• Roku ปรับขึ้นราคาสตรีมมิ่งฮาร์ดแวร์สูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ 💸

    สถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลก และล่าสุด Roku ผู้ผลิตอุปกรณ์สตรีมมิ่งยอดนิยม ก็ได้ประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มฮาร์ดแวร์ของตนเอง โดยบางรุ่นมีราคาสูงขึ้นถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ

    สาเหตุหลัก: ต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น

    Roku ชี้แจงว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก ต้นทุนที่สูงขึ้นของหน่วยความจำ (RAM) ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะที่เรียกกันว่า "RAMageddon" โดยราคาใหม่ของอุปกรณ์บางรุ่นมีดังนี้:

    • Roku Ultra: จากเดิม 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐฯ
    • Roku Streaming Stick: จากเดิม 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ

    การปรับขึ้นราคาเหล่านี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทุกแห่ง แต่บนร้านค้าออนไลน์ของ Roku เอง ก็มีการนำเสนอสินค้า "ลดราคา" ที่เป็นราคาเดิมก่อนปรับขึ้น พร้อมทั้งจำกัดจำนวนการซื้อต่อครั้ง

    ไม่ใช่ Roku เจ้าเดียวที่ได้รับผลกระทบ

    Roku ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น โดย Apple ก็ได้มีการปรับขึ้นราคา Apple TV Box อย่างมีนัยสำคัญ และแม้แต่ Walmart ก็ต้องปรับราคาสตรีมมิ่งดีไวซ์ราคาประหยัดที่ใช้ Google TV เช่นกัน

    ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Roku

    • มีรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการที่ Fox กำลังจะเข้าซื้อกิจการ Roku ด้วยมูลค่า 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
    • YouTube TV ได้ทำการอัปเดตเงียบ ๆ โดย จำกัดการใช้งานบนอุปกรณ์ที่ "มีประสิทธิภาพน้อย" ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ Roku ด้วย
    • Roku กำลังทยอยปล่อย การออกแบบหน้าจอหลักใหม่ ที่มาพร้อมกับการจัดระเบียบแอปพลิเคชันด้วย AI และฟีเจอร์ "Top Picks"

    การปรับขึ้นราคาอุปกรณ์สตรีมมิ่งของ Roku สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม ผู้บริโภคอาจต้องพิจารณาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เมื่อต้องการซื้ออุปกรณ์สตรีมมิ่งใหม่

    #Roku #Streaming #TechNews #ราคาอุปกรณ์

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://9to5google.com/2026/07/24/roku-raises-prices-on-streaming-hardware-by-up-to-50/

    Roku ปรับขึ้นราคาสตรีมมิ่งฮาร์ดแวร์สูงสุด 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ 💸สถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลก และล่าสุด Roku ผู้ผลิตอุปกรณ์สตรีมมิ่งยอดนิยม ก็ได้ประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มฮาร์ดแวร์ของตนเอง โดยบางรุ่นมีราคาสูงขึ้นถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐฯสาเหตุหลัก: ต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นRoku ชี้แจงว่าการปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก ต้นทุนที่สูงขึ้นของหน่วยความจำ (RAM) ซึ่งเป็นผลกระทบจากสภาวะที่เรียกกันว่า "RAMageddon" โดยราคาใหม่ของอุปกรณ์บางรุ่นมีดังนี้:Roku Ultra: จากเดิม 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 150 ดอลลาร์สหรัฐฯRoku Streaming Stick: จากเดิม 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นเป็น 40 ดอลลาร์สหรัฐฯการปรับขึ้นราคาเหล่านี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทุกแห่ง แต่บนร้านค้าออนไลน์ของ Roku เอง ก็มีการนำเสนอสินค้า "ลดราคา" ที่เป็นราคาเดิมก่อนปรับขึ้น พร้อมทั้งจำกัดจำนวนการซื้อต่อครั้งไม่ใช่ Roku เจ้าเดียวที่ได้รับผลกระทบRoku ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เผชิญกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น โดย Apple ก็ได้มีการปรับขึ้นราคา Apple TV Box อย่างมีนัยสำคัญ และแม้แต่ Walmart ก็ต้องปรับราคาสตรีมมิ่งดีไวซ์ราคาประหยัดที่ใช้ Google TV เช่นกันข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Rokuมีรายงานก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการที่ Fox กำลังจะเข้าซื้อกิจการ Roku ด้วยมูลค่า 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯYouTube TV ได้ทำการอัปเดตเงียบ ๆ โดย จำกัดการใช้งานบนอุปกรณ์ที่ "มีประสิทธิภาพน้อย" ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์ Roku ด้วยRoku กำลังทยอยปล่อย การออกแบบหน้าจอหลักใหม่ ที่มาพร้อมกับการจัดระเบียบแอปพลิเคชันด้วย AI และฟีเจอร์ "Top Picks"การปรับขึ้นราคาอุปกรณ์สตรีมมิ่งของ Roku สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโดยรวม ผู้บริโภคอาจต้องพิจารณาต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้เมื่อต้องการซื้ออุปกรณ์สตรีมมิ่งใหม่#Roku #Streaming #TechNews #ราคาอุปกรณ์https://9to5google.com/2026/07/24/roku-raises-prices-on-streaming-hardware-by-up-to-50/
    Shared content
    9TO5GOOGLE.COM
    Roku raises prices on streaming hardware by up to $50
    As with everything else, Roku is now raising prices on its streaming devices by up to $50 per device, a...
    2 Comments 0 Shares 20 Views 0 Reviews
  • จัดอันดับยี่ห้อเครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อไหนน่าซื้อสุด? 🤔

    การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศสักเครื่องไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคที่มีตัวเลือกมากมายในตลาด วันนี้เราจะมาสำรวจและจัดอันดับยี่ห้อเครื่องปรับอากาศที่น่าสนใจ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

    ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกแอร์ 💡

    ก่อนจะไปดูยี่ห้อใดน่าสนใจ เรามาดูปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงกันก่อน:

    • ขนาดห้อง: สำคัญมาก! ห้องขนาด 3x3 เมตร (ประมาณ 9 ตร.ม.) จะเหมาะกับแอร์ขนาด 9,000 BTU การเลือก BTU ที่เหมาะสมจะช่วยให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดไฟ และยืดอายุการใช้งาน
    • การใช้งาน: หากเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ก็อาจไม่ต้องเน้นฟังก์ชันพิเศษที่ใช้ตอนกลางวันมากนัก แต่ถ้าห้องโดนแดดจัดช่วงบ่าย ก็ควรพิจารณาแอร์ที่มีเทคโนโลยีช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานและทนทานต่อสภาพอากาศ
    • งบประมาณ: กำหนดงบประมาณไว้ในใจ จะช่วยจำกัดตัวเลือกให้แคบลง
    • เทคโนโลยีและฟังก์ชัน: เช่น ระบบ Inverter เพื่อประหยัดไฟ, ระบบฟอกอากาศ, การเชื่อมต่อ Wi-Fi, โหมดเงียบ, ระบบไล่ความชื้น
    • การประหยัดพลังงาน: มองหาฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัด
    • การรับประกัน: ตรวจสอบระยะเวลารับประกันคอมเพรสเซอร์และอะไหล่อื่นๆ
    • บริการหลังการขาย: ความพร้อมของศูนย์บริการและการหาอะไหล่

    ยี่ห้อเครื่องปรับอากาศที่น่าสนใจ ✨

    จากข้อมูลและความนิยมในตลาด มีหลายยี่ห้อที่โดดเด่น ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป:

    1. Mitsubishi Electric (มิตซูบิชิ อิเล็คทริค)

    • จุดเด่น: ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เสถียรภาพในการทำงาน และการประหยัดพลังงาน มีเทคโนโลยี Inverter ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม ฟังก์ชันการทำงานครบครัน และมีชื่อเสียงมายาวนานในเรื่องคุณภาพ
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน

    2. Daikin (ไดกิ้น)

    • จุดเด่น: เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะระบบ Inverter ที่มีประสิทธิภาพสูง โดดเด่นเรื่องการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ และมีรุ่นที่เน้นการฟอกอากาศที่น่าสนใจ
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มองหาเทคโนโลยีล่าสุด การประหยัดพลังงานขั้นสูง และการควบคุมอากาศภายในห้องที่ดี

    3. Panasonic (พานาโซนิค)

    • จุดเด่น: มีเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องสุขภาพ เช่น ระบบฟอกอากาศ Nanoe™ G ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อโรค ดีไซน์สวยงาม และมีรุ่นที่เน้นการประหยัดพลังงาน
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในบ้าน และต้องการแอร์ที่มีฟังก์ชันเพื่อสุขภาพ

    4. Carrier (แคเรียร์)

    • จุดเด่น: เป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรม มีรุ่นที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และมีเทคโนโลยี Inverter ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดี
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มองหาแอร์คุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า และต้องการแบรนด์ที่เชื่อถือได้

    5. LG (แอลจี)

    • จุดเด่น: โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย เช่น ระบบ Plasmaster™ Ionizer Plus เพื่ออากาศที่สะอาด และระบบ Dual Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงาน
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการแอร์ดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชันครบครัน และเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องอากาศ

    ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม ⚠️

    • เสียงการทำงาน: หากห้องนอนต้องการความเงียบ ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงการทำงานต่ำ (วัดเป็นเดซิเบล dB)
    • การติดตั้ง: การติดตั้งเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรเลือกช่างที่มีความชำนาญ เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย

    การจัดอันดับนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น การตัดสินใจที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และความพึงพอใจส่วนบุคคลของคุณ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบสเปก และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงประกอบการตัดสินใจนะคะ

    #เครื่องปรับอากาศ #แอร์ #จัดอันดับแอร์ #เลือกซื้อแอร์

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://pantip.com/topic/42002192

    จัดอันดับยี่ห้อเครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อไหนน่าซื้อสุด? 🤔การเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศสักเครื่องไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคที่มีตัวเลือกมากมายในตลาด วันนี้เราจะมาสำรวจและจัดอันดับยี่ห้อเครื่องปรับอากาศที่น่าสนใจ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกแอร์ 💡ก่อนจะไปดูยี่ห้อใดน่าสนใจ เรามาดูปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงกันก่อน:ขนาดห้อง: สำคัญมาก! ห้องขนาด 3x3 เมตร (ประมาณ 9 ตร.ม.) จะเหมาะกับแอร์ขนาด 9,000 BTU การเลือก BTU ที่เหมาะสมจะช่วยให้แอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดไฟ และยืดอายุการใช้งานการใช้งาน: หากเปิดเฉพาะตอนกลางคืน ก็อาจไม่ต้องเน้นฟังก์ชันพิเศษที่ใช้ตอนกลางวันมากนัก แต่ถ้าห้องโดนแดดจัดช่วงบ่าย ก็ควรพิจารณาแอร์ที่มีเทคโนโลยีช่วยเรื่องการประหยัดพลังงานและทนทานต่อสภาพอากาศงบประมาณ: กำหนดงบประมาณไว้ในใจ จะช่วยจำกัดตัวเลือกให้แคบลงเทคโนโลยีและฟังก์ชัน: เช่น ระบบ Inverter เพื่อประหยัดไฟ, ระบบฟอกอากาศ, การเชื่อมต่อ Wi-Fi, โหมดเงียบ, ระบบไล่ความชื้นการประหยัดพลังงาน: มองหาฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ยิ่งดาวเยอะยิ่งประหยัดการรับประกัน: ตรวจสอบระยะเวลารับประกันคอมเพรสเซอร์และอะไหล่อื่นๆบริการหลังการขาย: ความพร้อมของศูนย์บริการและการหาอะไหล่ยี่ห้อเครื่องปรับอากาศที่น่าสนใจ ✨จากข้อมูลและความนิยมในตลาด มีหลายยี่ห้อที่โดดเด่น ซึ่งแต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป:1. Mitsubishi Electric (มิตซูบิชิ อิเล็คทริค)จุดเด่น: ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน เสถียรภาพในการทำงาน และการประหยัดพลังงาน มีเทคโนโลยี Inverter ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม ฟังก์ชันการทำงานครบครัน และมีชื่อเสียงมายาวนานในเรื่องคุณภาพเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน และให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน2. Daikin (ไดกิ้น)จุดเด่น: เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะระบบ Inverter ที่มีประสิทธิภาพสูง โดดเด่นเรื่องการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ และมีรุ่นที่เน้นการฟอกอากาศที่น่าสนใจเหมาะสำหรับ: ผู้ที่มองหาเทคโนโลยีล่าสุด การประหยัดพลังงานขั้นสูง และการควบคุมอากาศภายในห้องที่ดี3. Panasonic (พานาโซนิค)จุดเด่น: มีเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องสุขภาพ เช่น ระบบฟอกอากาศ Nanoe™ G ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อโรค ดีไซน์สวยงาม และมีรุ่นที่เน้นการประหยัดพลังงานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในบ้าน และต้องการแอร์ที่มีฟังก์ชันเพื่อสุขภาพ4. Carrier (แคเรียร์)จุดเด่น: เป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรม มีรุ่นที่หลากหลายในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และมีเทคโนโลยี Inverter ที่ให้ประสิทธิภาพที่ดีเหมาะสำหรับ: ผู้ที่มองหาแอร์คุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า และต้องการแบรนด์ที่เชื่อถือได้5. LG (แอลจี)จุดเด่น: โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย เช่น ระบบ Plasmaster™ Ionizer Plus เพื่ออากาศที่สะอาด และระบบ Dual Inverter ที่ช่วยประหยัดพลังงานเหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการแอร์ดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชันครบครัน และเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องอากาศข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม ⚠️เสียงการทำงาน: หากห้องนอนต้องการความเงียบ ควรเลือกรุ่นที่มีระดับเสียงการทำงานต่ำ (วัดเป็นเดซิเบล dB)การติดตั้ง: การติดตั้งเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรเลือกช่างที่มีความชำนาญ เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยการจัดอันดับนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น การตัดสินใจที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการ งบประมาณ และความพึงพอใจส่วนบุคคลของคุณ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เปรียบเทียบสเปก และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริงประกอบการตัดสินใจนะคะ#เครื่องปรับอากาศ #แอร์ #จัดอันดับแอร์ #เลือกซื้อแอร์https://pantip.com/topic/42002192
    Shared content
    PANTIP.COM
    ช่วยจัดอันดับยี่ห้อเครื่องปรับอากาศให้หน่อยค่ะ ว่า..ยี่ห้อไหนน่าซื้อสุด (ในความคิดของคุณ)
    ภายใต้เงื่อนไขนี้ (ถ้าเป็นไปได้นะคะ) 1. ห้องขนาดสี่เหลี่ยมจตุรัส 3×3 เมตร 2. คิดว่าจะเปิดตั้งแต่เฉพาะตอนกลางคืน 2 ทุ่มไป 3. ช่วงบ่ายๆแดดส่องเพิ่มระดับUVเรื่อยๆจ
    5 Comments 0 Shares 387 Views 0 Reviews
  • วิธีฟัง "The Archers" จากทั่วโลก: คู่มือฉบับสมบูรณ์ 🌍

