images with same charging system
    The latest Pixel Watch 5 leak today provides further confirmation that the external design and case will be identical to the last generation.
    6 Comments 0 Shares 55 Views 0 Reviews
  • เลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ กำลังไฟกี่วัตต์ ถึงจะปั่นได้ใจ? 🥤✨

    การเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้สักเครื่อง ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำผลไม้สดใหม่ หรือต้องการเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร แต่คำถามที่มักจะค้างคาใจคือ "เครื่องปั่นกำลังไฟกี่วัตต์ถึงจะดี?" วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กัน เพื่อให้คุณได้เครื่องปั่นที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

    กำลังไฟ (วัตต์) สำคัญอย่างไร? 🤔

    กำลังไฟของเครื่องปั่น หรือที่เรียกว่า "วัตต์" (Watt) เป็นหน่วยวัดที่บ่งบอกถึง ความสามารถในการทำงานของมอเตอร์ ยิ่งวัต

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://pantip.com/topic/41647109

    เลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ กำลังไฟกี่วัตต์ ถึงจะปั่นได้ใจ? 🥤✨การเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้สักเครื่อง ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำผลไม้สดใหม่ หรือต้องการเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหาร แต่คำถามที่มักจะค้างคาใจคือ "เครื่องปั่นกำลังไฟกี่วัตต์ถึงจะดี?" วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้กัน เพื่อให้คุณได้เครื่องปั่นที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานกำลังไฟ (วัตต์) สำคัญอย่างไร? 🤔กำลังไฟของเครื่องปั่น หรือที่เรียกว่า "วัตต์" (Watt) เป็นหน่วยวัดที่บ่งบอกถึง ความสามารถในการทำงานของมอเตอร์ ยิ่งวัตhttps://pantip.com/topic/41647109
    Shared content
    PANTIP.COM
    เครื่องปั่นน้ำผลไม้ ใช้กำลังไฟกี่วัตต์ดี
    แนวทางการเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ต้องใช้กำลังไฟกี่วัตต์ จึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน การที่เราจะเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ซักเครื่อง เราจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ในการ
    6 Comments 0 Shares 359 Views 0 Reviews
  • #

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.tomsguide.com/home/i-use-the-shark-flexstyle-almost-every-day-and-its-changed-my-hair-routine-get-it-for-usd90-off-on-amazon

    #https://www.tomsguide.com/home/i-use-the-shark-flexstyle-almost-every-day-and-its-changed-my-hair-routine-get-it-for-usd90-off-on-amazon
    Shared content
    WWW.TOMSGUIDE.COM
    I tried the Shark FlexStyle instead of the Dyson Airwrap — here's why I recommend it
    The Shark FlexStyle delivers Dyson Airwrap results for half the price, and it just dropped to $259 on Amazon.
    7 Comments 0 Shares 394 Views 0 Reviews
  • เปลี่ยนแท็บเล็ต Android ให้เป็นหน้าจอควบคุมการทำงานสุดเจ๋ง ลดสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวัน 💡

    หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม Android Auto อินเทอร์เฟซที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ถึงมาอยู่บนโต๊ะทำงานของเราได้ คำตอบก็คือ ผู้เขียนต้องการเข้าถึงเพลง, การแจ้งเตือน, การควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม และเช็กสภาพการจราจรได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกทุกครั้ง และพบว่าแท็บเล็ต Android เก่าๆ ที่รัน Android Auto นี่แหละคือคำตอบที่ลงตัว! เพราะ Android Auto ถูกออกแบบมาให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราต้องการบนโต๊ะทำงานเช่นกัน

    สิ่งที่เริ่มต้นจากการทดลองเล็กๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของพื้นที่

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.xda-developers.com/i-turned-my-android-tablet-into-a-desk-dashboard-and-it-solved-my-biggest-productivity-problem/

    เปลี่ยนแท็บเล็ต Android ให้เป็นหน้าจอควบคุมการทำงานสุดเจ๋ง ลดสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวัน 💡หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม Android Auto อินเทอร์เฟซที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ถึงมาอยู่บนโต๊ะทำงานของเราได้ คำตอบก็คือ ผู้เขียนต้องการเข้าถึงเพลง, การแจ้งเตือน, การควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม และเช็กสภาพการจราจรได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกทุกครั้ง และพบว่าแท็บเล็ต Android เก่าๆ ที่รัน Android Auto นี่แหละคือคำตอบที่ลงตัว! เพราะ Android Auto ถูกออกแบบมาให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราต้องการบนโต๊ะทำงานเช่นกันสิ่งที่เริ่มต้นจากการทดลองเล็กๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของพื้นที่https://www.xda-developers.com/i-turned-my-android-tablet-into-a-desk-dashboard-and-it-solved-my-biggest-productivity-problem/
    Shared content
    WWW.XDA-DEVELOPERS.COM
    This Android Auto desk setup removed dozens of daily distractions without replacing my phone
    I turned my Android tablet into a desk dashboard, and it solved my biggest productivity problem
    2 Comments 0 Shares 411 Views 0 Reviews
  • Razer Huntsman V3 HE: คีย์บอร์ด Hall Effect ตัวแรกที่น่าจับตามอง ⌨️

    หลังจากที่ Razer ยืนหยัดในเทคโนโลยี Optical Switch มานาน ในที่สุดก็ได้เปิดตัวคีย์บอร์ด Hall Effect ตัวแรกอย่างเป็นทางการ นั่นคือ Razer Huntsman V3 HE ซึ่งมาพร้อมกับความคาดหวังของผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การใช้งานสวิตช์แบบแม่เหล็ก แม้ว่าทาง Razer จะยังคงเชื่อมั่นในเทคโนโลยี Optical Switch ของตนเองว่ามีความแม่นยำและทนทานต่อสิ่งรบกวนมากกว่า แต่กระแสความต้องการของตลาดก็ทำให้เกิดการพัฒนา Huntsman V3 HE ขึ้นมา

    ดีไซน์เรียบง่าย แต่ใช้งานได้ดี

    Razer Huntsman V3 HE มาพร้อมกับการออกแบบที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่มีหน้าจอ ไม่มีปุ่มหมุน หรือ Spacebar แบบแยกส่วน แต่เน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานคีย์บอร์ด Hall Effect ที่ตรงไปตรงมา และนี่อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนต้องการ

    สัมผัสการพิมพ์และการตอบสนองของปุ่ม

    หัวใจสำคัญของคีย์บอร์ดคือความรู้สึกขณะใช้งาน ซึ่ง Huntsman V3 HE ทำออกมาได้ "พอใช้" สวิตช์มีความลื่นไหลสม่ำเสมอเมื่อกดลงไป แต่บางปุ่มอาจรู้สึกเหมือนมีการหล่อลื่นมากเกินไป จนทำให้การกดปุ่มจนสุด (Bottom-out) มีความหนืดเล็กน้อย ระบบ Tray-mount ที่ใช้ก็ทำให้ความแน่นของปุ่มแต่ละปุ่มแตกต่างกันเล็กน้อย โดยปุ่มที่อยู่ใกล้สกรูยึดจะรู้สึกแน่นน้อยกว่า แม้ว่าความแตกต่างเหล่านี้จะไม่ถึงขั้นสร้างความรำคาญ แต่ก็ทำให้ประสบการณ์การพิมพ์ไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร

    สวิตช์แต่ละตัวใช้สปริง 40 กรัม ซึ่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ Cherry MX Red การกดรู้สึกเบาและมีความโยกน้อย แต่สปริงอาจคืนตัวช้าไปเล็กน้อยหลังจากการกด ทำให้ไม่รู้สึก "เด้ง" เท่าที่ควร

    เสียงและการออกแบบ

    เสียงพิมพ์ของ Huntsman V3 HE ค่อนข้าง "Clacky" มีโทนเสียงที่ชัดเจนและเต็มเสียง โดยเฉพาะช่วงกลาง เสียงโดยรวมมีความสะอาด ไม่มีเสียงเสียดสี เสียงก้อง หรือความถี่แปลกๆ แต่ก็มีความแตกต่างของโทนเสียงระหว่างปุ่ม โดยเฉพาะปุ่มด้านนอกบางปุ่มจะมีเสียงที่ทุ้มและทึบกว่า เมื่อเทียบกับ Huntsman V3 รุ่น Optical ที่มีเสียงรบกวนและโทนเสียงไม่สม่ำเสมอ ถือว่า Huntsman V3 HE มีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก แต่เมื่อเทียบกับ Razer BlackWidow V4 ที่ใช้ Gasket-mount ก็ยังคงมีช่องว่างให้พัฒนา

    ปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ที่ Spacebar ทั้งในด้านเสียงและความรู้สึก โดยมีแถบโฟมสองชั้นที่ด้านใต้เพื่อป้องกันเสียงกลวง แต่กลับทำให้เกิดเสียง "ทุบ" ที่ทุ้มกว่าปุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญกว่านั้น คือแถบโฟมบนแป้นของผมอยู่ใกล้กับสวิตช์มากเกินไป ทำให้ชนกับตัว Housing เมื่อกดลงไป ทำให้รู้สึกนุ่มและอับเมื่อกดจนสุด นอกจากนี้ Spacebar ยังมีน้ำหนักมากกว่าปุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด (เกือบ 10 กรัม เทียบกับ Spacebar ทั่วไปประมาณ 7 กรัม หรือ Keycap ปกติ 1.5 กรัม) ทำให้สวิตช์รู้สึกเบากว่าปุ่มอื่น และอาจเกิดการกดผิดพลาดได้ง่ายเมื่อใช้ระยะ Actuation ที่ต่ำ

    การเปลี่ยน Spacebar เป็นแบบไม่มีโฟม (ขนาดมาตรฐาน 6.25u หาได้ง่าย) ช่วยปรับปรุงการกดและเสียงให้เข้ากับปุ่มอื่นมากขึ้น หรือการถอดโฟมออกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

    ในทางกลับกัน Stabilizer ของคีย์บอร์ดนี้ทำงานได้ดีเยี่ยม ไม่มีเสียงสั่นหรือเสียงรบกวนใดๆ แสดงว่า Razer มีความเข้าใจในวิธีการหล่อลื่นจากโรงงาน ซึ่งหลายๆ ผู้ผลิตยังคงประสบปัญหาอยู่

    โครงสร้างและวัสดุ

    เช่นเดียวกับคีย์บอร์ด Razer ส่วนใหญ่ Huntsman รุ่นล่าสุดมีโครงสร้างที่ตรงไปตรงมา ประกอบด้วยแผ่นโลหะด้านบนประกบกับเปลือกพลาสติกด้านล่างในรูปแบบ Tray-mount พร้อมโฟมลดเสียง สกรูที่ยึดสองส่วนจะถูกฝังเข้าไปใน Housing ด้านบนที่มีการเคลือบผิวแบบแปรงขนแบบฉบับ Razer โชคดีที่ไม่มีคลิปพลาสติกเปราะบางยึดสองส่วนเข้าด้วยกัน แม้จะมีแผ่นโลหะด้านบน แต่เปลือกคีย์บอร์ดก็ยังมีความยืดหยุ่นเล็กน้อยเมื่อถือด้วยมือ

    ภายในเคสมีแผงวงจรพิมพ์สองแผง: แผงหลักที่ยึดกับแผ่นโลหะ และแผงย่อยที่ยึดกับเปลือกพลาสติกด้านล่าง แผงทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยสาย JST แบบ 3 พิน และสายแพหนา มีโฟมซับเสียงระหว่างแผ่นโลหะและ PCB เพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่างระหว่างสวิตช์ และอีกชั้นหนึ่งภายในเปลือกด้านล่าง การใช้แผงย่อยเป็นเรื่องดี แต่เปลือกพลาสติกด้านล่างค่อนข้างบาง ซึ่งอาจส่งผลต่อโปรไฟล์เสียงที่ไม่น่าประทับใจของคีย์บอร์ดนี้ และทำให้การออกแบบโดยรวมไม่แข็งแรงเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับการใช้วัสดุโลหะทั้งหมด หรือพลาสติกที่หนากว่า

    คีย์บอร์ดนี้ใช้การประกอบแบบ Tray-mount มาตรฐาน โดยส่วนบนจะขันสกรูเข้ากับเปลือกด้านล่างโดยตรงผ่านเสารองรับหลายจุด การออกแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการถอดประกอบเพื่อการดัดแปลงหรือซ่อมแซม แต่เนื่องจากส่วนล่างทำจากพลาสติก จึงมีความเสี่ยงที่เสารองรับแบบเกลียวจะสึกหรอหรือเสียหายระหว่างการประกอบและถอดประกอบ

    การปรับแต่งและการปรับเปลี่ยน

    หนึ่งในข้อจำกัดใหญ่ของคีย์บอร์ด Hall Effect เมื่อเทียบกับ Mechanical Keyboard ที่มีสวิตช์ให้เลือกนับร้อยแบบ คือการปรับแต่งที่จำกัด สวิตช์และเซ็นเซอร์มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ทำให้การหาสวิตช์หลังการขายที่เข้ากันได้กับคีย์บอร์ดบางรุ่นเป็น

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.wired.com/review/razer-huntsman-v3-hall-effect-keyboard/