    สำหรับแฟนละครวิทยุ "The Archers" ที่อยู่นอกสหราชอาณาจักร อาจเคยประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงรายการโปรดได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิภาคของ BBC Sounds ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป! บทความนี้จะพาคุณไปพบกับวิธีฟัง "The Archers" จากทุกมุมโลกได้อย่างง่ายดายและฟรี

    "The Archers" คือละครวิทยุที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในโลก เล่าเรื่องราวชีวิต ดราม่า และความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนชนบทของอังกฤษ โดยมีครอบครัว Archer เป็นศูนย์กลาง เรื่องราวในแต่ละวันจะครอบคลุมตั้งแต่การแย่งชิงที่ดิน ความรักอันเร่าร้อน ไปจนถึงการเมืองในงานหมู่บ้าน เป็นรายการที่น่าติดตามด้วยตอนสั้นๆ ประจำวัน หรือแบบรวมตอนประจำสัปดาห์

    ทำไมถึงฟัง "The Archers" จากนอกสหราชอาณาจักรไม่ได้?

    เดิมที BBC Sounds ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับฟังรายการวิทยุ พอดแคสต์ และละครเสียงของ BBC มีการเปิดให้เข้าถึงได้ทั่วโลก แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยจำกัดการเข้าถึงเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น ทำให้แฟนๆ ที่เดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่นอกประเทศอังกฤษ ไม่สามารถรับฟังรายการได้ตามปกติ

    วิธีฟัง "The Archers" จากต่างประเทศ ฟรี!

    ข่าวดีคือ คุณยังสามารถเข้าถึง "The Archers" ได้อย่างง่ายดาย แม้จะอยู่นอกสหราชอาณาจักร โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า VPN (Virtual Private Network)

    VPN คืออะไร และช่วยได้อย่างไร?

    VPN คือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ที่ช่วยปกปิดที่อยู่ IP จริงของคุณ และทำให้ดูเหมือนว่าคุณกำลังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากประเทศอื่นที่คุณเลือก การใช้ VPN จะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกจำกัดทางภูมิภาคได้เสมือนว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นๆ

    ขั้นตอนการใช้ VPN เพื่อฟัง "The Archers"

    1. ติดตั้งแอปพลิเคชัน VPN: เลือกใช้บริการ VPN ที่น่าเชื่อถือ เช่น NordVPN ซึ่งเป็นที่นิยมและมีประสิทธิภาพในการปลดล็อกบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันลงบนอุปกรณ์ที่คุณต้องการใช้ฟัง (คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต)
    2. เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ในสหราชอาณาจักร: เปิดแอป VPN และเลือกเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในสหราชอาณาจักร
    3. เปิดแอป BBC Sounds หรือ BBC Radio 4: เมื่อเชื่อมต่อ VPN เรียบร้อยแล้ว ให้เปิดแอป BBC Sounds หรือเว็บไซต์ BBC Radio 4 แล้วคุณจะสามารถเข้าถึงรายการ "The Archers" ได้ตามปกติ

    ข้อเสนอพิเศษ: NordVPN มอบส่วนลดพิเศษ 3 เดือนฟรี พร้อมส่วนลด 75% จากราคาปกติ และรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน ทำให้คุณสามารถทดลองใช้ได้อย่างไร้กังวล

    ตารางการออกอากาศ "The Archers" 🗓️

    • ตอนใหม่: ออกอากาศทุกวัน (ยกเว้นวันเสาร์) เวลาประมาณ 19:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร (BST)
    • ตอนรวมประจำสัปดาห์ (Omnibus): ออกอากาศทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 11:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร (BST)

    รู้จักกับ "The Archers" เพิ่มเติม

    นักแสดงหลักที่น่าสนใจ 🎭

    • David Archer รับบทโดย Timothy Bentinck
    • Brian Aldridge รับบทโดย Charles Collingwood
    • Jill Archer รับบทโดย Patricia Greene
    • Lilian Bellamy รับบทโดย Sunny Ormonde
    • Pat Archer รับบทโดย Patricia Gallimore
    • Helen Archer รับบทโดย Louiza Patikas
    • Lynda Snell รับบทโดย Carole Boyd
    • Eddie Grundy รับบทโดย Trevor Harrison

    "The Archers Podcast" 🎙️

    นอกจากละครวิทยุแล้ว ยังมี "The Archers Podcast" ที่ดำเนินรายการโดย Emma Freud ออกอากาศทุกวันศุกร์ ทาง BBC Sounds และแพลตฟอร์มพอดแคสต์อื่นๆ รายการนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ใน Ambridge ตอบคำถามจากผู้ฟัง และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในสัปดาห์ที่ผ่านมา

    การฟัง "The Archers" จากทั่วโลกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยความช่วยเหลือจาก VPN คุณจะไม่พลาดทุกดราม่าและความสนุกจาก Ambridge อีกต่อไป!

    #TheArchers #BBCSounds #VPN #ฟังวิทยุออนไลน์ #ละครวิทยุ

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.tomsguide.com/entertainment/streaming/how-to-listen-to-the-archers-from-anywhere-in-the-world

    วิธีฟัง "The Archers" จากทั่วโลก: คู่มือฉบับสมบูรณ์ 🌍สำหรับแฟนละครวิทยุ "The Archers" ที่อยู่นอกสหราชอาณาจักร อาจเคยประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงรายการโปรดได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิภาคของ BBC Sounds ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป! บทความนี้จะพาคุณไปพบกับวิธีฟัง "The Archers" จากทุกมุมโลกได้อย่างง่ายดายและฟรี"The Archers" คือละครวิทยุที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในโลก เล่าเรื่องราวชีวิต ดราม่า และความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนชนบทของอังกฤษ โดยมีครอบครัว Archer เป็นศูนย์กลาง เรื่องราวในแต่ละวันจะครอบคลุมตั้งแต่การแย่งชิงที่ดิน ความรักอันเร่าร้อน ไปจนถึงการเมืองในงานหมู่บ้าน เป็นรายการที่น่าติดตามด้วยตอนสั้นๆ ประจำวัน หรือแบบรวมตอนประจำสัปดาห์ทำไมถึงฟัง "The Archers" จากนอกสหราชอาณาจักรไม่ได้?เดิมที BBC Sounds ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสำหรับฟังรายการวิทยุ พอดแคสต์ และละครเสียงของ BBC มีการเปิดให้เข้าถึงได้ทั่วโลก แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยจำกัดการเข้าถึงเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น ทำให้แฟนๆ ที่เดินทางไปต่างประเทศ หรืออาศัยอยู่นอกประเทศอังกฤษ ไม่สามารถรับฟังรายการได้ตามปกติวิธีฟัง "The Archers" จากต่างประเทศ ฟรี!ข่าวดีคือ คุณยังสามารถเข้าถึง "The Archers" ได้อย่างง่ายดาย แม้จะอยู่นอกสหราชอาณาจักร โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า VPN (Virtual Private Network)VPN คืออะไร และช่วยได้อย่างไร?VPN คือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน ที่ช่วยปกปิดที่อยู่ IP จริงของคุณ และทำให้ดูเหมือนว่าคุณกำลังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากประเทศอื่นที่คุณเลือก การใช้ VPN จะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกจำกัดทางภูมิภาคได้เสมือนว่าคุณกำลังอยู่ในประเทศนั้นๆขั้นตอนการใช้ VPN เพื่อฟัง "The Archers"ติดตั้งแอปพลิเคชัน VPN: เลือกใช้บริการ VPN ที่น่าเชื่อถือ เช่น NordVPN ซึ่งเป็นที่นิยมและมีประสิทธิภาพในการปลดล็อกบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันลงบนอุปกรณ์ที่คุณต้องการใช้ฟัง (คอมพิวเตอร์, สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต)เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ในสหราชอาณาจักร: เปิดแอป VPN และเลือกเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในสหราชอาณาจักรเปิดแอป BBC Sounds หรือ BBC Radio 4: เมื่อเชื่อมต่อ VPN เรียบร้อยแล้ว ให้เปิดแอป BBC Sounds หรือเว็บไซต์ BBC Radio 4 แล้วคุณจะสามารถเข้าถึงรายการ "The Archers" ได้ตามปกติข้อเสนอพิเศษ: NordVPN มอบส่วนลดพิเศษ 3 เดือนฟรี พร้อมส่วนลด 75% จากราคาปกติ และรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน ทำให้คุณสามารถทดลองใช้ได้อย่างไร้กังวลตารางการออกอากาศ "The Archers" 🗓️ตอนใหม่: ออกอากาศทุกวัน (ยกเว้นวันเสาร์) เวลาประมาณ 19:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร (BST)ตอนรวมประจำสัปดาห์ (Omnibus): ออกอากาศทุกเช้าวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 11:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร (BST)รู้จักกับ "The Archers" เพิ่มเติมนักแสดงหลักที่น่าสนใจ 🎭David Archer รับบทโดย Timothy BentinckBrian Aldridge รับบทโดย Charles CollingwoodJill Archer รับบทโดย Patricia GreeneLilian Bellamy รับบทโดย Sunny OrmondePat Archer รับบทโดย Patricia GallimoreHelen Archer รับบทโดย Louiza PatikasLynda Snell รับบทโดย Carole BoydEddie Grundy รับบทโดย Trevor Harrison"The Archers Podcast" 🎙️นอกจากละครวิทยุแล้ว ยังมี "The Archers Podcast" ที่ดำเนินรายการโดย Emma Freud ออกอากาศทุกวันศุกร์ ทาง BBC Sounds และแพลตฟอร์มพอดแคสต์อื่นๆ รายการนี้จะพาคุณไปเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ใน Ambridge ตอบคำถามจากผู้ฟัง และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในสัปดาห์ที่ผ่านมาการฟัง "The Archers" จากทั่วโลกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยความช่วยเหลือจาก VPN คุณจะไม่พลาดทุกดราม่าและความสนุกจาก Ambridge อีกต่อไป!#TheArchers #BBCSounds #VPN #ฟังวิทยุออนไลน์ #ละครวิทยุhttps://www.tomsguide.com/entertainment/streaming/how-to-listen-to-the-archers-from-anywhere-in-the-world
    Shared content
    WWW.TOMSGUIDE.COM
    How to listen to 'The Archers' from anywhere in the world
    There's always plenty of drama to keep up with down in Ambridge
    2 Comments 0 Shares 467 Views 0 Reviews
  • วิธีลงแอปฯ Android Auto เองแบบง่าย ๆ ไม่ต้องง้อแอปฯ เสริม