    Razer Huntsman V3 HE: คีย์บอร์ด Hall Effect ตัวแรกที่น่าจับตามอง ⌨️หลังจากที่ Razer ยืนหยัดในเทคโนโลยี Optical Switch มานาน ในที่สุดก็ได้เปิดตัวคีย์บอร์ด Hall Effect ตัวแรกอย่างเป็นทางการ นั่นคือ Razer Huntsman V3 HE ซึ่งมาพร้อมกับความคาดหวังของผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การใช้งานสวิตช์แบบแม่เหล็ก แม้ว่าทาง Razer จะยังคงเชื่อมั่นในเทคโนโลยี Optical Switch ของตนเองว่ามีความแม่นยำและทนทานต่อสิ่งรบกวนมากกว่า แต่กระแสความต้องการของตลาดก็ทำให้เกิดการพัฒนา Huntsman V3 HE ขึ้นมาดีไซน์เรียบง่าย แต่ใช้งานได้ดีRazer Huntsman V3 HE มาพร้อมกับการออกแบบที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่มีหน้าจอ ไม่มีปุ่มหมุน หรือ Spacebar แบบแยกส่วน แต่เน้นการมอบประสบการณ์การใช้งานคีย์บอร์ด Hall Effect ที่ตรงไปตรงมา และนี่อาจเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนต้องการสัมผัสการพิมพ์และการตอบสนองของปุ่มหัวใจสำคัญของคีย์บอร์ดคือความรู้สึกขณะใช้งาน ซึ่ง Huntsman V3 HE ทำออกมาได้ "พอใช้" สวิตช์มีความลื่นไหลสม่ำเสมอเมื่อกดลงไป แต่บางปุ่มอาจรู้สึกเหมือนมีการหล่อลื่นมากเกินไป จนทำให้การกดปุ่มจนสุด (Bottom-out) มีความหนืดเล็กน้อย ระบบ Tray-mount ที่ใช้ก็ทำให้ความแน่นของปุ่มแต่ละปุ่มแตกต่างกันเล็กน้อย โดยปุ่มที่อยู่ใกล้สกรูยึดจะรู้สึกแน่นน้อยกว่า แม้ว่าความแตกต่างเหล่านี้จะไม่ถึงขั้นสร้างความรำคาญ แต่ก็ทำให้ประสบการณ์การพิมพ์ไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควรสวิตช์แต่ละตัวใช้สปริง 40 กรัม ซึ่งมีน้ำหนักใกล้เคียงกับ Cherry MX Red การกดรู้สึกเบาและมีความโยกน้อย แต่สปริงอาจคืนตัวช้าไปเล็กน้อยหลังจากการกด ทำให้ไม่รู้สึก "เด้ง" เท่าที่ควรเสียงและการออกแบบเสียงพิมพ์ของ Huntsman V3 HE ค่อนข้าง "Clacky" มีโทนเสียงที่ชัดเจนและเต็มเสียง โดยเฉพาะช่วงกลาง เสียงโดยรวมมีความสะอาด ไม่มีเสียงเสียดสี เสียงก้อง หรือความถี่แปลกๆ แต่ก็มีความแตกต่างของโทนเสียงระหว่างปุ่ม โดยเฉพาะปุ่มด้านนอกบางปุ่มจะมีเสียงที่ทุ้มและทึบกว่า เมื่อเทียบกับ Huntsman V3 รุ่น Optical ที่มีเสียงรบกวนและโทนเสียงไม่สม่ำเสมอ ถือว่า Huntsman V3 HE มีการพัฒนาที่ดีขึ้นมาก แต่เมื่อเทียบกับ Razer BlackWidow V4 ที่ใช้ Gasket-mount ก็ยังคงมีช่องว่างให้พัฒนาปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ที่ Spacebar ทั้งในด้านเสียงและความรู้สึก โดยมีแถบโฟมสองชั้นที่ด้านใต้เพื่อป้องกันเสียงกลวง แต่กลับทำให้เกิดเสียง "ทุบ" ที่ทุ้มกว่าปุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญกว่านั้น คือแถบโฟมบนแป้นของผมอยู่ใกล้กับสวิตช์มากเกินไป ทำให้ชนกับตัว Housing เมื่อกดลงไป ทำให้รู้สึกนุ่มและอับเมื่อกดจนสุด นอกจากนี้ Spacebar ยังมีน้ำหนักมากกว่าปุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด (เกือบ 10 กรัม เทียบกับ Spacebar ทั่วไปประมาณ 7 กรัม หรือ Keycap ปกติ 1.5 กรัม) ทำให้สวิตช์รู้สึกเบากว่าปุ่มอื่น และอาจเกิดการกดผิดพลาดได้ง่ายเมื่อใช้ระยะ Actuation ที่ต่ำการเปลี่ยน Spacebar เป็นแบบไม่มีโฟม (ขนาดมาตรฐาน 6.25u หาได้ง่าย) ช่วยปรับปรุงการกดและเสียงให้เข้ากับปุ่มอื่นมากขึ้น หรือการถอดโฟมออกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในทางกลับกัน Stabilizer ของคีย์บอร์ดนี้ทำงานได้ดีเยี่ยม ไม่มีเสียงสั่นหรือเสียงรบกวนใดๆ แสดงว่า Razer มีความเข้าใจในวิธีการหล่อลื่นจากโรงงาน ซึ่งหลายๆ ผู้ผลิตยังคงประสบปัญหาอยู่โครงสร้างและวัสดุเช่นเดียวกับคีย์บอร์ด Razer ส่วนใหญ่ Huntsman รุ่นล่าสุดมีโครงสร้างที่ตรงไปตรงมา ประกอบด้วยแผ่นโลหะด้านบนประกบกับเปลือกพลาสติกด้านล่างในรูปแบบ Tray-mount พร้อมโฟมลดเสียง สกรูที่ยึดสองส่วนจะถูกฝังเข้าไปใน Housing ด้านบนที่มีการเคลือบผิวแบบแปรงขนแบบฉบับ Razer โชคดีที่ไม่มีคลิปพลาสติกเปราะบางยึดสองส่วนเข้าด้วยกัน แม้จะมีแผ่นโลหะด้านบน แต่เปลือกคีย์บอร์ดก็ยังมีความยืดหยุ่นเล็กน้อยเมื่อถือด้วยมือภายในเคสมีแผงวงจรพิมพ์สองแผง: แผงหลักที่ยึดกับแผ่นโลหะ และแผงย่อยที่ยึดกับเปลือกพลาสติกด้านล่าง แผงทั้งสองเชื่อมต่อกันด้วยสาย JST แบบ 3 พิน และสายแพหนา มีโฟมซับเสียงระหว่างแผ่นโลหะและ PCB เพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่างระหว่างสวิตช์ และอีกชั้นหนึ่งภายในเปลือกด้านล่าง การใช้แผงย่อยเป็นเรื่องดี แต่เปลือกพลาสติกด้านล่างค่อนข้างบาง ซึ่งอาจส่งผลต่อโปรไฟล์เสียงที่ไม่น่าประทับใจของคีย์บอร์ดนี้ และทำให้การออกแบบโดยรวมไม่แข็งแรงเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับการใช้วัสดุโลหะทั้งหมด หรือพลาสติกที่หนากว่าคีย์บอร์ดนี้ใช้การประกอบแบบ Tray-mount มาตรฐาน โดยส่วนบนจะขันสกรูเข้ากับเปลือกด้านล่างโดยตรงผ่านเสารองรับหลายจุด การออกแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการถอดประกอบเพื่อการดัดแปลงหรือซ่อมแซม แต่เนื่องจากส่วนล่างทำจากพลาสติก จึงมีความเสี่ยงที่เสารองรับแบบเกลียวจะสึกหรอหรือเสียหายระหว่างการประกอบและถอดประกอบการปรับแต่งและการปรับเปลี่ยนหนึ่งในข้อจำกัดใหญ่ของคีย์บอร์ด Hall Effect เมื่อเทียบกับ Mechanical Keyboard ที่มีสวิตช์ให้เลือกนับร้อยแบบ คือการปรับแต่งที่จำกัด สวิตช์และเซ็นเซอร์มีมาตรฐานที่แตกต่างกัน ทำให้การหาสวิตช์หลังการขายที่เข้ากันได้กับคีย์บอร์ดบางรุ่นเป็นhttps://www.wired.com/review/razer-huntsman-v3-hall-effect-keyboard/
    Shared content
    WWW.WIRED.COM
    I Tested Razer’s First Attempt at a Hall Effect Keyboard
    Razer has finally caved and made its first Hall Effect gaming keyboard. I dug into its switches, features, and gaming performance to see if it was worth the wait.
    2 Comments 0 Shares 425 Views 0 Reviews
  • Zoox พร้อมให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ เก็บค่าโดยสารได้ หลังได้รับการอนุมัติจาก NHTSA