    การลงแอปพลิเคชัน Android Auto ด้วยตัวเอง (Sideloading) อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีขั้นตอนยุ่งยากในบางครั้ง แม้ว่า Google จะไม่ได้สนับสนุนการทำเช่นนี้โดยตรง แต่ก็มีแอปฯ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้กับระบบ Infotainment ในรถยนต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น เช่น การท่องเว็บไซต์ หรือดูวิดีโอ (ซึ่งควรใช้เมื่อรถจอดสนิทเท่านั้น)

    หากคุณกำลังมองหาวิธีที่ง่ายกว่าเดิม แทนที่จะต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเสริมที่บางครั้งก็ใช้งานไม่ได้ หรือต้องเสียเงินซื้อเวอร์ชันพรีเมียม ผู้เขียนได้ค้นพบวิธีใหม่ที่ทำให้การลงแอปฯ Android Auto ทำได้ง่ายขึ้นมาก โดยไม่ต้องใช้แอปฯ เสริมเลย และที่สำคัญ ไอคอนแอปฯ ก็จะปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอรถยนต์ของคุณโดยตรง

    วิธีนี้ได้ทดลองแล้วบน Pixel 10 Pro ที่ใช้ Android 17 โดยไม่ได้รูทเครื่อง และคาดว่าจะใช้ได้กับอุปกรณ์ Android อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน แต่อาจมีขั้นตอนที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย

    ข้อควรทราบ: เนื่องจาก Google มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระบวนการลงแอปฯ จากนักพัฒนาที่ไม่รู้จักที่ซับซ้อนขึ้น วิธีนี้อาจจะยังคงใช้งานได้อีกไม่นานนัก

    เตรียมเปิดใช้งานโหมดนักพัฒนา (Developer Mode) 🛠️

    ขั้นตอนแรกคือการเปิดใช้งานโหมดนักพัฒนาของทั้งระบบ Android และ Android Auto เพื่อให้เราสามารถตั้งค่าและลงแอปฯ ที่ไม่ใช่จาก Play Store ได้

    เปิดใช้งาน Android Developer Mode

    สำหรับ Pixel 10 Pro ที่ใช้ Android 17 มีขั้นตอนดังนี้:

    1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) บนมือถือ Android ของคุณ
    2. เลือก ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software Information) (สำหรับ Pixel 10 Pro จะอยู่ในหน้า เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone))
    3. ค้นหา หมายเลขบิวด์ (Build Number) แล้วแตะติดต่อกัน 7 ครั้ง
    4. เมื่อทำสำเร็จ คุณจะเห็นข้อความแจ้งว่า เปิดใช้งานโหมดนักพัฒนาแล้ว (Developer Mode Enabled)

    เปิดใช้งาน Android Auto Developer Mode

    หลังจากเปิดโหมดนักพัฒนาของ Android แล้ว ก็มาเปิดโหมดนักพัฒนาของ Android Auto กันต่อ เพื่อเข้าถึงตัวเลือกพิเศษต่าง ๆ:

    1. ไปที่ การตั้งค่า (Settings) บนมือถือ Android ของคุณ
    2. เลือก อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (Connected Devices)
    3. แตะที่ Android Auto (สำหรับ Pixel 10 Pro อาจต้องแตะที่ การตั้งค่าการเชื่อมต่อ (Connection Preferences) ก่อน)
    4. เลื่อนลงไปแตะที่ เวอร์ชัน (Version) จนกว่าจะเห็นข้อความแจ้งว่า เปิดใช้งานการตั้งค่าสำหรับนักพัฒนาแล้ว (Developer Settings Enabled)

    เปิดใช้งาน "แหล่งที่ไม่รู้จัก" ใน Android Auto 💡

    โลกของการลงแอปฯ เองนั้นอาจมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะ Android Auto การดาวน์โหลดแอปฯ Android Auto ควรมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น GitHub ที่มีชุมชนพูดคุยและมี Stars/Watchers จำนวนมาก

    สิ่งสำคัญ: วิธีนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย มีรายงานว่า Android Auto เวอร์ชันใหม่ ๆ บางครั้งอาจลบแอปฯ ที่ลงเองออกจาก Launcher ซึ่งแอปฯ ที่มักจะถูกบล็อกก่อนคือแอปฯ ที่ใช้การสะท้อนหน้าจอ (Screen Mirroring) หรือเล่นวิดีโอ YouTube

    ถึงแม้จะมีข้อควรระวัง แต่วิธีนี้ก็ทำให้การลงแอปฯ Android Auto ทำได้ง่ายขึ้นมาก หลังจากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ให้เปิดใช้งาน แหล่งที่ไม่รู้จัก (Unknown Sources) ใน Android Auto ดังนี้:

    1. ไปที่ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (Connected Devices) > การตั้งค่าการเชื่อมต่อ (Connection Preferences)
    2. เลื่อนลงไปที่ Android Auto
    3. แตะที่ จุดสามจุด (Three Dots) ที่มุมขวาบน แล้วเลือก การตั้งค่าสำหรับนักพัฒนา (Developer Settings)
    4. เลื่อนลงไปที่ แหล่งที่ไม่รู้จัก (Unknown Sources) แล้วติ๊กถูกที่ช่องสี่เหลี่ยม

    ลงแอปฯ ตัวอย่าง: AABrowser 🌐

    เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราจะใช้ AABrowser เป็นตัวอย่างในการลงแอปฯ คุณสามารถค้นหา Repository ของ AABrowser บน GitHub และดาวน์โหลดไฟล์ APK ได้โดยตรง จากนั้นก็ทำการติดตั้งแอปฯ และให้สิทธิ์ที่จำเป็น (อาจมีข้อความขึ้นมาให้ "อนุญาตจากแหล่งที่มานี้" หรือ "ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก")

    เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว AABrowser ก็จะปรากฏขึ้นมาในส่วน ปรับแต่ง Launcher (Customize Launcher) บน Android Auto ของคุณ และบนหน้าจอ Infotainment ของรถยนต์โดยตรง

    วิธีนี้เป็นทางเลือกที่สะดวกในการลงแอปฯ Android Auto ที่คุณต้องการใช้งาน เมื่อมันทำงานได้อย่างที่คาดหวัง

    คำถามที่พบบ่อย

    Q: จำเป็นต้องใช้สาย USB ในการลงแอปฯ หรือไม่?

    A: โดยทั่วไปแล้ว การเชื่อมต่อ Android Auto ผ่านสาย USB เป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้งานแอปพลิเคชันบนหน้าจอรถยนต์

    Q: แอปฯ ที่ลงเองทั้งหมดจะใช้งานได้ตลอดไปหรือไม่?

    A: ไม่เสมอไป เนื่องจาก Google มีการอัปเดตระบบอยู่เสมอ แอปพลิเคชันบางประเภทที่ละเมิดนโยบายอาจถูกลบออกได้

    Q: มีความเสี่ยงในการลงแอปฯ เองหรือไม่?

    A: มีความเสี่ยง ควรดาวน์โหลดแอปฯ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น และระมัดระวังแอปฯ ที่อาจมีมัลแวร์แฝงมา

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.xda-developers.com/i-replaced-my-old-android-auto-sideloading-method-with-this-so-much-easier/

    วิธีลงแอปฯ Android Auto เองแบบง่าย ๆ ไม่ต้องง้อแอปฯ เสริมการลงแอปพลิเคชัน Android Auto ด้วยตัวเอง (Sideloading) อาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีขั้นตอนยุ่งยากในบางครั้ง แม้ว่า Google จะไม่ได้สนับสนุนการทำเช่นนี้โดยตรง แต่ก็มีแอปฯ ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้กับระบบ Infotainment ในรถยนต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น เช่น การท่องเว็บไซต์ หรือดูวิดีโอ (ซึ่งควรใช้เมื่อรถจอดสนิทเท่านั้น)หากคุณกำลังมองหาวิธีที่ง่ายกว่าเดิม แทนที่จะต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มเสริมที่บางครั้งก็ใช้งานไม่ได้ หรือต้องเสียเงินซื้อเวอร์ชันพรีเมียม ผู้เขียนได้ค้นพบวิธีใหม่ที่ทำให้การลงแอปฯ Android Auto ทำได้ง่ายขึ้นมาก โดยไม่ต้องใช้แอปฯ เสริมเลย และที่สำคัญ ไอคอนแอปฯ ก็จะปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอรถยนต์ของคุณโดยตรงวิธีนี้ได้ทดลองแล้วบน Pixel 10 Pro ที่ใช้ Android 17 โดยไม่ได้รูทเครื่อง และคาดว่าจะใช้ได้กับอุปกรณ์ Android อื่น ๆ ด้วยเช่นกัน แต่อาจมีขั้นตอนที่แตกต่างกันไปเล็กน้อยข้อควรทราบ: เนื่องจาก Google มีการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระบวนการลงแอปฯ จากนักพัฒนาที่ไม่รู้จักที่ซับซ้อนขึ้น วิธีนี้อาจจะยังคงใช้งานได้อีกไม่นานนักเตรียมเปิดใช้งานโหมดนักพัฒนา (Developer Mode) 🛠️ขั้นตอนแรกคือการเปิดใช้งานโหมดนักพัฒนาของทั้งระบบ Android และ Android Auto เพื่อให้เราสามารถตั้งค่าและลงแอปฯ ที่ไม่ใช่จาก Play Store ได้เปิดใช้งาน Android Developer Modeสำหรับ Pixel 10 Pro ที่ใช้ Android 17 มีขั้นตอนดังนี้:ไปที่ การตั้งค่า (Settings) บนมือถือ Android ของคุณเลือก ข้อมูลซอฟต์แวร์ (Software Information) (สำหรับ Pixel 10 Pro จะอยู่ในหน้า เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone))ค้นหา หมายเลขบิวด์ (Build Number) แล้วแตะติดต่อกัน 7 ครั้งเมื่อทำสำเร็จ คุณจะเห็นข้อความแจ้งว่า เปิดใช้งานโหมดนักพัฒนาแล้ว (Developer Mode Enabled)เปิดใช้งาน Android Auto Developer Modeหลังจากเปิดโหมดนักพัฒนาของ Android แล้ว ก็มาเปิดโหมดนักพัฒนาของ Android Auto กันต่อ เพื่อเข้าถึงตัวเลือกพิเศษต่าง ๆ:ไปที่ การตั้งค่า (Settings) บนมือถือ Android ของคุณเลือก อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (Connected Devices)แตะที่ Android Auto (สำหรับ Pixel 10 Pro อาจต้องแตะที่ การตั้งค่าการเชื่อมต่อ (Connection Preferences) ก่อน)เลื่อนลงไปแตะที่ เวอร์ชัน (Version) จนกว่าจะเห็นข้อความแจ้งว่า เปิดใช้งานการตั้งค่าสำหรับนักพัฒนาแล้ว (Developer Settings Enabled)เปิดใช้งาน "แหล่งที่ไม่รู้จัก" ใน Android Auto 💡โลกของการลงแอปฯ เองนั้นอาจมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะ Android Auto การดาวน์โหลดแอปฯ Android Auto ควรมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น GitHub ที่มีชุมชนพูดคุยและมี Stars/Watchers จำนวนมากสิ่งสำคัญ: วิธีนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลย มีรายงานว่า Android Auto เวอร์ชันใหม่ ๆ บางครั้งอาจลบแอปฯ ที่ลงเองออกจาก Launcher ซึ่งแอปฯ ที่มักจะถูกบล็อกก่อนคือแอปฯ ที่ใช้การสะท้อนหน้าจอ (Screen Mirroring) หรือเล่นวิดีโอ YouTubeถึงแม้จะมีข้อควรระวัง แต่วิธีนี้ก็ทำให้การลงแอปฯ Android Auto ทำได้ง่ายขึ้นมาก หลังจากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้ว ให้เปิดใช้งาน แหล่งที่ไม่รู้จัก (Unknown Sources) ใน Android Auto ดังนี้:ไปที่ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ (Connected Devices) > การตั้งค่าการเชื่อมต่อ (Connection Preferences)เลื่อนลงไปที่ Android Autoแตะที่ จุดสามจุด (Three Dots) ที่มุมขวาบน แล้วเลือก การตั้งค่าสำหรับนักพัฒนา (Developer Settings)เลื่อนลงไปที่ แหล่งที่ไม่รู้จัก (Unknown Sources) แล้วติ๊กถูกที่ช่องสี่เหลี่ยมลงแอปฯ ตัวอย่าง: AABrowser 🌐เมื่อตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เราจะใช้ AABrowser เป็นตัวอย่างในการลงแอปฯ คุณสามารถค้นหา Repository ของ AABrowser บน GitHub และดาวน์โหลดไฟล์ APK ได้โดยตรง จากนั้นก็ทำการติดตั้งแอปฯ และให้สิทธิ์ที่จำเป็น (อาจมีข้อความขึ้นมาให้ "อนุญาตจากแหล่งที่มานี้" หรือ "ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก")เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว AABrowser ก็จะปรากฏขึ้นมาในส่วน ปรับแต่ง Launcher (Customize Launcher) บน Android Auto ของคุณ และบนหน้าจอ Infotainment ของรถยนต์โดยตรงวิธีนี้เป็นทางเลือกที่สะดวกในการลงแอปฯ Android Auto ที่คุณต้องการใช้งาน เมื่อมันทำงานได้อย่างที่คาดหวังคำถามที่พบบ่อยQ: จำเป็นต้องใช้สาย USB ในการลงแอปฯ หรือไม่?A: โดยทั่วไปแล้ว การเชื่อมต่อ Android Auto ผ่านสาย USB เป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้งานแอปพลิเคชันบนหน้าจอรถยนต์Q: แอปฯ ที่ลงเองทั้งหมดจะใช้งานได้ตลอดไปหรือไม่?A: ไม่เสมอไป เนื่องจาก Google มีการอัปเดตระบบอยู่เสมอ แอปพลิเคชันบางประเภทที่ละเมิดนโยบายอาจถูกลบออกได้Q: มีความเสี่ยงในการลงแอปฯ เองหรือไม่?A: มีความเสี่ยง ควรดาวน์โหลดแอปฯ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือเท่านั้น และระมัดระวังแอปฯ ที่อาจมีมัลแวร์แฝงมาhttps://www.xda-developers.com/i-replaced-my-old-android-auto-sideloading-method-with-this-so-much-easier/
    Shared content
    WWW.XDA-DEVELOPERS.COM
    I replaced my old Android Auto sideloading method with this, and it's so much easier
    Google definitely doesn't want you to know about the developer Unknown Sources setting
    3 Comments 0 Shares 495 Views 0 Reviews
  • เครื่องปรับอากาศติดหน้าต่าง: เย็นสบาย ประหยัดไฟ เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า