    ข่าวดีสำหรับวงการรถยนต์ไร้คนขับ เมื่อ Zoox บริษัทลูกของ Amazon ได้รับการอนุมัติจาก National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) หรือสำนักงานบริหารความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ให้สามารถเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสารในรถแท็กซี่ไร้คนขับที่ไม่มีพวงมาลัยได้แล้ว

    การอนุมัติที่เปิดประตูสู่บริการเชิงพาณิชย์

    NHTSA ได้อนุมัติให้ Zoox ได้รับการยกเว้นชั่วคราวในการปรับใช้รถยนต์ไร้พวงมาลัยได้สูงสุดถึง 2,500 คันต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี การยกเว้นนี้ทำให้ Zoox ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กำหนดให้ยานพาหนะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมแบบดั้งเดิม เช่น พวงมาลัย แป้นเหยียบ ระบบละลายฝ้ากระจกหน้ารถ และกระจกมองข้าง

    รถยนต์แห่งอนาคตที่เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสาร

    รถยนต์ของ Zoox ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงผู้โดยสารเป็นหลัก แทนที่จะเป็นผู้ขับขี่ ภายในรถมีลักษณะเป็นห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งสองฝั่งและประตูเลื่อน การอนุมัตินี้จะทำให้ Zoox สามารถเปลี่ยนจากการให้บริการฟรีภายใต้ “การยกเว้นเพื่อการสาธิต” มาเป็นการให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ

    ก้าวสู่การแข่งขันในตลาด Robotaxi

    การตัดสินใจของ NHTSA ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Zoox สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในตลาดรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ได้ เช่น Waymo ของ Google และบริการ Robotaxi ของ Tesla ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

    แผนการขยายบริการและพื้นที่ให้บริการ

    Zoox วางแผนที่จะเริ่มเก็บค่าโดยสารใน ลาสเวกัส ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป และมีแผนที่จะขยายบริการไปยัง ไมอามี และ ออสติน ด้วย

    ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ

    NHTSA ระบุว่า รถแท็กซี่ไร้คนขับของ Zoox “มีระดับความปลอดภัยเทียบเท่าหรือสูงกว่า” ยานพาหนะที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์แห่งชาติ ภายใต้เงื่อนไขการยกเว้นนี้ Zoox จะอยู่ภายใต้ “เงื่อนไขการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น” ซึ่งอาจมีการปรับปรุงและขยายขอบเขตตามการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของบริษัทต่อไป

    ข้อควรทราบ

    แม้จะได้รับการอนุมัติแล้ว ทาง Zoox ได้มีการเรียกคืนซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์บางส่วนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการตรวจจับควัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด

    #Zoox #Robotaxi #รถยนต์ไร้คนขับ #NHTSA #Amazon #เทคโนโลยี

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.theverge.com/transportation/973099/zoox-amazon-nhtsa-robotaxi-approval

    Zoox พร้อมให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ เก็บค่าโดยสารได้ หลังได้รับการอนุมัติจาก NHTSAข่าวดีสำหรับวงการรถยนต์ไร้คนขับ เมื่อ Zoox บริษัทลูกของ Amazon ได้รับการอนุมัติจาก National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) หรือสำนักงานบริหารความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ให้สามารถเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสารในรถแท็กซี่ไร้คนขับที่ไม่มีพวงมาลัยได้แล้วการอนุมัติที่เปิดประตูสู่บริการเชิงพาณิชย์NHTSA ได้อนุมัติให้ Zoox ได้รับการยกเว้นชั่วคราวในการปรับใช้รถยนต์ไร้พวงมาลัยได้สูงสุดถึง 2,500 คันต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี การยกเว้นนี้ทำให้ Zoox ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่กำหนดให้ยานพาหนะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมแบบดั้งเดิม เช่น พวงมาลัย แป้นเหยียบ ระบบละลายฝ้ากระจกหน้ารถ และกระจกมองข้างรถยนต์แห่งอนาคตที่เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารรถยนต์ของ Zoox ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงผู้โดยสารเป็นหลัก แทนที่จะเป็นผู้ขับขี่ ภายในรถมีลักษณะเป็นห้องโดยสารที่สะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งสองฝั่งและประตูเลื่อน การอนุมัตินี้จะทำให้ Zoox สามารถเปลี่ยนจากการให้บริการฟรีภายใต้ “การยกเว้นเพื่อการสาธิต” มาเป็นการให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบก้าวสู่การแข่งขันในตลาด Robotaxiการตัดสินใจของ NHTSA ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Zoox สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ ในตลาดรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ได้ เช่น Waymo ของ Google และบริการ Robotaxi ของ Tesla ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องแผนการขยายบริการและพื้นที่ให้บริการZoox วางแผนที่จะเริ่มเก็บค่าโดยสารใน ลาสเวกัส ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป และมีแผนที่จะขยายบริการไปยัง ไมอามี และ ออสติน ด้วยความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญNHTSA ระบุว่า รถแท็กซี่ไร้คนขับของ Zoox “มีระดับความปลอดภัยเทียบเท่าหรือสูงกว่า” ยานพาหนะที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์แห่งชาติ ภายใต้เงื่อนไขการยกเว้นนี้ Zoox จะอยู่ภายใต้ “เงื่อนไขการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น” ซึ่งอาจมีการปรับปรุงและขยายขอบเขตตามการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของบริษัทต่อไปข้อควรทราบแม้จะได้รับการอนุมัติแล้ว ทาง Zoox ได้มีการเรียกคืนซอฟต์แวร์สำหรับรถยนต์บางส่วนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการตรวจจับควัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด#Zoox #Robotaxi #รถยนต์ไร้คนขับ #NHTSA #Amazon #เทคโนโลยีhttps://www.theverge.com/transportation/973099/zoox-amazon-nhtsa-robotaxi-approval
    5 Comments 0 Shares 443 Views 0 Reviews
  • Q Acoustics 3040c: ลำโพงตั้งพื้น ดีไซน์หรู ในราคาที่จับต้องได้ 🤩