    อากาศที่ร้อนขึ้นทุกวันทำให้เครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น อากาศที่แปรปรวนบ่อยครั้งยิ่งทำให้เราต้องมองหาตัวช่วยในการสร้างความเย็นสบายภายในบ้าน และเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่าง (Window Air Conditioner) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยคลายร้อนได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อีกด้วย

    ทำไมเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างถึงน่าสนใจ?

    เครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความเย็นในพื้นที่ที่จำกัด หรือไม่ต้องการติดตั้งแอร์แบบถาวร เพราะติดตั้งง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ และที่สำคัญคือมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเครื่องปรับอากาศแบบอื่นๆ

    ประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย

    เครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างรุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยี Inverter ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าๆ การเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า CEER (Combined Energy Efficiency Ratio) สูง ก็จะช่วยให้ค่าไฟลดลงในระยะยาว

    ติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยาก

    การติดตั้งเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างโดยทั่วไปไม่ซับซ้อน สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญเพียงเล็กน้อยก็พร้อมใช้งานได้ทันที

    ลดปัญหามลพิษ

    เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ๆ ใช้สารทำความเย็นที่ส่งผลกระทบต่อชั้นโอโซนน้อยลง ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

    รุ่นแนะนำที่ WIRED ทดสอบและแนะนำ

    ทีมงาน WIRED ได้ทดสอบและใช้งานเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างหลายรุ่นเป็นเวลานาน เพื่อคัดเลือกเครื่องที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุด ดังนี้

    🥇 Midea U-Shaped Smart Inverter Window Air Conditioner (8,000 BTU)

    ราคาประมาณ: $400

    เครื่องปรับอากาศรุ่นนี้ถือเป็นมาตรฐานใหม่ในตลาด ด้วยดีไซน์รูปตัว U ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่พบได้บ่อยในเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างทั่วไป

    • เย็นเงียบ ประหยัดพลังงาน: คอมเพรสเซอร์แบบ Inverter และดีไซน์รูปตัว U ทำให้เครื่องทำงานเงียบกว่ารุ่นอื่นๆ ที่เคยทดสอบมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) สามารถรักษาอุณหภูมิห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • เปิดหน้าต่างได้: ช่องเว้าตรงกลางช่วยให้สามารถเลื่อนหน้าต่างลงมาได้ลึกขึ้น ทำให้ยังคงสามารถเปิดหน้าต่างเพื่อรับอากาศเย็นยามค่ำคืนได้
    • ประสิทธิภาพสูง: ดีไซน์รูปตัว U ช่วยลดการรั่วไหลของความร้อนผ่านแผ่นพลาสติกที่มักจะพบในเครื่องปรับอากาศแบบทั่วไป ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูง (CEER มากกว่า 15)
    • ลดเสียงรบกวนจากภายนอก: การออกแบบยังช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี
    • ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน: รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Assistant, Amazon Alexa และใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อตั้งเวลาและควบคุมเครื่องจากระยะไกล

    ข้อควรพิจารณา:

    • การติดตั้ง: แม้จะมีอุปกรณ์ช่วยในการติดตั้ง แต่ก็อาจจะมีความซับซ้อนและต้องใช้ความละเอียดเล็กน้อย แนะนำให้ดูวิดีโอสาธิตการติดตั้ง
    • การระบายน้ำ: ในอดีตเคยมีประเด็นเรื่องการระบายน้ำที่อาจทำให้เกิดการควบแน่นและเชื้อรา แต่ทาง Midea ได้มีการออกอัปเดตและอุปกรณ์เสริมเพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มระดับฟองน้ำและจุกอุดเพื่อช่วยในการระบายน้ำ

    Zafro Lullaby Duo Portable AC (16,000 BTU)

    ราคาประมาณ: $620 (รุ่น 16,000 BTU) / $470 (รุ่น 12,000 BTU)

    สำหรับใครที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้าย หรือมีหน้าต่างที่มีรูปทรงไม่ปกติ เครื่องปรับอากาศแบบพกพารุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

    • ติดตั้งง่ายกับหน้าต่างหลากหลาย: ระบบท่อลมคู่ (Dual-hose) ที่ต่อ

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.wired.com/gallery/best-window-air-conditioners/

    เครื่องปรับอากาศติดหน้าต่าง: เย็นสบาย ประหยัดไฟ เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวันทำให้เครื่องปรับอากาศกลายเป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้น อากาศที่แปรปรวนบ่อยครั้งยิ่งทำให้เราต้องมองหาตัวช่วยในการสร้างความเย็นสบายภายในบ้าน และเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่าง (Window Air Conditioner) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยคลายร้อนได้แล้ว ยังมีส่วนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อีกด้วยทำไมเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างถึงน่าสนใจ?เครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความเย็นในพื้นที่ที่จำกัด หรือไม่ต้องการติดตั้งแอร์แบบถาวร เพราะติดตั้งง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ และที่สำคัญคือมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเครื่องปรับอากาศแบบอื่นๆประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างรุ่นใหม่ๆ หลายรุ่นมาพร้อมเทคโนโลยี Inverter ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่นเก่าๆ การเลือกเครื่องปรับอากาศที่มีค่า CEER (Combined Energy Efficiency Ratio) สูง ก็จะช่วยให้ค่าไฟลดลงในระยะยาวติดตั้งง่าย ไม่ยุ่งยากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างโดยทั่วไปไม่ซับซ้อน สามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญเพียงเล็กน้อยก็พร้อมใช้งานได้ทันทีลดปัญหามลพิษเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ๆ ใช้สารทำความเย็นที่ส่งผลกระทบต่อชั้นโอโซนน้อยลง ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมรุ่นแนะนำที่ WIRED ทดสอบและแนะนำทีมงาน WIRED ได้ทดสอบและใช้งานเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างหลายรุ่นเป็นเวลานาน เพื่อคัดเลือกเครื่องที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุด ดังนี้🥇 Midea U-Shaped Smart Inverter Window Air Conditioner (8,000 BTU)ราคาประมาณ: $400เครื่องปรับอากาศรุ่นนี้ถือเป็นมาตรฐานใหม่ในตลาด ด้วยดีไซน์รูปตัว U ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่พบได้บ่อยในเครื่องปรับอากาศติดหน้าต่างทั่วไปเย็นเงียบ ประหยัดพลังงาน: คอมเพรสเซอร์แบบ Inverter และดีไซน์รูปตัว U ทำให้เครื่องทำงานเงียบกว่ารุ่นอื่นๆ ที่เคยทดสอบมาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปิดโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode) สามารถรักษาอุณหภูมิห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพเปิดหน้าต่างได้: ช่องเว้าตรงกลางช่วยให้สามารถเลื่อนหน้าต่างลงมาได้ลึกขึ้น ทำให้ยังคงสามารถเปิดหน้าต่างเพื่อรับอากาศเย็นยามค่ำคืนได้ประสิทธิภาพสูง: ดีไซน์รูปตัว U ช่วยลดการรั่วไหลของความร้อนผ่านแผ่นพลาสติกที่มักจะพบในเครื่องปรับอากาศแบบทั่วไป ทำให้มีประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูง (CEER มากกว่า 15)ลดเสียงรบกวนจากภายนอก: การออกแบบยังช่วยลดเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดีควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน: รองรับการเชื่อมต่อกับ Google Assistant, Amazon Alexa และใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อตั้งเวลาและควบคุมเครื่องจากระยะไกลข้อควรพิจารณา:การติดตั้ง: แม้จะมีอุปกรณ์ช่วยในการติดตั้ง แต่ก็อาจจะมีความซับซ้อนและต้องใช้ความละเอียดเล็กน้อย แนะนำให้ดูวิดีโอสาธิตการติดตั้งการระบายน้ำ: ในอดีตเคยมีประเด็นเรื่องการระบายน้ำที่อาจทำให้เกิดการควบแน่นและเชื้อรา แต่ทาง Midea ได้มีการออกอัปเดตและอุปกรณ์เสริมเพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มระดับฟองน้ำและจุกอุดเพื่อช่วยในการระบายน้ำZafro Lullaby Duo Portable AC (16,000 BTU)ราคาประมาณ: $620 (รุ่น 16,000 BTU) / $470 (รุ่น 12,000 BTU)สำหรับใครที่ต้องการความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้าย หรือมีหน้าต่างที่มีรูปทรงไม่ปกติ เครื่องปรับอากาศแบบพกพารุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจติดตั้งง่ายกับหน้าต่างหลากหลาย: ระบบท่อลมคู่ (Dual-hose) ที่ต่อhttps://www.wired.com/gallery/best-window-air-conditioners/
    Shared content
    WWW.WIRED.COM
    A Better Air Conditioner Will Lower Your Energy Bills. Here Are the Best
    Chill out with the AC units we’ve trusted to cool our homes for months, if not years.
    3 Comments 0 Shares 515 Views 0 Reviews
  • ชีวิตนักรีวิวแกดเจ็ตสุขภาพ: อะไรคือสิ่งที่ฉันติดตามในแต่ละวัน? 🧐

    ในยุคที่เทคโนโลยีสุขภาพก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การติดตามข้อมูลร่างกายตัวเองกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือแม้กระทั่งระดับน้ำตาลในเลือด แต่วันนี้เราจะพาไปดูเบื้องหลังการทำงานของนักรีวิวอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) ด้านสุขภาพ ที่ต้องติดตามข้อมูลร่างกายตัวเองอย่างละเอียด เพื่อประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากการติดตามเพื่อสุขภาพทั่วไป

    ทำไมต้องติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด? 🔍

    ในฐานะนักรีวิวอุปกรณ์สวมใส่ สิ่ง

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.theverge.com/column/970056/optimizer-health-tracking-fitness-wearables-what-i-track-in-a-day

    ชีวิตนักรีวิวแกดเจ็ตสุขภาพ: อะไรคือสิ่งที่ฉันติดตามในแต่ละวัน? 🧐ในยุคที่เทคโนโลยีสุขภาพก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การติดตามข้อมูลร่างกายตัวเองกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การนอนหลับ หรือแม้กระทั่งระดับน้ำตาลในเลือด แต่วันนี้เราจะพาไปดูเบื้องหลังการทำงานของนักรีวิวอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) ด้านสุขภาพ ที่ต้องติดตามข้อมูลร่างกายตัวเองอย่างละเอียด เพื่อประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากการติดตามเพื่อสุขภาพทั่วไปทำไมต้องติดตามข้อมูลสุขภาพอย่างละเอียด? 🔍ในฐานะนักรีวิวอุปกรณ์สวมใส่ สิ่งhttps://www.theverge.com/column/970056/optimizer-health-tracking-fitness-wearables-what-i-track-in-a-day
    Shared content
    WWW.THEVERGE.COM
    What I track in a day
    Spoiler: It’s a lot of stuff.
    3 Comments 0 Shares 542 Views 0 Reviews
  • รีวิว Elegoo H1 HT: กล่องอบเส้นพลาสติก 3D ที่แก้ปัญหาเส้นเปียกชื้นได้อย่างตรงจุด 💨