    หากคุณกำลังมองหาลำโพงที่ให้เสียงคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์สวยงาม และที่สำคัญคือราคาไม่แรงจนเกินไป ลำโพงตั้งพื้น Q Acoustics 3040c อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหาอยู่ ลำโพงรุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ 3000c ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม และเป็นรุ่นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

    อะไรที่ทำให้ Q Acoustics 3040c น่าสนใจ? 🤔

    Q Acoustics เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตลำโพงคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่าย และ 3040c ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยราคาที่ไม่สูงเท่าลำโพงตั้งพื้นทั่วไป แต่ให้คุณภาพเสียงและรูปลักษณ์ที่ดูแพงเกินราคา

    จุดเด่นที่น่าประทับใจ ✅

    • มิติเสียงและความใส: ให้เสียงที่สมดุล มีความชัดเจน และให้มิติเสียงที่น่าประทับใจ ทำให้การฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์เต็มอิ่มยิ่งขึ้น
    • งานประกอบและดีไซน์: ตัวลำโพงมีความแข็งแรง ทนทาน และการเก็บรายละเอียดการผลิตอยู่ในระดับดีเยี่ยม มีให้เลือกถึง 4 สี เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งบ้านของคุณ
    • ขนาดกะทัดรัด: การออกแบบตู้ลำโพงที่มีสัดส่วนสวยงาม ทำให้เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่มากนัก

    ข้อสังเกตเล็กน้อย ⚠️

    • ความไหลลื่นทางจังหวะ: อาจไม่โดดเด่นเท่าลำโพงรุ่นที่ราคาสูงกว่า ในแง่ของการถ่ายทอดจังหวะเพลงที่ซับซ้อน
    • ไดนามิกเสียง: มีข้อจำกัดเล็กน้อยในเรื่องของช่วงไดนามิกเสียงที่อาจไม่กว้างเท่าที่ควร

    เจาะลึก Q Acoustics 3040c 🔍

    ราคาและการวางจำหน่าย 📅

    Q Acoustics 3040c มีวางจำหน่ายแล้วในราคาประมาณ £599 (สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร) หรือประมาณ 26,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ

    เมื่อเทียบกับลำโพงประเภทเดียวกันในระดับราคาใกล้เคียงกัน คุณอาจจะได้เพียงลำโพงแบบวางหิ้ง (bookshelf speakers) จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ แต่สำหรับ 3040c คุณจะได้ลำโพงตั้งพื้นที่มีเทคโนโลยีและคุณภาพเสียงที่เหนือ

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.techradar.com/audio/speakers/q-acoustics-handsome-3040c-floorstanding-speakers-are-cheaper-than-most-rival-bookshelf-buys-and-a-thorough-testing-reveals-a-poised-clear-balanced-listen

    Q Acoustics 3040c: ลำโพงตั้งพื้น ดีไซน์หรู ในราคาที่จับต้องได้ 🤩หากคุณกำลังมองหาลำโพงที่ให้เสียงคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์สวยงาม และที่สำคัญคือราคาไม่แรงจนเกินไป ลำโพงตั้งพื้น Q Acoustics 3040c อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหาอยู่ ลำโพงรุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ 3000c ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม และเป็นรุ่นสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นอะไรที่ทำให้ Q Acoustics 3040c น่าสนใจ? 🤔Q Acoustics เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตลำโพงคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงง่าย และ 3040c ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยราคาที่ไม่สูงเท่าลำโพงตั้งพื้นทั่วไป แต่ให้คุณภาพเสียงและรูปลักษณ์ที่ดูแพงเกินราคาจุดเด่นที่น่าประทับใจ ✅มิติเสียงและความใส: ให้เสียงที่สมดุล มีความชัดเจน และให้มิติเสียงที่น่าประทับใจ ทำให้การฟังเพลงหรือชมภาพยนตร์เต็มอิ่มยิ่งขึ้นงานประกอบและดีไซน์: ตัวลำโพงมีความแข็งแรง ทนทาน และการเก็บรายละเอียดการผลิตอยู่ในระดับดีเยี่ยม มีให้เลือกถึง 4 สี เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งบ้านของคุณขนาดกะทัดรัด: การออกแบบตู้ลำโพงที่มีสัดส่วนสวยงาม ทำให้เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่มากนักข้อสังเกตเล็กน้อย ⚠️ความไหลลื่นทางจังหวะ: อาจไม่โดดเด่นเท่าลำโพงรุ่นที่ราคาสูงกว่า ในแง่ของการถ่ายทอดจังหวะเพลงที่ซับซ้อนไดนามิกเสียง: มีข้อจำกัดเล็กน้อยในเรื่องของช่วงไดนามิกเสียงที่อาจไม่กว้างเท่าที่ควรเจาะลึก Q Acoustics 3040c 🔍ราคาและการวางจำหน่าย 📅Q Acoustics 3040c มีวางจำหน่ายแล้วในราคาประมาณ £599 (สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร) หรือประมาณ 26,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับเมื่อเทียบกับลำโพงประเภทเดียวกันในระดับราคาใกล้เคียงกัน คุณอาจจะได้เพียงลำโพงแบบวางหิ้ง (bookshelf speakers) จากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ แต่สำหรับ 3040c คุณจะได้ลำโพงตั้งพื้นที่มีเทคโนโลยีและคุณภาพเสียงที่เหนือhttps://www.techradar.com/audio/speakers/q-acoustics-handsome-3040c-floorstanding-speakers-are-cheaper-than-most-rival-bookshelf-buys-and-a-thorough-testing-reveals-a-poised-clear-balanced-listen
    7 Comments 0 Shares 466 Views 0 Reviews
  • Star Trek: Strange New Worlds ตอน "The Griffin Incident" สัมผัสประสบการณ์สยองขวัญในอวกาศ 🚀

    แฟน ๆ Star Trek เตรียมเฮ! เมื่อซีซั่นใหม่ของ Star Trek: Strange New Worlds นำเสนอตอนพิเศษที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหนังสยองขวัญอย่างเต็มตัว ในตอน "The Griffin Incident" ลูกเรือของยาน Enterprise ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดระทึกที่อาจทำให้หัวใจว

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://gizmodo.com/star-trek-strange-new-worlds-season-4-episode-2-griffin-incident-recap-review-2000792574

    Star Trek: Strange New Worlds ตอน "The Griffin Incident" สัมผัสประสบการณ์สยองขวัญในอวกาศ 🚀แฟน ๆ Star Trek เตรียมเฮ! เมื่อซีซั่นใหม่ของ Star Trek: Strange New Worlds นำเสนอตอนพิเศษที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหนังสยองขวัญอย่างเต็มตัว ในตอน "The Griffin Incident" ลูกเรือของยาน Enterprise ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดระทึกที่อาจทำให้หัวใจวhttps://gizmodo.com/star-trek-strange-new-worlds-season-4-episode-2-griffin-incident-recap-review-2000792574
    Shared content
    GIZMODO.COM
    'Star Trek: Strange New Worlds' Boldly Goes Into Horror
    Season four, episode two, 'The Griffin Incident,' sees the crew of the 'Enterprise' encounter a terrifying situation.
    6 Comments 0 Shares 468 Views 0 Reviews
  • Google Earth โฉมใหม่: จินตนาการโลกเสมือนจริงด้วย AI สุด