    ปัญหาเส้นพลาสติก 3D ที่ดูดความชื้นจากอากาศเป็นเรื่องที่นักพิมพ์ 3 มิติหลายคนอาจมองข้ามไป แต่รู้หรือไม่ว่าความชื้นเล็กน้อยนี้สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพงานพิมพ์ของคุณได้ ทั้งการเกิดใยแมงมุม (stringing) การปะทุ (popping) หรือการยึดเกาะของชั้นงานพิมพ์ที่อ่อนแอลง จนบางครั้งเราอาจโทษเครื่องพิมพ์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วต้นเหตุอาจมาจากเส้นพลาสติกที่เปียกชื้นนั่นเอง

    Elegoo H1 HT คือกล่องอบเส้นพลาสติกตัวแรกจาก Elegoo ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ และยังเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D รุ่น Centauri Carbon 2 ที่มีดีไซน์แบบเปิดโล่ง ทำให้เส้นพลาสติกสัมผัสกับความชื้นในอากาศได้ง่าย

    ดีไซน์ที่พัฒนาขึ้นและคุณภาพการผลิตที่น่าประทับใจ ✨

    Elegoo H1 HT แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของแบรนด์ ด้วยคุณภาพการผลิตที่สูงและดีไซน์ที่ดูทันสมัย ไม่เหมือนกับกราฟิกที่มักปรากฏบนเครื่องพิมพ์ของพวกเขามาก่อน ทำให้รู้สึกได้ว่าบริษัทกำลังก้าวไปอีกขั้น

    • งานประกอบเยี่ยม: วัสดุและการประกอบมีความแข็งแรงทนทาน ให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่ากล่องอบเส้นพลาสติกรุ่นอื่น ๆ ที่เคยทดสอบมา
    • ดีไซน์เรียบหรู: Elegoo ทิ้งสไตล์อุตสาหกรรมแบบ Sci-fi มาสู่ดีไซน์ที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น
    • ฝาปิดแน่นหนา: รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสลักปิด

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.techradar.com/pro/elegoo-h1-ht-filament-dryer-review

    รีวิว Elegoo H1 HT: กล่องอบเส้นพลาสติก 3D ที่แก้ปัญหาเส้นเปียกชื้นได้อย่างตรงจุด 💨ปัญหาเส้นพลาสติก 3D ที่ดูดความชื้นจากอากาศเป็นเรื่องที่นักพิมพ์ 3 มิติหลายคนอาจมองข้ามไป แต่รู้หรือไม่ว่าความชื้นเล็กน้อยนี้สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพงานพิมพ์ของคุณได้ ทั้งการเกิดใยแมงมุม (stringing) การปะทุ (popping) หรือการยึดเกาะของชั้นงานพิมพ์ที่อ่อนแอลง จนบางครั้งเราอาจโทษเครื่องพิมพ์ ทั้งที่จริง ๆ แล้วต้นเหตุอาจมาจากเส้นพลาสติกที่เปียกชื้นนั่นเองElegoo H1 HT คือกล่องอบเส้นพลาสติกตัวแรกจาก Elegoo ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเฉพาะ และยังเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับเครื่องพิมพ์ 3D รุ่น Centauri Carbon 2 ที่มีดีไซน์แบบเปิดโล่ง ทำให้เส้นพลาสติกสัมผัสกับความชื้นในอากาศได้ง่ายดีไซน์ที่พัฒนาขึ้นและคุณภาพการผลิตที่น่าประทับใจ ✨Elegoo H1 HT แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของแบรนด์ ด้วยคุณภาพการผลิตที่สูงและดีไซน์ที่ดูทันสมัย ไม่เหมือนกับกราฟิกที่มักปรากฏบนเครื่องพิมพ์ของพวกเขามาก่อน ทำให้รู้สึกได้ว่าบริษัทกำลังก้าวไปอีกขั้นงานประกอบเยี่ยม: วัสดุและการประกอบมีความแข็งแรงทนทาน ให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่ากล่องอบเส้นพลาสติกรุ่นอื่น ๆ ที่เคยทดสอบมาดีไซน์เรียบหรู: Elegoo ทิ้งสไตล์อุตสาหกรรมแบบ Sci-fi มาสู่ดีไซน์ที่ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นฝาปิดแน่นหนา: รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างสลักปิดhttps://www.techradar.com/pro/elegoo-h1-ht-filament-dryer-review
    Shared content
    WWW.TECHRADAR.COM
    I tested the Elegoo H1 HT and this filament drybox finally fixes the Centauri Carbon 2 3D printer
    Elegoo's first filament dryer is a perfect partner to the Centuri Carbon 2, reaching 85°C with a rotating spool, dual automatic vents, and material presets.
    5 Comments 0 Shares 570 Views 0 Reviews
  • LG ยุติการแสดงโฆษณา McAfee บนหน้าจอ หลัง Microsoft เข้ามาจัดการ

    หลายคนอาจเคยประสบปัญหากับซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการถูกติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับเครื่อง ล่าสุดมีรายงานว่า Microsoft ได้เข้ามาจัดการปัญหาที่เกิดจาก LG ซึ่งได้ติดตั้งแอปพลิเคชัน "LG Monitor App Installer" ลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงโฆษณาบริการต่างๆ เช่น McAfee และบริการสตรีมมิ่งของ LG เอง

    ที่มาของปัญหา: แอปฯ ติดตั้งเองพร้อมโฆษณา

    ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานจอภาพ LG หลายรายได้พบแอปพลิเคชัน "LG Monitor App Installer" ปรากฏขึ้นบนคอมพิวเตอร์โดยที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ติดตั้ง ซึ่งแอปฯ นี้ถูกติดตั้งผ่าน Windows Update มาพร้อมกับไดรเวอร์หน้าจอ โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านค้าแอปพลิเคชันทั่วไป แต่ยังทำการแสดงโฆษณาป๊อปอัปสำหรับบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

    Microsoft เข้ามามีบทบาท

    เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเมื่อ Tim Sweeney ซีอีโอของ Epic Games ได้โพสต์ข้อความบน X (ชื่อเดิม Twitter) และทำให้ Pavan Davuluri หัวหน้าฝ่าย Windows ของ Microsoft เข้ามาตรวจสอบ จากนั้น Microsoft ได้ติดต่อกับทีมงานของ LG และแจ้งว่า "LG ได้ตกลงที่จะปิดการแสดงโฆษณา McAfee จากแอปพลิเคชันของตนเอง" เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานให้กับลูกค้า

    การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ?

    แม้ว่าการที่ LG ยอมปิดการแสดงโฆษณา McAfee จะถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน แต่ก็ยังคงมีข้อกังวลว่า LG อาจยังคงมีนโยบายติดตั้งแอปพลิเคชัน "LG Monitor App Installer" ลงบนคอมพิวเตอร์โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ยินยอมอยู่หรือไม่ ซึ่งทาง Gizmodo ได้สอบถามไปยัง LG และจะอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมหากได้รับการตอบกลับ

    LG เคยชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า แอปพลิเคชัน LG Monitor App Installer ถูกเผยแพร่ผ่านกระบวนการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Microsoft ซึ่งรวมถึง McAfee เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย แต่คำอธิบายนี้อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่รู้สึกรำคาญกับการถูกติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการ

    ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว

    การมีแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักปรากฏขึ้นบนคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อให้เกิดความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวได้ แม้ว่า LG จะยืนยันว่า "LG Monitor App Installer ไม่ได้เข้าถึง รวบรวม หรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า" แต่การติดตั้งโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าก็ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญ

    ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตรายอื่น

    ไม่ใช่แค่ LG เท่านั้นที่ใช้วิธีการติดตั้งซอฟต์แวร์ผ่าน Windows Update โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ร้องขอ ตัวอย่างเช่น Razer ก็มีการดาวน์โหลดตัวติดตั้งแอปพลิเคชัน Synapse ซึ่งเป็นโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ของบริษัทโดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ ของ Razer เข้ากับคอมพิวเตอร์ และยังพยายามชักชวนให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปฯ อื่นๆ เพิ่มเติม

    ควรทำอย่างไร?

    แม้กระทั่งอุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรซับซ้อนอย่างจอภาพ ก็สามารถกลายเป็นช่องทางในการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการได้ Microsoft ควรมีมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในการป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็นลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แทนที่จะเป็นการจัดการแค่การแสดงโฆษณาบนเดสก์ท็อปเท่านั้น

    #LG #Microsoft #PC #Monitor #Bloatware

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://gizmodo.com/microsoft-forces-lg-to-quit-shoving-mcafee-ads-into-your-pc-2000790353

    LG ยุติการแสดงโฆษณา McAfee บนหน้าจอ หลัง Microsoft เข้ามาจัดการหลายคนอาจเคยประสบปัญหากับซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการถูกติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับเครื่อง ล่าสุดมีรายงานว่า Microsoft ได้เข้ามาจัดการปัญหาที่เกิดจาก LG ซึ่งได้ติดตั้งแอปพลิเคชัน "LG Monitor App Installer" ลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงโฆษณาบริการต่างๆ เช่น McAfee และบริการสตรีมมิ่งของ LG เองที่มาของปัญหา: แอปฯ ติดตั้งเองพร้อมโฆษณาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้งานจอภาพ LG หลายรายได้พบแอปพลิเคชัน "LG Monitor App Installer" ปรากฏขึ้นบนคอมพิวเตอร์โดยที่พวกเขาไม่ได้เป็นผู้ติดตั้ง ซึ่งแอปฯ นี้ถูกติดตั้งผ่าน Windows Update มาพร้อมกับไดรเวอร์หน้าจอ โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านค้าแอปพลิเคชันทั่วไป แต่ยังทำการแสดงโฆษณาป๊อปอัปสำหรับบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่องMicrosoft เข้ามามีบทบาทเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากเมื่อ Tim Sweeney ซีอีโอของ Epic Games ได้โพสต์ข้อความบน X (ชื่อเดิม Twitter) และทำให้ Pavan Davuluri หัวหน้าฝ่าย Windows ของ Microsoft เข้ามาตรวจสอบ จากนั้น Microsoft ได้ติดต่อกับทีมงานของ LG และแจ้งว่า "LG ได้ตกลงที่จะปิดการแสดงโฆษณา McAfee จากแอปพลิเคชันของตนเอง" เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานให้กับลูกค้าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ?แม้ว่าการที่ LG ยอมปิดการแสดงโฆษณา McAfee จะถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน แต่ก็ยังคงมีข้อกังวลว่า LG อาจยังคงมีนโยบายติดตั้งแอปพลิเคชัน "LG Monitor App Installer" ลงบนคอมพิวเตอร์โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ยินยอมอยู่หรือไม่ ซึ่งทาง Gizmodo ได้สอบถามไปยัง LG และจะอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมหากได้รับการตอบกลับLG เคยชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า แอปพลิเคชัน LG Monitor App Installer ถูกเผยแพร่ผ่านกระบวนการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Microsoft ซึ่งรวมถึง McAfee เป็นทางเลือกหนึ่งด้วย แต่คำอธิบายนี้อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่รู้สึกรำคาญกับการถูกติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวการมีแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักปรากฏขึ้นบนคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อให้เกิดความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวได้ แม้ว่า LG จะยืนยันว่า "LG Monitor App Installer ไม่ได้เข้าถึง รวบรวม หรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า" แต่การติดตั้งโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าก็ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ผลิตรายอื่นไม่ใช่แค่ LG เท่านั้นที่ใช้วิธีการติดตั้งซอฟต์แวร์ผ่าน Windows Update โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ร้องขอ ตัวอย่างเช่น Razer ก็มีการดาวน์โหลดตัวติดตั้งแอปพลิเคชัน Synapse ซึ่งเป็นโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ของบริษัทโดยอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์ใดๆ ของ Razer เข้ากับคอมพิวเตอร์ และยังพยายามชักชวนให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปฯ อื่นๆ เพิ่มเติมควรทำอย่างไร?แม้กระทั่งอุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรซับซ้อนอย่างจอภาพ ก็สามารถกลายเป็นช่องทางในการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการได้ Microsoft ควรมีมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในการป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็นลงบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ แทนที่จะเป็นการจัดการแค่การแสดงโฆษณาบนเดสก์ท็อปเท่านั้น#LG #Microsoft #PC #Monitor #Bloatwarehttps://gizmodo.com/microsoft-forces-lg-to-quit-shoving-mcafee-ads-into-your-pc-2000790353
    Shared content
    GIZMODO.COM
    Microsoft Forces LG to Quit Shoving McAfee Ads Into Your PC
    Though that doesn't mean LG will stop auto-installing bloatware onto your PC.
    7 Comments 0 Shares 584 Views 0 Reviews
  • Alienware 15: โน้ตบุ๊กเกมมิ่งราคาคุ้มค่าที่มาถูกเวลา 🚀