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.androidauthority.com/google-earth-ai-image-generation-3692696/

    Google Earth โฉมใหม่: จินตนาการโลกเสมือนจริงด้วย AI สุดhttps://www.androidauthority.com/google-earth-ai-image-generation-3692696/
    Shared content
    WWW.ANDROIDAUTHORITY.COM
    This new Google Earth feature will change how you explore the world
    Google Earth now uses Gemini's Nano Banana 2 to generate images and visual explainers from real-world locations on the web.
    2 Comments 0 Shares 507 Views 0 Reviews
  • AI สู่บทบาทใหม่: เมื่อแชทบอทเก่งเรื่องหลอกลวงรักยิ่งกว่ามนุษย์ 💔

    การหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ หรือ "Romance Scam" เป็นกลโกงออนไลน์ที่เก่าแก่ แต่ยังคงสามารถหลอกลวงผู้คนใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ล่าสุด งานวิจัยร่วมจากสี่มหาวิทยาลัยได้เผยผลการศึกษาที่น่าตกใจว่า แชทบอทปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจมีประสิทธิภาพในการดำเนินการหลอกลวงรูปแบบนี้ได้ดีกว่ามนุษย์เสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

    รูปแบบการหลอกลวงที่พัฒนาไป 🤖

    โดยทั่วไป การหลอกลวงรักในปัจจุบันมักเริ่มต้นจากการพบกันบนแอปพลิเคชันหาคู่ เหยื่อจะได้รับการติดต่อจากบุคคลที่มีโปรไฟล์น่าดึงดูด ทำตัวเป็นคนรักที่กระตือรือร้น และตรงตามสเปกทุกประการ

    บทสนทนาออนไลน์จะดำเนินไปอย่างเข

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://9to5mac.com/2026/07/30/ai-chatbots-are-now-better-than-humans-at-romance-scams-and-thats-scary/

    AI สู่บทบาทใหม่: เมื่อแชทบอทเก่งเรื่องหลอกลวงรักยิ่งกว่ามนุษย์ 💔การหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ หรือ "Romance Scam" เป็นกลโกงออนไลน์ที่เก่าแก่ แต่ยังคงสามารถหลอกลวงผู้คนใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ล่าสุด งานวิจัยร่วมจากสี่มหาวิทยาลัยได้เผยผลการศึกษาที่น่าตกใจว่า แชทบอทปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจมีประสิทธิภาพในการดำเนินการหลอกลวงรูปแบบนี้ได้ดีกว่ามนุษย์เสียอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งรูปแบบการหลอกลวงที่พัฒนาไป 🤖โดยทั่วไป การหลอกลวงรักในปัจจุบันมักเริ่มต้นจากการพบกันบนแอปพลิเคชันหาคู่ เหยื่อจะได้รับการติดต่อจากบุคคลที่มีโปรไฟล์น่าดึงดูด ทำตัวเป็นคนรักที่กระตือรือร้น และตรงตามสเปกทุกประการบทสนทนาออนไลน์จะดำเนินไปอย่างเขhttps://9to5mac.com/2026/07/30/ai-chatbots-are-now-better-than-humans-at-romance-scams-and-thats-scary/
    Shared content
    9TO5MAC.COM
    AI chatbots are now better than humans at romance scams
    Romance scams are one of the oldest cons in the online world, but they continue to pull in new victims...
    4 Comments 0 Shares 524 Views 0 Reviews
  • Qualcomm ประกาศขึ้นราคาส่วนประกอบ Snapdragon อย่างเป็นทางการ เริ่ม 1 กันยายนนี้

    Qualcomm ผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำ ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะมีการปรับขึ้นราคาส่วนประกอบ Snapdragon อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้ราคาของอุปกรณ์ Android มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วย

    เหตุผลเบื้องหลังการปรับขึ้นราคา 📈

    Qualcomm ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (wafer fabrication), การประกอบ (assembly), การทดสอบ (test), การบรรจุขั้นสูง (advanced packaging), หน่วยความจำ (memory) ไปจนถึงวัสดุอื่นๆ การที่ต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ Qualcomm ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากซัพพลายเออร์ได้อีกต่อไป

    ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค 📱

    แม้ว่ารายละเอียดของอัตราการปรับขึ้นราคาจะยังไม่ชัดเจน แต่มีรายงานว่าอาจมีการปรับขึ้นในอัตรา "เลขสองหลัก" (double-digit percentage) ซึ่งหมายความว่าราคาอาจสูงขึ้นตั้งแต่ 10% หรือมากกว่านั้น การปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตนี้อาจส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ชิป Snapdragon ทำให้ผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าของตนเองให้สูงขึ้นตามไปด้วย

    ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ 🌐

    อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ประการสำคัญคือความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล (data centers) และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สิ่งนี้ส่งผลให้ทุกส่วนของกระบวนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดความตึงเครียดและมีต้นทุนสูงขึ้น

    แนวโน้มราคาชิป Snapdragon ในอดีต 📉

    ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ราคาชิป Snapdragon จะมีการปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการปรับราคามาอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นก่อนหน้าอย่าง Snapdragon 8 Elite ก็เคยมีรายงานว่ามีราคาสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า มีข่าวลือว่า Qualcomm กำลังพัฒนารุ่นที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้นของ Snapdragon 8 Elite Gen 5 แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะมีการปรับราคาอยู่

    ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับราคาที่สูงขึ้น 💰

    • Google ยืนยันการปรับขึ้นราคา Pixel 11 และเผยความพยายามในการทำให้ Android ประหยัด RAM มากขึ้น
    • Roku ปรับขึ้นราคาอุปกรณ์สตรีมมิ่งฮาร์ดแวร์สูงสุดถึง 50 ดอลลาร์
    • อุปกรณ์เชื่อมต่อ Android Auto แบบไร้สายที่ดีที่สุด ก็มีการปรับขึ้นราคาเล็กน้อยเช่นกัน

    การปรับขึ้นราคาชิป Snapdragon ในครั้งนี้ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้บริโภคและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://9to5google.com/2026/07/29/qualcomm-snapdragon-price-hike-september-2026/