    ในยุคที่อุปกรณ์เทคโนโลยีหลายชิ้นมีราคาสูงขึ้น การได้พบกับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่มาพร้อมราคาที่จับต้องได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับเกมเมอร์หลายคน Alienware 15 คือโน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นแรกของแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งเปิดตัวมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง แม้ว่าหน้าจออาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีโดยไม่ต้องจ่ายในราคาสูงลิ่ว

    ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ยังคงความแข็งแกร่ง 💪

    Alienware ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ แต่เมื่อต้องสร้างสรรค์โน้ตบุ๊กที่เน้นความคุ้มค่า ดีไซน์ก็ถูกปรับให้เรียบง่ายลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวเครื่องส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกสีดำที่ดูสุขุม ไม่มีแสง RGB ที่ฉูดฉาดเหมือนรุ่นพี่ ยกเว้นเพียงโลโก้ Alienware บนฝาเครื่องที่เป็นเพียงตรานูนสีมุก และแป้นพิมพ์ที่มีไฟพื้นหลังสีขาวเท่านั้น

    แม้จะดูเรียบง่าย แต่ Alienware 15 ก็ยังคงความแข็งแรงทนทาน ตัวเครื่องไม่มีการโค้งงอของแผงวางมือ และคีย์บอร์ดก็ให้สัมผัสที่แน่นหนาพอดีมือ มาพร้อมทัชแพดขนาดกำลังดีที่อาจจะนุ่มไปเล็กน้อย และยังมี Numpad ที่แทรกอยู่ทางด้านขวา ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั้งการเล่นเกมและการทำงาน นอกจากนี้ แม้จะมีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ Alienware 15 ก็ไม่ละเลยเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อ โดยมาพร้อมพอร์ต USB-A 3.2 สองช่อง, USB-C สองช่อง (หนึ่งในนั้นรองรับ Power Delivery และ DisplayPort 1.4), HDMI 2.1, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Ethernet แบบมีสาย 1Gb แม้จะมีน้ำหนักเกือบ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งอาจจะไม่ใช่โน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่เบาที่สุด แต่ก็ยังถือว่าพกพาได้สะดวก

    หน้าจอที่น่าจะดีกว่านี้ 🖼️

    สิ่งที่อาจจะทำให้ Alienware 15 ดูด้อยลงไปบ้าง คือหน้าจอขนาด 15.3 นิ้ว ความละเอียด 1,920 x 1,200 พิกเซล ที่อาจจะเป็นจุดอ่อนที่สุดของเครื่องนี้ และน่าเสียดายที่ไม่มีตัวเลือกหน้าจอแบบอื่นให้เลือกอัปเกรด

    อย่างไรก็ตาม อัตราการรีเฟรชหน้าจอที่ 165Hz ถือว่าเข้ากันได้ดีกับสเปกโดยรวมของเครื่อง ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง NVIDIA Multi-Frame Generation ได้ (หากเลือกสเปกที่มี GPU ซีรีส์ 40) ความสว่างสูงสุดที่ 300 nits นั้นเพียงพอสำหรับการใช้งานในร่มเป็นส่วนใหญ่ แต่หากต้องนั่งทำงานใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดส่องถึง อาจจะรู้สึกว่าความสว่างยังไม่มากพอ

    ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ หน้าจอครอบคลุมพื้นที่สี sRGB เพียง 62.5% ทำให้ภาพดูซีดจางและขาดความสดใส หากคุณมีแผนจะต่อโน้ตบุ๊กเข้ากับจอภายนอก ปัญหานี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โน้ตบุ๊กสำหรับตัดต่อรูปภาพหรือวิดีโอ หาก Alienware มีตัวเลือกหน้าจอที่ดีกว่านี้ให้เลือก อาจจะเป็นจุดที่ทำให้ Alienware 15 น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีก

    กล้องเว็บแคมและประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ 📸

    สำหรับกล้องเว็บแคม Alienware เลือกใช้เซ็นเซอร์ 720p ที่รองรับสูงสุด 30 fps ซึ่งเพียงพอสำหรับการวิดีโอคอลทั่วไป แต่ภาพที่ได้อาจจะไม่คมชัดนัก และช่วงไดนามิกก็ค่อนข้างธรรมดา หากคุณต้องการเป็นสตรีมเมอร์บน Twitch อาจจะต้องพิจารณาอัปเกรดเป็นกล้องภายนอก

    Alienware 15 เริ่มต้นด้วยชิป Intel Core 5 และ GPU RTX 4050 ในราคาประมาณ 35,000 บาท (ราคาอ้างอิง) แต่หากมีงบประมาณเพิ่มขึ้น แนะนำให้เพิ่มเงินอีกประมาณ 7,000 บาท เพื่ออัปเกรดเป็นรุ่นที่มี CPU Intel Core 7 240H, RAM 16GB, พื้นที่เก็บข้อมูล 512GB และ GPU RTX 5050 ซึ่งเป็นสเปกที่ใช้ในการรีวิวนี้

    สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า สเปกนี้ให้ประสิทธิภาพที่เพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมประหยัดเงินไปได้มากเมื่อเทียบกับรุ่นพรีเมียมอย่าง Alienware Aurora 16 ที่มีสเปกใกล้เคียงกันแต่ราคาสูงกว่า สามารถทำงานทั่วไปได้อย่างราบรื่น และให้เฟรมเรตที่น่าพอใจในการเล่นเกม ทดสอบในเกม Cyberpunk 2077 ที่ความละเอียด 1080p ด้วยการตั้งค่า Ultra RT ได้เฟรมเรตสูงสุด 45 fps แต่เมื่อปรับเป็นการตั้งค่า Ultra แบบปกติ (ไม่เปิด Ray Tracing) เฟรมเรตจะพุ่งขึ้นไปที่ 78 fps นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า คุณสามารถได้ประสิทธิภาพที่มั่นคง เพียงแค่ปรับการตั้งค่ากราฟิกให้เหมาะสม ในเกม Control ที่ความละเอียด 1080p และการตั้งค่า Epic ก็สามารถทำเฟรมเรตได้ถึง 96 fps ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับเกม 1080p ทั่วไปในปัจจุบัน และยังมีตัวเลือก GPU สูงสุดถึง RTX 5060 ให้เลือกอีกด้วย

    ข้อควรระวังคือ พัดลมของ Alienware 15 อาจมีเสียงดังเมื่อทำงานหนัก จนอาจทำให้คุณต้องสลับไปใช้หูฟัง นอกจากนี้ เนื่องจากช่องระบายอากาศอยู่ด้านล่าง จึงไม่เหมาะกับการวางบนตักขณะเล่นเกม

    อายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น 🔋

    การอัปเกรดจากรุ่นเริ่มต้นมาสู่รุ่นที่สูงขึ้น หมายถึงการได้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น 70WHr แทนที่จะเป็น 54Whr ซึ่งเป็นการเพิ่มความจุถึง 30% ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการใช้งานโน้ตบุ๊กแบบไม่ต้องเสียบปลั๊กเป็นเวลานาน ในการทดสอบ PCMark 10 Modern Office แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง 4 นาที ซึ่งถือว่าดีสำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งระดับเริ่มต้นที่มีการ์ดจอแยก แม้จะไม่เท่ากับโน้ตบุ๊กบางเบาของ Dell อย่าง XPS 16 (11:53) แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป

    สรุป: ตัวเลือกที่คุ้มค่าในตลาดที่ท้าทาย 🌟

    ในยุคที่การลงทุนกับ AI ทำให้ RAM ขาดแคลน และราคาอุปกรณ์เกมมิ่งพุ่งสูงขึ้น การหาข้อเสนอดีๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง Alienware 15 แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องหน้าจอและเว็บแคม แต่ข้อบกพร่องเหล่านี้ก็ไม่รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็นในโน้ตบุ๊กที่มีราคาสูงกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณสามารถเพิ่มงบประมาณเพื่ออัปเกรดเป็นรุ่นที่สเปกดีขึ้นได้ Alienware 15 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การหาซื้อเทคโนโลยีราคาประหยัดรู้สึกเหมือนกำลังถูกโจมตีจากอวกาศ

    #Alienware #GamingLaptop #โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง #คุ้มค่า

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.engadget.com/2222040/alienware-15-review/

    Alienware 15: โน้ตบุ๊กเกมมิ่งราคาคุ้มค่าที่มาถูกเวลา 🚀ในยุคที่อุปกรณ์เทคโนโลยีหลายชิ้นมีราคาสูงขึ้น การได้พบกับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่มาพร้อมราคาที่จับต้องได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับเกมเมอร์หลายคน Alienware 15 คือโน้ตบุ๊กเกมมิ่งรุ่นแรกของแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งเปิดตัวมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง แม้ว่าหน้าจออาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบนัก แต่ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีโดยไม่ต้องจ่ายในราคาสูงลิ่วดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ยังคงความแข็งแกร่ง 💪Alienware ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ แต่เมื่อต้องสร้างสรรค์โน้ตบุ๊กที่เน้นความคุ้มค่า ดีไซน์ก็ถูกปรับให้เรียบง่ายลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวเครื่องส่วนใหญ่ทำจากพลาสติกสีดำที่ดูสุขุม ไม่มีแสง RGB ที่ฉูดฉาดเหมือนรุ่นพี่ ยกเว้นเพียงโลโก้ Alienware บนฝาเครื่องที่เป็นเพียงตรานูนสีมุก และแป้นพิมพ์ที่มีไฟพื้นหลังสีขาวเท่านั้นแม้จะดูเรียบง่าย แต่ Alienware 15 ก็ยังคงความแข็งแรงทนทาน ตัวเครื่องไม่มีการโค้งงอของแผงวางมือ และคีย์บอร์ดก็ให้สัมผัสที่แน่นหนาพอดีมือ มาพร้อมทัชแพดขนาดกำลังดีที่อาจจะนุ่มไปเล็กน้อย และยังมี Numpad ที่แทรกอยู่ทางด้านขวา ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั้งการเล่นเกมและการทำงาน นอกจากนี้ แม้จะมีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ Alienware 15 ก็ไม่ละเลยเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อ โดยมาพร้อมพอร์ต USB-A 3.2 สองช่อง, USB-C สองช่อง (หนึ่งในนั้นรองรับ Power Delivery และ DisplayPort 1.4), HDMI 2.1, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต Ethernet แบบมีสาย 1Gb แม้จะมีน้ำหนักเกือบ 2.3 กิโลกรัม ซึ่งอาจจะไม่ใช่โน้ตบุ๊กเกมมิ่งที่เบาที่สุด แต่ก็ยังถือว่าพกพาได้สะดวกหน้าจอที่น่าจะดีกว่านี้ 🖼️สิ่งที่อาจจะทำให้ Alienware 15 ดูด้อยลงไปบ้าง คือหน้าจอขนาด 15.3 นิ้ว ความละเอียด 1,920 x 1,200 พิกเซล ที่อาจจะเป็นจุดอ่อนที่สุดของเครื่องนี้ และน่าเสียดายที่ไม่มีตัวเลือกหน้าจอแบบอื่นให้เลือกอัปเกรดอย่างไรก็ตาม อัตราการรีเฟรชหน้าจอที่ 165Hz ถือว่าเข้ากันได้ดีกับสเปกโดยรวมของเครื่อง ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง NVIDIA Multi-Frame Generation ได้ (หากเลือกสเปกที่มี GPU ซีรีส์ 40) ความสว่างสูงสุดที่ 300 nits นั้นเพียงพอสำหรับการใช้งานในร่มเป็นส่วนใหญ่ แต่หากต้องนั่งทำงานใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดส่องถึง อาจจะรู้สึกว่าความสว่างยังไม่มากพอปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ หน้าจอครอบคลุมพื้นที่สี sRGB เพียง 62.5% ทำให้ภาพดูซีดจางและขาดความสดใส หากคุณมีแผนจะต่อโน้ตบุ๊กเข้ากับจอภายนอก ปัญหานี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โน้ตบุ๊กสำหรับตัดต่อรูปภาพหรือวิดีโอ หาก Alienware มีตัวเลือกหน้าจอที่ดีกว่านี้ให้เลือก อาจจะเป็นจุดที่ทำให้ Alienware 15 น่าสนใจยิ่งขึ้นไปอีกกล้องเว็บแคมและประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ 📸สำหรับกล้องเว็บแคม Alienware เลือกใช้เซ็นเซอร์ 720p ที่รองรับสูงสุด 30 fps ซึ่งเพียงพอสำหรับการวิดีโอคอลทั่วไป แต่ภาพที่ได้อาจจะไม่คมชัดนัก และช่วงไดนามิกก็ค่อนข้างธรรมดา หากคุณต้องการเป็นสตรีมเมอร์บน Twitch อาจจะต้องพิจารณาอัปเกรดเป็นกล้องภายนอกAlienware 15 เริ่มต้นด้วยชิป Intel Core 5 และ GPU RTX 4050 ในราคาประมาณ 35,000 บาท (ราคาอ้างอิง) แต่หากมีงบประมาณเพิ่มขึ้น แนะนำให้เพิ่มเงินอีกประมาณ 7,000 บาท เพื่ออัปเกรดเป็นรุ่นที่มี CPU Intel Core 7 240H, RAM 16GB, พื้นที่เก็บข้อมูล 512GB และ GPU RTX 5050 ซึ่งเป็นสเปกที่ใช้ในการรีวิวนี้สำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่า สเปกนี้ให้ประสิทธิภาพที่เพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมประหยัดเงินไปได้มากเมื่อเทียบกับรุ่นพรีเมียมอย่าง Alienware Aurora 16 ที่มีสเปกใกล้เคียงกันแต่ราคาสูงกว่า สามารถทำงานทั่วไปได้อย่างราบรื่น และให้เฟรมเรตที่น่าพอใจในการเล่นเกม ทดสอบในเกม Cyberpunk 2077 ที่ความละเอียด 1080p ด้วยการตั้งค่า Ultra RT ได้เฟรมเรตสูงสุด 45 fps แต่เมื่อปรับเป็นการตั้งค่า Ultra แบบปกติ (ไม่เปิด Ray Tracing) เฟรมเรตจะพุ่งขึ้นไปที่ 78 fps นี่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า คุณสามารถได้ประสิทธิภาพที่มั่นคง เพียงแค่ปรับการตั้งค่ากราฟิกให้เหมาะสม ในเกม Control ที่ความละเอียด 1080p และการตั้งค่า Epic ก็สามารถทำเฟรมเรตได้ถึง 96 fps ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับเกม 1080p ทั่วไปในปัจจุบัน และยังมีตัวเลือก GPU สูงสุดถึง RTX 5060 ให้เลือกอีกด้วยข้อควรระวังคือ พัดลมของ Alienware 15 อาจมีเสียงดังเมื่อทำงานหนัก จนอาจทำให้คุณต้องสลับไปใช้หูฟัง นอกจากนี้ เนื่องจากช่องระบายอากาศอยู่ด้านล่าง จึงไม่เหมาะกับการวางบนตักขณะเล่นเกมอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น 🔋การอัปเกรดจากรุ่นเริ่มต้นมาสู่รุ่นที่สูงขึ้น หมายถึงการได้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น 70WHr แทนที่จะเป็น 54Whr ซึ่งเป็นการเพิ่มความจุถึง 30% ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการใช้งานโน้ตบุ๊กแบบไม่ต้องเสียบปลั๊กเป็นเวลานาน ในการทดสอบ PCMark 10 Modern Office แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง 4 นาที ซึ่งถือว่าดีสำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่งระดับเริ่มต้นที่มีการ์ดจอแยก แม้จะไม่เท่ากับโน้ตบุ๊กบางเบาของ Dell อย่าง XPS 16 (11:53) แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปสรุป: ตัวเลือกที่คุ้มค่าในตลาดที่ท้าทาย 🌟ในยุคที่การลงทุนกับ AI ทำให้ RAM ขาดแคลน และราคาอุปกรณ์เกมมิ่งพุ่งสูงขึ้น การหาข้อเสนอดีๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง Alienware 15 แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องหน้าจอและเว็บแคม แต่ข้อบกพร่องเหล่านี้ก็ไม่รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็นในโน้ตบุ๊กที่มีราคาสูงกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณสามารถเพิ่มงบประมาณเพื่ออัปเกรดเป็นรุ่นที่สเปกดีขึ้นได้ Alienware 15 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่การหาซื้อเทคโนโลยีราคาประหยัดรู้สึกเหมือนกำลังถูกโจมตีจากอวกาศ#Alienware #GamingLaptop #โน้ตบุ๊กเกมมิ่ง #คุ้มค่าhttps://www.engadget.com/2222040/alienware-15-review/
    Shared content
    WWW.ENGADGET.COM
    Alienware 15 review: Perfect timing for a budget gaming laptop - Engadget
    While its display could be nicer, Alienware’s first budget gaming laptop feels like a welcome reprieve when practically all tech is more expensive.
    1 Comments 0 Shares 608 Views 0 Reviews
  • Gemini Daily Brief: ปรับแต่งให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิมได้แล้ว! 💡

    เคยไหมที่อยากให้สรุปข่าวสารประจำวันจาก Gemini ของ Google ตรงใจเรามากขึ้น? ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะ Google กำลังพัฒนาระบบให้ Gemini Daily Brief ฉลาดและปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้มากขึ้นกว่าเดิม!

    Gemini Daily Brief คืออะไร?

    Gemini Daily Brief คือฟีเจอร์สรุปข่าวสารและข้อมูลสำคัญประจำวันจาก Google Gemini ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับฟีเจอร์ "Daily Hub" บน Pixel 10 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญในแต่ละวัน

    ปรับแต่งได้ดั่งใจ ด้วยกล่องข้อความสุดฉลาด ✍️

    จากการตรวจสอบโค้ดล่าสุดของแอป Google เวอร์ชัน 17.43.11 พบว่า Google กำลังซุ่มพัฒนา กล่องข้อความสำหรับปรับแต่ง Daily Brief โดยเฉพาะ! ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ:

    • พิมพ์สิ่งที่ต้องการให้สรุป: ระบุหัวข้อที่อยากให้ Gemini นำมาใส่ในสรุปประจำวัน เช่น ข่าวสารจากอีเมล, กิจกรรมในปฏิทิน, อัปเดตจากโรงเรียน หรือแม้แต่การขอให้สรุปกระชับขึ้น
    • พิมพ์สิ่งที่ไม่อยากให้สรุป: แจ้งให้ Gemini รู้ว่ามีหัวข้อไหนที่ไม่ต้องการให้ปรากฏในสรุปประจำวัน
    • ใช้เสียงสั่งการ: มีไอคอนไมโครโฟนให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานหรือป้อนข้อมูลด้วยเสียงได้
    • รับคำแนะนำ: ระบบอาจมีคำแนะนำหรือตัวเลือกสำเร็จรูปให้เลือก เพื่อช่วยในการปรับแต่ง Daily Brief ให้ง่ายขึ้น

    ทำไมฟีเจอร์นี้ถึงน่าสนใจ?

    การมีกล่องข้อความที่ชัดเจนสำหรับการปรับแต่งนี้ จะทำให้ผู้ใช้ Android สามารถ ปรับเปลี่ยน Daily Brief ให้ตรงกับความต้องการของตนเองได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่าที่ซับซ้อนอีกต่อไป ทำให้การรับข้อมูลข่าวสารประจำวันมีประสิทธิภาพและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น

    พร้อมใช้งานเมื่อไหร่?

    แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะยังไม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่จากการทดสอบพบว่าทำงานได้ดีและมีแนวโน้มที่จะพร้อมใช้งานจริงในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม Google ขึ้นชื่อเรื่องการปล่อยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เราอาจจะต้องรอสักระยะหนึ่งก่อนที่ฟีเจอร์นี้จะเริ่มทยอยปรากฏให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกัน

    แต่ที่แน่ๆ คือ การพัฒนานี้แสดงให้เห็นว่า Google ใส่ใจในการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น และมุ่งมั่นที่จะทำให้ Gemini Daily Brief เป็นเครื่องมือสรุปข้อมูลประจำวันที่ มีประโยชน์และปรับแต่งได้มากที่สุด สำหรับทุกคน!

    #Gemini #Google #DailyBrief #อัปเดตฟีเจอร์

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://www.androidauthority.com/customize-gemini-daily-brief-apk-teardown-3691132/

    Gemini Daily Brief: ปรับแต่งให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิมได้แล้ว! 💡เคยไหมที่อยากให้สรุปข่าวสารประจำวันจาก Gemini ของ Google ตรงใจเรามากขึ้น? ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะ Google กำลังพัฒนาระบบให้ Gemini Daily Brief ฉลาดและปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้มากขึ้นกว่าเดิม!Gemini Daily Brief คืออะไร?Gemini Daily Brief คือฟีเจอร์สรุปข่าวสารและข้อมูลสำคัญประจำวันจาก Google Gemini ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยออกแบบมาให้คล้ายคลึงกับฟีเจอร์ "Daily Hub" บน Pixel 10 เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญในแต่ละวันปรับแต่งได้ดั่งใจ ด้วยกล่องข้อความสุดฉลาด ✍️จากการตรวจสอบโค้ดล่าสุดของแอป Google เวอร์ชัน 17.43.11 พบว่า Google กำลังซุ่มพัฒนา กล่องข้อความสำหรับปรับแต่ง Daily Brief โดยเฉพาะ! ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถ:พิมพ์สิ่งที่ต้องการให้สรุป: ระบุหัวข้อที่อยากให้ Gemini นำมาใส่ในสรุปประจำวัน เช่น ข่าวสารจากอีเมล, กิจกรรมในปฏิทิน, อัปเดตจากโรงเรียน หรือแม้แต่การขอให้สรุปกระชับขึ้นพิมพ์สิ่งที่ไม่อยากให้สรุป: แจ้งให้ Gemini รู้ว่ามีหัวข้อไหนที่ไม่ต้องการให้ปรากฏในสรุปประจำวันใช้เสียงสั่งการ: มีไอคอนไมโครโฟนให้ผู้ใช้สามารถสั่งงานหรือป้อนข้อมูลด้วยเสียงได้รับคำแนะนำ: ระบบอาจมีคำแนะนำหรือตัวเลือกสำเร็จรูปให้เลือก เพื่อช่วยในการปรับแต่ง Daily Brief ให้ง่ายขึ้นทำไมฟีเจอร์นี้ถึงน่าสนใจ?การมีกล่องข้อความที่ชัดเจนสำหรับการปรับแต่งนี้ จะทำให้ผู้ใช้ Android สามารถ ปรับเปลี่ยน Daily Brief ให้ตรงกับความต้องการของตนเองได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องยุ่งยากกับการตั้งค่าที่ซับซ้อนอีกต่อไป ทำให้การรับข้อมูลข่าวสารประจำวันมีประสิทธิภาพและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้นพร้อมใช้งานเมื่อไหร่?แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะยังไม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่จากการทดสอบพบว่าทำงานได้ดีและมีแนวโน้มที่จะพร้อมใช้งานจริงในอนาคตอันใกล้นี้ อย่างไรก็ตาม Google ขึ้นชื่อเรื่องการปล่อยอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป เราอาจจะต้องรอสักระยะหนึ่งก่อนที่ฟีเจอร์นี้จะเริ่มทยอยปรากฏให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกันแต่ที่แน่ๆ คือ การพัฒนานี้แสดงให้เห็นว่า Google ใส่ใจในการปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น และมุ่งมั่นที่จะทำให้ Gemini Daily Brief เป็นเครื่องมือสรุปข้อมูลประจำวันที่ มีประโยชน์และปรับแต่งได้มากที่สุด สำหรับทุกคน!#Gemini #Google #DailyBrief #อัปเดตฟีเจอร์https://www.androidauthority.com/customize-gemini-daily-brief-apk-teardown-3691132/
    Shared content
    WWW.ANDROIDAUTHORITY.COM
    Gemini Daily Brief could soon become much more useful and customizable
    Google seems to be working on letting users customize their Gemini Daily Brief with a text box at the bottom of the daily briefing page.
    6 Comments 0 Shares 646 Views 0 Reviews
  • ตรวจสอบแอปธนาคารของคุณ: ตั้งค่าที่อาจสำคัญที่คุณอาจมองข้าม 📱

    ในยุคที่เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) เติบโตอย่างรวดเร็ว การจัดการการเงินผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม มีการตั้งค่าสำคัญบางอย่างในแอปธนาคารของคุณที่คุณอาจไม่ทราบว่ามีอยู่ หรืออาจถูกตั้งค่าเป็น "ปิด" โดยปริยาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายการธุรกรรมที่สำคัญของคุณ

    การรับแจ้งเตือนธุรกรรม: สิ่งที่ควรใส่ใจ 🚨

    เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนบทความต้นฉบับได้ค้นพบว่า แม้ว่าแอปธนาคารจะแจ้งเตือนทุกการใช้จ่ายปกติภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับ การชำระเงินแบบประจำที่ผูกกับบัตรเครดิต ซึ่งการแจ้งเตือนเหล่านี้อาจไม่แสดงขึ้นมาตามปกติ

    ในอดีต ก่อนจะมีแอปธนาคาร หากบัตรเครดิตถูกคัดลอก (Cloned) และนำไปใช้ทำธุรกรรมโดยที่คุณไม่ทราบ การจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อได้รับใบแจ้งยอดรายเดือน ซึ่งอาจสายเกินไปหากเป็นการใช้จ่ายจำนวนมาก หรือหากผู้ไม่หวังดีใช้บัตรจนวงเงินเต็ม