    Qualcomm ประกาศขึ้นราคาส่วนประกอบ Snapdragon อย่างเป็นทางการ เริ่ม 1 กันยายนนี้Qualcomm ผู้ผลิตชิปเซ็ตชั้นนำ ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะมีการปรับขึ้นราคาส่วนประกอบ Snapdragon อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลให้ราคาของอุปกรณ์ Android มีแนวโน้มสูงขึ้นตามไปด้วยเหตุผลเบื้องหลังการปรับขึ้นราคา 📈Qualcomm ระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตแผ่นเวเฟอร์ (wafer fabrication), การประกอบ (assembly), การทดสอบ (test), การบรรจุขั้นสูง (advanced packaging), หน่วยความจำ (memory) ไปจนถึงวัสดุอื่นๆ การที่ต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ Qualcomm ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากซัพพลายเออร์ได้อีกต่อไปผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค 📱แม้ว่ารายละเอียดของอัตราการปรับขึ้นราคาจะยังไม่ชัดเจน แต่มีรายงานว่าอาจมีการปรับขึ้นในอัตรา "เลขสองหลัก" (double-digit percentage) ซึ่งหมายความว่าราคาอาจสูงขึ้นตั้งแต่ 10% หรือมากกว่านั้น การปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตนี้อาจส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ชิป Snapdragon ทำให้ผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าของตนเองให้สูงขึ้นตามไปด้วยปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนเซมิคอนดักเตอร์ 🌐อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ประการสำคัญคือความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล (data centers) และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ สิ่งนี้ส่งผลให้ทุกส่วนของกระบวนการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เกิดความตึงเครียดและมีต้นทุนสูงขึ้นแนวโน้มราคาชิป Snapdragon ในอดีต 📉ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ราคาชิป Snapdragon จะมีการปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการปรับราคามาอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นก่อนหน้าอย่าง Snapdragon 8 Elite ก็เคยมีรายงานว่ามีราคาสูงขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า มีข่าวลือว่า Qualcomm กำลังพัฒนารุ่นที่มีราคาเข้าถึงง่ายขึ้นของ Snapdragon 8 Elite Gen 5 แต่ก็ยังคงมีแนวโน้มที่จะมีการปรับราคาอยู่ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับราคาที่สูงขึ้น 💰Google ยืนยันการปรับขึ้นราคา Pixel 11 และเผยความพยายามในการทำให้ Android ประหยัด RAM มากขึ้นRoku ปรับขึ้นราคาอุปกรณ์สตรีมมิ่งฮาร์ดแวร์สูงสุดถึง 50 ดอลลาร์อุปกรณ์เชื่อมต่อ Android Auto แบบไร้สายที่ดีที่สุด ก็มีการปรับขึ้นราคาเล็กน้อยเช่นกันการปรับขึ้นราคาชิป Snapdragon ในครั้งนี้ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้บริโภคและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดhttps://9to5google.com/2026/07/29/qualcomm-snapdragon-price-hike-september-2026/
    Shared content
    9TO5GOOGLE.COM
    Snapdragon chip prices are officially going up, maybe by 'double digits' [U]
    Qualcomm is hiking prices on its already-expensive Snapdragon chipsets, a move that’s likely to make price hikes on Android devices...
    3 Comments 0 Shares 544 Views 0 Reviews
  • โถเครื่องปั่น ทำจากวัสดุอะไร? พร้อมข้อดี-ข้อเสียที่คุณควรรู้ 🧐

    เครื่องปั่นกลายเป็นอุปกรณ์คู่ครัวที่ช่วยให้การเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปั่นส่วนผสมให้เนียนละเอียด ทำสมูทตี้สดชื่น หรือเตรียมน้ำพริก เครื่องปั่นก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่เคยสังเกตไหมว่า "โถ" ของเครื่องปั่นนั้นทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสียที่ส่งผลต่อการใช้งานและราคา

    บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับวัสดุหลักๆ ที่นิยมนำมาทำโถเครื่องปั่น พร้อมข้อดีข้อเสีย เพื่อให้คุณเลือกเครื่องปั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้มากที่สุด

    วัสดุยอดฮิตของโถเครื่องปั่น

    1. โถแก้ว (Glass Jar) 💎

    โถแก้วเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ

    • ข้อดี:
    • ทนทานต่อการขีดข่วนและคราบสกปรก: แก้วไม่เปลี่ยนสีง่าย แม้จะปั่นส่วนผสมที่มีสีเข้ม หรือมีกลิ่นแรง ก็ไม่ทิ้งคราบหรือกลิ่นติดโถ
    • ทำความสะอาดง่าย: พื้นผิวเรียบของแก้วทำให้ล้างคราบอาหารออกได้ง่าย
    • ทนความร้อน: สามารถปั่นส่วนผสมร้อนได้ (แต่ควรระวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน)
    • ปลอดภัย: ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ปลอดภัยต่อสุขภาพ
    • มองเห็นภายในได้ชัดเจน: ช่วยให้ควบคุมความละเอียดของส่วนผสมได้ง่าย
    • ข้อเสีย:
    • แตกง่าย: หากทำตกหรือกระแทก อาจแตกเสียหายได้
    • มีน้ำหนักมาก: ทำให้ยกและเคลื่อนย้ายลำบากกว่าวัสดุอื่น
    • ราคาสูงกว่า: โดยทั่วไปแล้ว เครื่องปั่นที่มีโถแก้วมักมีราคาสูงกว่า

    2. โถพลาสติก (Plastic Jar) 🥤

    โถพลาสติกมีหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กับเครื่องปั่นคือพลาสติกประเภท Tritan หรือ BPA-Free ซึ่งมีความปลอดภัยสูง

    • ข้อดี:
    • น้ำหนักเบา: ยก จับถือ และเคลื่อนย้ายได้สะดวก
    • ทนทานต่อการตกหล่น: ไม่แตกง่ายเหมือนแก้ว เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก
    • ราคาเข้าถึงง่าย: เครื่องปั่นโถพลาสติกมักมีราคาไม่สูงมากนัก
    • ข้อเสีย:
    • อาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย: เมื่อใช้ไปนานๆ อาจมีรอยจากการใช้งาน ทำให้ดูหมอง
    • อาจเกิดคราบและกลิ่นติดได้: โดยเฉพาะเมื่อปั่นส่วนผสมที่มีสีเข้ม หรือมีกลิ่นแรง
    • ไม่ทนความร้อนสูง: ไม่เหมาะกับการปั่นส่วนผสมที่ร้อนจัด
    • ความใสอาจลดลง: เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะ ความใสอาจลดลง

    3. โถสแตนเลส (Stainless Steel Jar) 🔩

    โถสแตนเลสเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในเครื่องปั่นรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์สูง

    • ข้อดี:
    • แข็งแรงทนทาน: ไม่แตกง่าย ทนทานต่อการใช้งานหนัก
    • ทนความร้อน: สามารถปั่นส่วนผสมร้อนได้ดี
    • ไม่เกิดคราบและกลิ่น: สแตนเลสไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร จึงไม่ทิ้งคราบหรือกลิ่น
    • ข้อเสีย:
    • มองไม่เห็นภายใน: ไม่สามารถสังเกตความละเอียดของส่วนผสมได้โดยตรง
    • มีน้ำหนัก: หนักกว่าโถพลาสติก
    • ราคาสูง: มักพบในเครื่องปั่นระดับกลางถึงสูง

    เลือกโถเครื่องปั่นแบบไหนดี? 🤔

    การเลือกโถเครื่องปั่นขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของคุณเป็นหลัก:

    • ถ้าเน้นความปลอดภัย ทำความสะอาดง่าย และชอบมองเห็นส่วนผสม: โถแก้ว เป็นตัวเลือกที่ดี
    • ถ้าต้องการความสะดวก น้ำหนักเบา ทนทานต่อการตกหล่น และมีงบประมาณจำกัด: โถพลาสติก (BPA-Free) จะตอบโจทย์
    • ถ้าต้องการความทนทานสุดๆ ปั่นส่วนผสมร้อนบ่อยๆ และไม่กังวลเรื่องการมองไม่เห็นภายใน: โถสแตนเลส คือคำตอบ

    ข้อควรจำเพิ่มเติม

    • การทำความสะอาด: ไม่ว่าโถของคุณจะทำจากวัสดุใด ควรทำความสะอาดทันทีหลังใช้งาน เพื่อป้องกันคราบฝังแน่นและกลิ่น
    • ความปลอดภัย: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องปั่นที่คุณเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย เช่น BPA-Free สำหรับโถพลาสติก

    หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อเครื่องปั่นที่ถูกใจและเหมาะสมกับการใช้งานของคุณนะครับ! 😊

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://pantip.com/topic/41642774

    โถเครื่องปั่น ทำจากวัสดุอะไร? พร้อมข้อดี-ข้อเสียที่คุณควรรู้ 🧐เครื่องปั่นกลายเป็นอุปกรณ์คู่ครัวที่ช่วยให้การเตรียมอาหารหรือเครื่องดื่มเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปั่นส่วนผสมให้เนียนละเอียด ทำสมูทตี้สดชื่น หรือเตรียมน้ำพริก เครื่องปั่นก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่เคยสังเกตไหมว่า "โถ" ของเครื่องปั่นนั้นทำมาจากวัสดุที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละแบบก็มีคุณสมบัติ ข้อดี และข้อเสียที่ส่งผลต่อการใช้งานและราคาบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับวัสดุหลักๆ ที่นิยมนำมาทำโถเครื่องปั่น พร้อมข้อดีข้อเสีย เพื่อให้คุณเลือกเครื่องปั่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้มากที่สุดวัสดุยอดฮิตของโถเครื่องปั่น1. โถแก้ว (Glass Jar) 💎โถแก้วเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการข้อดี:ทนทานต่อการขีดข่วนและคราบสกปรก: แก้วไม่เปลี่ยนสีง่าย แม้จะปั่นส่วนผสมที่มีสีเข้ม หรือมีกลิ่นแรง ก็ไม่ทิ้งคราบหรือกลิ่นติดโถทำความสะอาดง่าย: พื้นผิวเรียบของแก้วทำให้ล้างคราบอาหารออกได้ง่ายทนความร้อน: สามารถปั่นส่วนผสมร้อนได้ (แต่ควรระวังเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน)ปลอดภัย: ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ปลอดภัยต่อสุขภาพมองเห็นภายในได้ชัดเจน: ช่วยให้ควบคุมความละเอียดของส่วนผสมได้ง่ายข้อเสีย:แตกง่าย: หากทำตกหรือกระแทก อาจแตกเสียหายได้มีน้ำหนักมาก: ทำให้ยกและเคลื่อนย้ายลำบากกว่าวัสดุอื่นราคาสูงกว่า: โดยทั่วไปแล้ว เครื่องปั่นที่มีโถแก้วมักมีราคาสูงกว่า2. โถพลาสติก (Plastic Jar) 🥤โถพลาสติกมีหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้กับเครื่องปั่นคือพลาสติกประเภท Tritan หรือ BPA-Free ซึ่งมีความปลอดภัยสูงข้อดี:น้ำหนักเบา: ยก จับถือ และเคลื่อนย้ายได้สะดวกทนทานต่อการตกหล่น: ไม่แตกง่ายเหมือนแก้ว เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กราคาเข้าถึงง่าย: เครื่องปั่นโถพลาสติกมักมีราคาไม่สูงมากนักข้อเสีย:อาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย: เมื่อใช้ไปนานๆ อาจมีรอยจากการใช้งาน ทำให้ดูหมองอาจเกิดคราบและกลิ่นติดได้: โดยเฉพาะเมื่อปั่นส่วนผสมที่มีสีเข้ม หรือมีกลิ่นแรงไม่ทนความร้อนสูง: ไม่เหมาะกับการปั่นส่วนผสมที่ร้อนจัดความใสอาจลดลง: เมื่อผ่านการใช้งานไปสักระยะ ความใสอาจลดลง3. โถสแตนเลส (Stainless Steel Jar) 🔩โถสแตนเลสเป็นอีกทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในเครื่องปั่นรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์สูงข้อดี:แข็งแรงทนทาน: ไม่แตกง่าย ทนทานต่อการใช้งานหนักทนความร้อน: สามารถปั่นส่วนผสมร้อนได้ดีไม่เกิดคราบและกลิ่น: สแตนเลสไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร จึงไม่ทิ้งคราบหรือกลิ่นข้อเสีย:มองไม่เห็นภายใน: ไม่สามารถสังเกตความละเอียดของส่วนผสมได้โดยตรงมีน้ำหนัก: หนักกว่าโถพลาสติกราคาสูง: มักพบในเครื่องปั่นระดับกลางถึงสูงเลือกโถเครื่องปั่นแบบไหนดี? 🤔การเลือกโถเครื่องปั่นขึ้นอยู่กับความต้องการและรูปแบบการใช้งานของคุณเป็นหลัก:ถ้าเน้นความปลอดภัย ทำความสะอาดง่าย และชอบมองเห็นส่วนผสม: โถแก้ว เป็นตัวเลือกที่ดีถ้าต้องการความสะดวก น้ำหนักเบา ทนทานต่อการตกหล่น และมีงบประมาณจำกัด: โถพลาสติก (BPA-Free) จะตอบโจทย์ถ้าต้องการความทนทานสุดๆ ปั่นส่วนผสมร้อนบ่อยๆ และไม่กังวลเรื่องการมองไม่เห็นภายใน: โถสแตนเลส คือคำตอบข้อควรจำเพิ่มเติมการทำความสะอาด: ไม่ว่าโถของคุณจะทำจากวัสดุใด ควรทำความสะอาดทันทีหลังใช้งาน เพื่อป้องกันคราบฝังแน่นและกลิ่นความปลอดภัย: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องปั่นที่คุณเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย เช่น BPA-Free สำหรับโถพลาสติกหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อเครื่องปั่นที่ถูกใจและเหมาะสมกับการใช้งานของคุณนะครับ! 😊https://pantip.com/topic/41642774
    Shared content
    PANTIP.COM
    โถเครื่องปั่น ( Blender Jar ) ทำจากวัสดุอะไรบ้าง พร้อมข้อดี ข้อเสีย
    เครื่องปั่นสำหรับเตรียมวัตถุดิบอาหาร หรือว่าทำเครื่องดื่มเย็นๆนั้นมีวัสดุการผลิตที่แตกต่างกัน โดยในบทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โถเครื่องปั่น ว่ามีวัสดุอะไรบ้า
    3 Comments 0 Shares 582 Views 0 Reviews
More Stories