    ปัจจุบัน แอปธนาคารส่วนใหญ่ส่งการแจ้งเตือนทันทีที่ทำรายการ แต่สำหรับกรณีการชำระเงินที่ผูกกับอำนาจของบัตรเครดิต (Card Authority for a recurring payment) ซึ่งไม่ใช่การใช้เครื่องรูดบัตรโดยตรง รายการเหล่านี้อาจไม่ได้ถูกแสดงเป็น "การมอบอำนาจการชำระเงินปกติ" และที่สำคัญคือ ไม่มีการแจ้งเตือนทันที

    หลุมพรางที่มองไม่เห็น: การชำระเงินที่อาจหลุดการแจ้งเตือน 🔍

    ผู้เขียนค้นพบปัญหานี้จากการตรวจสอบใบแจ้งยอดด้วยตนเอง และพบรายการที่ถูกเรียกเก็บเงินสำหรับบริการที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการยกเลิกนั้นอาจไม่สมบูรณ์ หรือรายการยังคงถูกเรียกเก็บเงินอยู่

    สาเหตุคือ ในแอปพลิเคชันธนาคารของผู้เขียน มีการตั้งค่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งเตือนธุรกรรมที่ ปิดเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งผู้เขียนไม่ทราบมาก่อน เนื่องจากยังคงได้รับการแจ้งเตือนสำหรับรายการซื้อปกติอื่นๆ

    วิธีตรวจสอบการตั้งค่าที่สำคัญในแอปธนาคารของคุณ

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://9to5mac.com/2026/07/24/psa-check-your-banking-app-for-a-potentially-important-setting/

    ตรวจสอบแอปธนาคารของคุณ: ตั้งค่าที่อาจสำคัญที่คุณอาจมองข้าม 📱ในยุคที่เทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) เติบโตอย่างรวดเร็ว การจัดการการเงินผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม มีการตั้งค่าสำคัญบางอย่างในแอปธนาคารของคุณที่คุณอาจไม่ทราบว่ามีอยู่ หรืออาจถูกตั้งค่าเป็น "ปิด" โดยปริยาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายการธุรกรรมที่สำคัญของคุณการรับแจ้งเตือนธุรกรรม: สิ่งที่ควรใส่ใจ 🚨เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนบทความต้นฉบับได้ค้นพบว่า แม้ว่าแอปธนาคารจะแจ้งเตือนทุกการใช้จ่ายปกติภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับ การชำระเงินแบบประจำที่ผูกกับบัตรเครดิต ซึ่งการแจ้งเตือนเหล่านี้อาจไม่แสดงขึ้นมาตามปกติในอดีต ก่อนจะมีแอปธนาคาร หากบัตรเครดิตถูกคัดลอก (Cloned) และนำไปใช้ทำธุรกรรมโดยที่คุณไม่ทราบ การจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อได้รับใบแจ้งยอดรายเดือน ซึ่งอาจสายเกินไปหากเป็นการใช้จ่ายจำนวนมาก หรือหากผู้ไม่หวังดีใช้บัตรจนวงเงินเต็มปัจจุบัน แอปธนาคารส่วนใหญ่ส่งการแจ้งเตือนทันทีที่ทำรายการ แต่สำหรับกรณีการชำระเงินที่ผูกกับอำนาจของบัตรเครดิต (Card Authority for a recurring payment) ซึ่งไม่ใช่การใช้เครื่องรูดบัตรโดยตรง รายการเหล่านี้อาจไม่ได้ถูกแสดงเป็น "การมอบอำนาจการชำระเงินปกติ" และที่สำคัญคือ ไม่มีการแจ้งเตือนทันทีหลุมพรางที่มองไม่เห็น: การชำระเงินที่อาจหลุดการแจ้งเตือน 🔍ผู้เขียนค้นพบปัญหานี้จากการตรวจสอบใบแจ้งยอดด้วยตนเอง และพบรายการที่ถูกเรียกเก็บเงินสำหรับบริการที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการยกเลิกนั้นอาจไม่สมบูรณ์ หรือรายการยังคงถูกเรียกเก็บเงินอยู่สาเหตุคือ ในแอปพลิเคชันธนาคารของผู้เขียน มีการตั้งค่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งเตือนธุรกรรมที่ ปิดเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งผู้เขียนไม่ทราบมาก่อน เนื่องจากยังคงได้รับการแจ้งเตือนสำหรับรายการซื้อปกติอื่นๆวิธีตรวจสอบการตั้งค่าที่สำคัญในแอปธนาคารของคุณhttps://9to5mac.com/2026/07/24/psa-check-your-banking-app-for-a-potentially-important-setting/
    Shared content
    9TO5MAC.COM
    PSA: Check your banking app for a potentially important setting
    Mention of a new Apple Card feature in iOS 27 brought to mind a banking app feature I recently had...
    3 Comments 0 Shares 658 Views 0 Reviews
  • สหภาพยุโรปสั่งปรับ Google กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ข้อหา 'เอื้อประโยชน์' ใน Search และ Play Store

    สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศบทลงโทษครั้งใหญ่ต่อ Google ด้วยการปรับเป็นเงินรวมกว่า 890 ล้านยูโร หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากการละเมิดกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ที่เกี่ยวข้องกับการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" ในบริการ Google Search และ Google Play Store

    การละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Search

    การปรับครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 460 ล้านยูโร เป็นผลมาจากการสืบสวนต่อเนื่องกว่า 2 ปี ซึ่ง EU กล่าวหาว่า Google ละเมิดกฎหมาย DMA ด้วยการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" แก่บริการของตนเองใน Google Search โดยผลิตภัณฑ์ของ Google ปรากฏเด่นชัดกว่าบริการจากบุคคลที่สามในผลการค้นหา

    บริการที่ได้รับอานิสงส์นี้ ได้แก่ Google Shopping, Google Hotels, Google Transport และ Google Sports ซึ่งปรากฏขึ้นก่อนผลการค้นหาที่คล้ายกันจากบริษัทอื่น ๆ ที่ให้บริการข้อมูลเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Google ได้รับการขยายเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่แผนการแก้ไขที่นำเสนอไปนั้นถูกมองว่าไม่เป็นที่ยอมรับ และ Google เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็น "การลดทอนประสิทธิภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของผลิตภัณฑ์"

    การละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Play Store

    ส่วนการปรับอีกครั้งเป็นจำนวน 430 ล้านยูโร เกิดจากการที่ Google จำกัดสิทธิ์นักพัฒนาแอปพลิเคชันในการ "สื่อสาร ส่งเสริมข้อเสนอ และทำสัญญาโดยอิสระกับผู้ใช้ในช่องทางการจัดจำหน่ายที่พวกเขาเลือก" กล่าวคือ Google ไม่ได้อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเสนอทางเลือกในการชำระเงินผ่านบริการอื่นนอกเหนือจาก Google Play Store รวมถึงร้านค้าแอปพลิเคชันอื่น ๆ

    การกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎหมาย DMA และ EU ได้ตัดสินว่า Google มีความรับผิดชอบในการอนุญาตให้นักพัฒนาที่มีแอปพลิเคชันบน Google Play Store สามารถเสนอวิธีการชำระเงินเพิ่มเติมและช่องทางการเข้าถึงทางเลือกสำหรับการติดตั้งแอปพลิเคชันที่แข่งขันกันได้

    การดำเนินการของ Google และขั้นตอนต่อไป

    Google กำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อให้แน่ใจว่าฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Google Search และ Google Play Store จะไม่ละเมิดกฎหมาย DMA ขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลบังคับใช้ EU ระบุว่าจะประเมินผลการเปลี่ยนแปลงและจะยังคงมีการพูดคุยกับ Google อย่างต่อเนื่อง

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ EU กล่าวหา Google ว่าเป็น "ผู้ควบคุมประตู" (gatekeeper) คณะกรรมาธิการเพิ่งมีคำตัดสินให้ Google ต้องแบ่งปันข้อมูลการค้นหาให้กับบริษัทและบริการ AI Chatbots อื่น ๆ ซึ่งการปรับครั้งล่าสุดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกังวลดังกล่าว และ Google มีเวลาจนถึงเดือนมกราคม 2570 ในการจัดการกับข้อกังวลที่แยกจากกันเหล่านี้

    Google มีสิทธิ์ในการอุทธรณ์คำสั่งปรับ 890 ล้านยูโรที่ประกาศไปล่าสุดนี้

    #EU #Google #ปรับ #DMA #PlayStore #GoogleSearch

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://9to5google.com/2026/07/23/european-union-fines-google-in-antitrust-for-search-play-store/

    สหภาพยุโรปสั่งปรับ Google กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ข้อหา 'เอื้อประโยชน์' ใน Search และ Play Storeสหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศบทลงโทษครั้งใหญ่ต่อ Google ด้วยการปรับเป็นเงินรวมกว่า 890 ล้านยูโร หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากการละเมิดกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ที่เกี่ยวข้องกับการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" ในบริการ Google Search และ Google Play Storeการละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Searchการปรับครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 460 ล้านยูโร เป็นผลมาจากการสืบสวนต่อเนื่องกว่า 2 ปี ซึ่ง EU กล่าวหาว่า Google ละเมิดกฎหมาย DMA ด้วยการให้ "การปฏิบัติที่เป็นธรรม" แก่บริการของตนเองใน Google Search โดยผลิตภัณฑ์ของ Google ปรากฏเด่นชัดกว่าบริการจากบุคคลที่สามในผลการค้นหาบริการที่ได้รับอานิสงส์นี้ ได้แก่ Google Shopping, Google Hotels, Google Transport และ Google Sports ซึ่งปรากฏขึ้นก่อนผลการค้นหาที่คล้ายกันจากบริษัทอื่น ๆ ที่ให้บริการข้อมูลเดียวกัน ก่อนหน้านี้ Google ได้รับการขยายเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่แผนการแก้ไขที่นำเสนอไปนั้นถูกมองว่าไม่เป็นที่ยอมรับ และ Google เองก็ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็น "การลดทอนประสิทธิภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของผลิตภัณฑ์"การละเมิดกฎหมาย DMA ใน Google Play Storeส่วนการปรับอีกครั้งเป็นจำนวน 430 ล้านยูโร เกิดจากการที่ Google จำกัดสิทธิ์นักพัฒนาแอปพลิเคชันในการ "สื่อสาร ส่งเสริมข้อเสนอ และทำสัญญาโดยอิสระกับผู้ใช้ในช่องทางการจัดจำหน่ายที่พวกเขาเลือก" กล่าวคือ Google ไม่ได้อนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเสนอทางเลือกในการชำระเงินผ่านบริการอื่นนอกเหนือจาก Google Play Store รวมถึงร้านค้าแอปพลิเคชันอื่น ๆการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับกฎหมาย DMA และ EU ได้ตัดสินว่า Google มีความรับผิดชอบในการอนุญาตให้นักพัฒนาที่มีแอปพลิเคชันบน Google Play Store สามารถเสนอวิธีการชำระเงินเพิ่มเติมและช่องทางการเข้าถึงทางเลือกสำหรับการติดตั้งแอปพลิเคชันที่แข่งขันกันได้การดำเนินการของ Google และขั้นตอนต่อไปGoogle กำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อให้แน่ใจว่าฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Google Search และ Google Play Store จะไม่ละเมิดกฎหมาย DMA ขณะที่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลบังคับใช้ EU ระบุว่าจะประเมินผลการเปลี่ยนแปลงและจะยังคงมีการพูดคุยกับ Google อย่างต่อเนื่องนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ EU กล่าวหา Google ว่าเป็น "ผู้ควบคุมประตู" (gatekeeper) คณะกรรมาธิการเพิ่งมีคำตัดสินให้ Google ต้องแบ่งปันข้อมูลการค้นหาให้กับบริษัทและบริการ AI Chatbots อื่น ๆ ซึ่งการปรับครั้งล่าสุดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อกังวลดังกล่าว และ Google มีเวลาจนถึงเดือนมกราคม 2570 ในการจัดการกับข้อกังวลที่แยกจากกันเหล่านี้Google มีสิทธิ์ในการอุทธรณ์คำสั่งปรับ 890 ล้านยูโรที่ประกาศไปล่าสุดนี้#EU #Google #ปรับ #DMA #PlayStore #GoogleSearchhttps://9to5google.com/2026/07/23/european-union-fines-google-in-antitrust-for-search-play-store/
    Shared content
    9TO5GOOGLE.COM
    EU fines Google $1 billion for 'preferential treatment' in Search, Play Store
    Google is looking at two fines from the European Union, which claims the company violated the Digital Markets Act with...
    5 Comments 0 Shares 675 Views 0 Reviews
More Stories